arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · สีหาสนิวรรค

๑. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๑) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในสีหาสนิวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

_______

๒. สีหาสนิยวคฺค

๑. สีหาสนทายกตฺเถราปทาน

รวบรวมคาถาไว้ทั้งหมดได้ ๖๕๐ คาถา

๒. สีหาสนิยวรรค

หมวดว่าด้วยการถวายแท่นสีหาสน์เป็นต้น

๑. สีหาสนทายกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระสีหาสนทายกเถระ

(พระสีหาสนทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สีหาสนิวรรค สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๑) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๒ หน้า ๗๗–๗๘ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๒ หน้า ๑๐๑–๑๐๓

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ สิทฺธตฺเถ ทิปทุตฺตเม

วิตฺถาริเก <325> ปาวจเน พาหุชญฺญมฺหิ สาสเน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว เมื่อปาพจน์ แผ่กว้างออกไป เมื่อศาสนาอันมหาชนรู้กันแล้ว

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ปาพจน์ หมายถึงปิฎก ๓ (คือวินัยปิฎก สุตตันตปิฎก และอภิธรรมปิฎก) (ขุ.อป.อ. ๒/๑/๒)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน สีหาสนมกาสหํ

สีหาสนํ กริตฺวาน ปาทปีฐมกาสหํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดีได้ทำพระแท่นสีหาสน์ ครั้นทำเสร็จแล้วได้ทำตั่งสำหรับรองพระบาทถวาย

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑พระแท่นสีหาสน์ หมายถึงอาสนะอย่างดี (ขุ.อป.อ. ๒/๑๒๙/๓๕) เป็นอาสนะของพระผู้มีพระภาคผู้องอาจ ดุจสีหะ เป็นอาสนะที่ประดับด้วยของมีค่า เช่น เงิน และทองเป็นต้น (ขุ.อป.อ. ๒/๒๑/๒๑๙)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

สีหาสเน จ วสฺสนฺเต ฆรํ ตตฺถ อกาสหํ

เตน จิตฺตปฺปสาเทน ตุสิตํ อุปปชฺชหํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในฤดูฝน ข้าพเจ้าได้สร้างเรือนคลุมบนพระแท่นสีหาสน์นั้น ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ข้าพเจ้าจึงได้ไปบังเกิดยังสวรรค์ชั้นดุสิต

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อายาเมน จตุพฺพีสา <326> โยชนาสึสุ <327> ตาวเท.

วิมานํ สุกตํ มยฺหํ วิตฺถาเรน จตุทฺทส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บุญกรรมได้สร้างวิมานยาว ๒๔ โยชน์ กว้าง ๑๔ โยชน์ไว้อย่างดีในขณะนั้นเพื่อข้าพเจ้า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สตฺต <328> กญฺญาสหสฺสานิ ปริวาเรนฺติ มํ สทา

โสณฺณมยญฺจ ปลฺลงฺกํ พฺยเมฺห อาสิ สุนิมฺมิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นางเทพกัญญา ๗,๐๐๐ นาง แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ บุญกรรมได้เนรมิตบัลลังก์ทองไว้อย่างดีในวิมาน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หตฺถิยานํ อสฺสยานํ ทิพฺพยานํ อุปฏฺฐิตํ

ปาสาทา สีวิกา เจว นิพฺพตฺตนฺติ ยทิจฺฉกํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ยานคือช้าง ยานคือม้า ซึ่งเป็นยานทิพย์ ได้รับการจัดเตรียมไว้แล้ว ปราสาทและวอก็บังเกิดขึ้นตามต้องการ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

มณิมยา จ ปลฺลงฺกา อญฺเญ สารมยา พหู

นิพฺพตฺตนฺติ มมํ สพฺเพ สีหาสนสฺสิทํ ผลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บัลลังก์แก้วมณีและบัลลังก์ไม้แก่นชนิดอื่นอีกจำนวนมาก ทั้งหมดบังเกิดขึ้นเพื่อข้าพเจ้า นี้เป็นผลของการถวายพระแท่นสีหาสน์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โสณฺณมยา รูปิมยา ผลิกา เวฬุริยามยา

ปาทุกา อภิรุยฺหามิ ปาทปีฐสฺสิทํ ผลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าสวมเขียงเท้าซึ่งทำด้วยทองคำ เงิน แก้วผลึก และแก้วไพฑูรย์ นี้เป็นผลของการถวายตั่งสำหรับรองพระบาท

บาลี (มหาจุฬาฯ)

จตุนวุเต อิโต <329> กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตสตฺตติ อิโต <330> กปฺเป อินฺทนามา ตโย ชนา

เทฺวสตฺตติ อิโต <331> กปฺเป ตโย สุมนนามกา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๗๓ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ มีพระนามว่าอินทะ ในกัปที่ ๗๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ มีพระนามว่าสุมนะ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สมสตฺตติโต กปฺเป ตโย วรุณนามกา

สตฺตรตนสมฺปนฺนา จตุทีปมฺหิ อิสฺสรา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๗๐ ถ้วนนับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ มีพระนามว่าวรุณะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ ทรงเป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ.

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สีหาสนทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ.

สีหาสนทายกตฺเถรสฺส อปทานํ ปฐมํ สมตฺตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แลได้ทราบว่า ท่านสีหาสนทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้

สีหาสนทายกเถราปทานที่ ๑ จบ

จบ ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๑)