พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เสเรยยกวรรค
๖. กุสุมาสนิยเถราปทาน (๑๒๖) เล่ม ๓๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในเสเรยยกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เสเรยยกวรรค กุสุมาสนิยเถราปทาน (๑๒๖) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๒๗๖–๒๗๘
[๖๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระสัมมุขาถวิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ สัมมุขาถวิกเถราปทานที่ ๕
๖. กุสุมาสนิยเถราปทาน
บุพประวัติของพระกุสุมานิยเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการถวายอามิสแด่พระพุทธเจ้า
(ท่านพระกุสุมาสนิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๑๒๘} [๖๕] ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์อยู่ในนครธัญญวดี เป็นผู้ฉลาด ในตำราทำนายลักษณะ ในคัมภีร์อิติหาส พร้อมทั้งคัมภีร์นิฆัณฑุ และเกฏุภะ [๖๖] เราเป็นผู้เข้าใจตัวบท เข้าใจไวยากรณ์ ฉลาดในนิมิต รู้จบไตรเพท บอกมนต์ให้ศิษย์ทั้งหลาย
[๖๗] เราวางดอกอุบล ๕ กำไว้บนหลังของเรา เราประสงค์ จะบวงสรวงบูชายัญในสมาคมบิดามารดา
- ๑ดูความหมายที่เชิงอรรถข้อ ๑๗๖ สารีปุตตเถราปทาน พุทธวรรค หน้า ๒๘ ในเล่มนี้
[๖๘] ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสีผู้องอาจในหมู่นรชน มีภิกษุสงฆ์ห้อมล้อมเสด็จมาทำให้ทิศทั้งปวงสว่างไสว[๖๙] เราปูลาดอาสนะแล้วลาดดอกอุบลนั้น แล้วนิมนต์พระมหามุนี นำเสด็จมายังเรือนของตน
[๗๐] อามิสอันใดที่เราตระเตรียมไว้มีอยู่ในเรือนของตน เราเลื่อมใส ได้ถวายอามิสนั้นแด่พระพุทธเจ้าด้วยมือทั้งสองของตน[๗๑] เราทราบเวลาว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยเสร็จแล้ว ได้ถวายดอกอุบลกำหนึ่ง พระสัพพัญญูทรงอนุโมทนาแล้วบ่ายพระพักตร์เสด็จไปทางทิศเหนือหลีกไป[๗๒] ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายดอกไม้ใดไว้ในกาลนั้น ด้วยการถวายดอกไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้[๗๓] ในกัปต่อจากภัทรกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนามว่าวรทัสสนะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก[๗๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระกุสุมาสนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ กุสุมาสนิยเถราปทานที่ ๖
๗. ผลทายกเถราปทาน
บุพประวัติของพระผลทายกเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการถวายเมล็ดบัว
(ท่านพระผลทายกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๑๒๙} [๗๕] เราเป็นพราหมณ์ผู้เป็นปราชญ์ ทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพท อยู่ ในอาศรมในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์[๗๖] เครื่องบูชาไฟและเมล็ดบัวขาวของเรามีอยู่ เราใส่ไว้ในห่อแล้ว แขวนไว้บนยอดไม้
[๗๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระผู้ทรงรู้แจ้งโลก สมควร รับเครื่องบูชา พระองค์ประสงค์จะถอนเราขึ้น เมื่อเสด็จไป ภิกขาจารจึงเสด็จเข้ามาหาเรา[๗๘] เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัสได้ถวายเมล็ดบัวแด่พระพุทธเจ้า พระองค์ทรงทำปีติให้เกิดแก่เรา ทรงนำความสุขมาให้ ในปัจจุบัน[๗๙] พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระฉวีวรรณดังทอง สมควร รับเครื่องบูชา ประทับยืนอยู่ในอากาศได้ตรัสพระคาถานี้ว่า[๘๐] “ด้วยการถวายเมล็ดบัวนี้และด้วยการตั้งเจตจำนงไว้ ผู้นี้จะไม่ เข้าถึงทุคติเลยตลอดแสนกัป”
[๘๑] ด้วยกุศลมูลนั้นนั่นแล เราได้เสวยสมบัติแล้ว ละความชนะ และความแพ้ ได้บรรลุถึงฐานะอันไม่หวั่นไหว
จบ ๖. กุสุมาสนิยเถราปทาน (๑๒๖)