พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · สีหาสนิวรรค
๒. เอกถัมภิกเถราปทาน (๑๒) เล่ม ๓๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในสีหาสนิวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ทุติยํ เอกตฺถมฺภิกตฺเถราปทานํ (๑๒)
เอกถัมภิกเถราปทานที่ ๒ (๑๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายเสาต้นเดียว
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สีหาสนิวรรค เอกถัมภิกเถราปทาน (๑๒) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)
สิทฺธตฺถสฺส ภควโต มหาปุคคโณ ๑ อหุ
สรณํ คตา จ เต พุทฺธํ สทฺทหนฺติ ตถาคตํ ฯ
สพฺเพ สงฺคมฺม มนฺเตตฺวา มาฬํ กุพฺพนฺติ สตฺถุโน
เอกตฺถมฺภํ อลภนฺตา วิจินนฺติ พฺรหาวเน ฯ
เตหํ อรญฺเญ ทิสฺวาน อุปคมฺม คณํ ตทาา
อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน ปริปุจฺฉึ คณํ อหํ ฯ
เต เม ปุฏฺฐา วิยากํสุ สีลวนฺโต อุปาสกา
มาฬํ มยํ กตฺตุกามา เอกตฺถมฺโภ น ลพฺภติ ฯ
เอกตฺถมฺภํ มมํ เทถ อหํ ทสฺสามิ สตฺถุโน
อาหริสฺสามหํ ถมฺภํ อปฺโปสฺสุกฺกา ภวนฺตุ เต ฯ
เต เม ถมฺภํ ปเวจฺฉึสุ ปสนฺนา ตุฏฺฐมานสา
ตโต ปฏินิวตฺติตฺวา อาคมํสุ สกํ ฆรํ ฯ
อจิรํ คเต ปุคคเณ ๒ ถมฺภํ อทาสหํ ๓ ตทา
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน ปฐมํ อุสฺสเปสหํ ฯ
เตน จิตฺตปฺปสาเทน วิมานํ อุปปชฺชหํ
อุพฺพิทฺธํ ภวนํ มยฺหํ สตฺตภูมํ สมุคฺคตํ ฯ
วชฺชมานาสุ เภรีสุ ปริจาเรมหํ สทา
ปญฺจปญฺญาสกปฺปมฺหิ ราชา อาสึ ยโสธโร ฯ
ตตฺถาปิ ภวนํ มยฺหํ สตฺตภูมํ สมุคฺคตํ
กูฏาคารวรูเปตํ เอกตฺถมฺภํ มโนรมํ ฯ
เอกวีสติกปฺปมฺหิ อุเทโน นาม ขตฺติโย
ตตฺราปิ ภวนํ มยฺหํ สตฺตภูมํ สุลงฺกตํ ฯ
ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ
อนุโภมิ สพฺพเมตํ ๑ เอกตฺถมฺภสฺสิทํ ผลํ ฯ
จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ถมฺภมททึ ๒ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ เอกตฺถมฺภสฺสิทํ ผลํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกตฺถมฺภิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
เอกตฺถมฺภิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑-๒ ม. ยุ. มหาปูคคโณ - คเณ ฯ ๓ โป. ม. อหาสหํ ฯ
ได้มีการประชุมมหาอุบาสกของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ และอุบาสกเหล่านั้นถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะเชื่อพระตถาคต อุบาสกทั้งหมดมาประชุมปรึกษากันจะสร้างศาลาถวายแด่พระศาสดา ยังไม่ได้เสาอีกต้นหนึ่ง จึงพากันเที่ยวหาอยู่ในป่าใหญ่ เราพบอุบาสกเหล่านั้นในป่าแล้วจึงเข้าไปหาคณะอุบาสกในเวลานั้น เราประนมอัญชลีสอบถามคณะอุบาสกอุบาสกผู้มีศีลเหล่านั้นอันเราถามแล้วตอบให้ทราบว่า เราต้องการจะสร้างศาลา ยังหาเสาไม่ได้อีกต้นหนึ่ง ขอท่านจงให้เสากะเราต้นหนึ่งเถิดฉันจักถวายแด่พระศาสดา ฉันจักนำเสามาให้ท่านทั้งหลายไม่ต้องขวนขวายหา อุบาสกเหล่านั้นเลื่อมใสมีใจยินดีให้เสาแก่เรา แล้วกลับจากป่านั้นมาสู่เรือนของตนๆ เมื่อคณะอุบาสกไปแล้วไม่นาน
เราได้ถวายเสาในกาลนั้น เรายินดี มีจิตร่าเริง ยกเสาขึ้นก่อนเขา ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้นเราได้เกิดในวิมาน ภพของเราตั้งอยู่โดดเดี่ยว ๗ ชั้น สูงตระหง่าน เมื่อกลองดังกระหึ่มอยู่ เราบำเรออยู่ทุกเมื่อ ใน ๕๕ กัลป เราได้เป็นพระราชาพระนามว่ายโสธร แม้ในกาลนั้น ภพของเราก็สูงสุด ๗ ชั้น ประกอบด้วยเรือนยอดอันประเสริฐ มีเสาต้นหนึ่งเป็นที่รื่นรมย์แห่งใน ใน ๒๑กัลป เราเป็นกษัตริย์พระนามว่าอุเทน แม้ในกาลนั้น ภพของเราก็มี ๗ชั้น ประดับอย่างสวยงาม เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือ ความเป็นเทวดาหรือความเป็นมนุษย์ เราย่อมเสวยผลนั้นๆ ทั้งหมด นี้เป็นผลแห่ง(การถวาย) เสาต้นเดียว ในกัลปที่ ๙๔ แก่กัลปนี้ ในกาลนั้นเราได้ให้เสาใด ด้วยบุญกรรมนั้น เราไม่รู้สึกทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง (การถวาย) เสาต้นเดียว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วฉะนี้แล.
ทราบว่า ท่านพระเอกถัมภิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เอกถัมภิกเถราปทาน.
จบ ๒. เอกถัมภิกเถราปทาน (๑๒)