arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · สีหาสนิวรรค

๑. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๑) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในสีหาสนิวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ทุติโย สีหาสนิยวคฺโค

ปฐมํ สีหาสนทายกตฺเถราปทานํ (๑๑)

สีหาสนิวรรคที่ ๒

สีหาสนทายกเถราปทานที่ ๑ (๑๑)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายราชอาสน์ทองคำ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สีหาสนิวรรค สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๑) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ สิทฺธตฺเถ ทีปทุตฺตเม

วิตฺถาริเต ปาวจเน พาหุชญฺญมฺหิ สาสเน ฯ

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน สีหาสนมกาสหํ

สีหาสนํ กริตฺวาน ปาทปีฐมกาสหํ ฯ

สีหาสเน จ วสฺสนฺเต ฆรํ ตตฺถ อกาสหํ

เตน จิตฺตปฺปสาเทน ตุสิตํ อุปปชฺชหํ ฯ

อายาเมน จตุพฺพีสา ๑ โยชนาสึสุ ๒ ตาวเท

วิมานํ สุกตํ มยฺหํ วิตฺถาเรน จตุทฺทสํ ฯ

สตฺต กญฺญาสหสฺสานิ ปริวาเรนฺติ มํ สทา

โสณฺณมยญฺจ ปลฺลงฺกํ พฺยเมฺห อาสิ สุนิมฺมิตํ ฯ

หตฺถิยานํ อสฺสยานํ ทิพฺพยานํ อุปฏฺฐิตํ

ปาสาทา สิวิกา เจว นิพฺพตฺตนฺติ ยทิจฺฉกํ ฯ

มณิมยา จ ปลฺลงฺกา อญฺเญ สารมยา พหู

นิพฺพตฺตนฺติ มมํ สพฺเพ สีหาสนสฺสิทํ ผลํ ฯ

โสณฺณมยา รูปิมยา ผลิกา เวฬุริยามยา

ปาทุกา อภิรุยฺหามิ ปาทปิฐสฺสิทํ ผลํ ฯ

จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ

เตสตฺตติ อิโต กปฺเป อินฺทนามา ตโย ชนา

เทฺวสตฺตติ อิโต กปฺเป ตโย สุมนนามกา ฯ

สมสตฺตติโต กปฺเป ตโย วรุณนามกา

สตฺตรตนสมฺปนฺนา จตุทีปมฺหิ อิสฺสรา ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สีหาสนทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

สีหาสนทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. จตุพฺพีส ฯ ๒ ม. โยชนํ อาสิ ตาวเท ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้สูงสุดกว่าสัตว์นิพพานแล้ว เมื่อพระศาสดา (แผ่) กว้างขวาง เมื่อพระศาสนามีท่านผู้รู้ (พระขีณาสพ)มาก เรามีจิตผ่องใส ใจผ่องแผ้ว ได้ทำราชอาสน์ทองคำ ครั้นทำราชอาสน์ทองคำแล้ว ได้ทำตั่งสำหรับรองเท้า ได้สร้างเรือนสำหรับเก็บราชอาสน์ทองคำนั้นในฤดูฝนด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราได้บังเกิดในภพดุสิตวิมานโดยยาว ๒๔ โยชน์ โดยกว้าง ๑๔ โยชน์ อันบุญกรรมสร้างอย่างงดงามมีอยู่ในภพสุดิตนั้นเพื่อเรา นางเทพกัญญา ๗ หมื่นแวดล้อมเราอยู่ทุกเมื่อ และบัลลังก์ทองที่สร้างอย่างวิจิตร มีอยู่ในวิมานของเรายานช้าง ยานม้า ยานทิพย์ ตั้งไว้คอยรับเรา ปราสาทและวอย่อมบังเกิดตามความปรารถนา

บัลลังก์แก้ว และบัลลังก์ไม้แก่นอย่างอื่นเป็นอันมากย่อมเกิดแก่เราทุกอย่าง นี้เป็นผลแห่ง (การถวาย) ราชอาสน์ทองคำเราสวมรองเท้าทำด้วยทองคำ ทำด้วยเงิน ทำด้วยแก้วผลึก ทำด้วยแก้วไพฑูรย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายตั่งรองเท้า ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยผลกรรมนั้น เราไม่รู้ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม ในกัลปที่ ๗๓ แต่กัลปนี้ มีคน ๓ คน ชื่ออินท์ ในกัลปที่๗๒ แต่กัลปนี้ มีคน ๓ คน ชื่อสุมนะ ในกัลปที่ ๗๐ มีคน ๓ คนชื่อวรุณ สมบูรณ์ ด้วยแก้ว ๗ ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล.

ทราบว่า ท่านพระสีหาสนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ สีหาสนทายกเถราปทาน

จบ ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๑)