arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · กุณฑลเกสวรรค

๓. ธรรมทินนาเถริยาปทาน เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๐ ในกุณฑลเกสวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๓. ธัมมทินนาเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระธรรมทินนาเถรี

(พระธรรมทินนาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑลเกสวรรค ธรรมทินนาเถริยาปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๓ หน้า ๔๖๘–๔๗๒

เรื่องนี้ไม่มีบาลีฉบับมหาจุฬาฯ ในข้อมูล e-tipitaka

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลหนึ่งในกรุงหงสวดี

เป็นผู้มีปัญญา สำรวมอยู่ในศีล รับจ้างทำงานของคนอื่น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระเถระนามว่าสุชาตะ

อัครสาวกของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ออกจากวิหารไปบิณฑบาต

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นคนหาบน้ำ ถือหม้อน้ำเดินไปอยู่

เห็นท่านแล้วเลื่อมใส ได้ถวายขนมด้วยมือของตน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ท่านรับแล้วนั่งฉัน ณ ที่นั้นเอง

แต่นั้นหม่อมฉันนิมนต์ท่านไปยังเรือน

ได้ถวายโภชนาหารแก่ท่าน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

จากนั้น เจ้านายของหม่อมฉันมีความยินดีแล้ว

ได้แต่งหม่อมฉันเป็นลูกสะใภ้ของตน

หม่อมฉันได้ไปถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมกับแม่ผัว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ทรงประกาศแต่งตั้งภิกษุณีรูปหนึ่ง

ผู้เป็นธรรมกถึกไว้ในเอตทัคคะ

หม่อมฉันได้ฟังพุทธดำรัสนั้นแล้วมีความเบิกบาน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ได้ทูลนิมนต์พระสุคตทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก พร้อมทั้งพระสงฆ์

ถวายมหาทานแล้ว ปรารถนาตำแหน่งนั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ลำดับนั้น พระสุคตผู้มีพระสุระเสียงไพเราะดุจเมฆคำรน

ได้ตรัสกับหม่อมฉันว่า ‘เธอจงยินดีบำรุง อังคาสเราพร้อมทั้งพระสงฆ์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ขวนขวายในการสดับพระสัทธรรม

มีใจเจริญด้วยคุณธรรม เธอผู้เจริญ

เธอจงเป็นผู้เบิกบานเถิด เธอจักได้ตำแหน่งนั้น

ซึ่งเป็นผลแห่งความปรารถนา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สตรีผู้นี้จักมีนามปรากฏว่าธรรมทินนา

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

จักเป็นสาวิกาของพระศาสดาพระองค์นั้น’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้วเป็นผู้มีความยินดี

มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระมหามุนี

ผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษด้วยปัจจัยทั้งหลายจนตลอดชีวิต

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์

มีพระยศยิ่งใหญ่ พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร

ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลายเสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น พระเจ้ากาสีพระนามว่ากิกี

ทรงเป็นใหญ่กว่านรชนในกรุงพาราณสีที่ประเสริฐสุด

ทรงเป็นอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันเป็นธิดาคนที่ ๖ ของพระองค์

มีนามปรากฏว่าสุธรรมา ได้ฟังธรรมของพระชินเจ้าผู้เลิศแล้ว

พอใจการบรรพชา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แต่พระชนกนาถมิได้ทรงอนุญาตให้หม่อมฉันทั้งหลายบวช

ครั้งนั้น หม่อมฉันทั้งหลายไม่เกียจคร้าน ครองเรือนอยู่ ๒๐,๐๐๐ ปี

ภาณวารที่ ๓ จบ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระราชกัญญาทั้ง ๗ องค์

มีความสุข ประพฤติพรหมจรรย์ตั้งแต่ยังเป็นกุมารี

เพลิดเพลินยินดีอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คือ (๑) พระนางสมณี (๒) พระนางสมณคุตตา

(๓) พระนางภิกษุณี (๔) พระนางภิกขุทาสิกา

(๕) พระนางธรรมา (๖) พระนางสุธรรมา

(๗) พระนางสังฆทาสิกา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

(พระราชธิดาทั้ง ๗ นั้นได้กลับชาติมาเกิด)

คือ พระเขมาเถรี ๑ พระอุบลวรรณาเถรี ๑

พระปฏาจาราเถรี ๑ พระกุณฑลเกสีเถรี ๑

หม่อมฉัน ๑ พระกีสาโคตมีเถรี ๑

และคนที่ ๗ เป็นวิสาขามหาอุบาสิกา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ด้วยกรรมทั้งหลายที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในตระกูลเศรษฐี

ที่มีความเจริญมั่งคั่งให้สำเร็จความประสงค์ทั้งปวง

ในกรุงราชคฤห์ที่ประเสริฐสุด

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในคราวที่หม่อมฉันดำรงอยู่ในปฐมวัยรุ่นสาว

ประกอบด้วยรูปสมบัติ ได้ไปสู่ตระกูลอื่น (แต่งงาน)

เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความสุขอยู่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สามีของหม่อมฉันเป็นผู้มีความรู้ดี

เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์โลก

สดับพระธรรมเทศนาแล้วได้บรรลุอนาคามิผล

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น หม่อมฉันได้ขออนุญาตสามีนั้นแล้ว

ออกบวชเป็นบรรพชิต โดยกาลไม่นานนักก็ได้บรรลุอรหัตตผล

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น สามีผู้เป็นอุบาสกนั้นได้เข้าไปหาหม่อมฉันแล้ว

ได้ถามปัญหาที่ละเอียดลึกซึ้งมาก

หม่อมฉันแก้ปัญหาทั้งหมดนั้นได้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินเจ้าทรงพอพระทัยในคุณสมบัตินั้น

จึงทรงตั้งหม่อมฉันไว้ในเอตทัคคะด้วยพระดำรัสว่า

‘เรามิได้เห็นภิกษุณีรูปอื่น ผู้เป็นพระธรรมกถึก

เหมือนภิกษุณีธัมมทินนานี้เลย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงทรงจำ

ภิกษุณีธรรมทินนาว่าเป็นนักปราชญ์’

หม่อมฉันอันพระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำทรงอนุเคราะห์แล้ว

ชื่อว่าเป็นบัณฑิตอย่างนี้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระศาสดาหม่อมฉันก็ปรนนิบัติแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันได้ทำแล้ว

ภาระอันหนักหม่อมฉันก็ปลงลงได้แล้ว

ตัณหาที่นำไปสู่ภพหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กุลบุตรกุลธิดาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด

ประโยชน์นั้นคือความสิ้นสังโยชน์ทั้งปวง

หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุและในเจโตปริยญาณ

เป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว

หม่อมฉันทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นแล้ว

เป็นผู้บริสุทธิ์สะอาดปราศจากมลทิน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็ได้เผาแล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า พระธรรมทินนาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ธัมมทินนาเถริยาปทานที่ ๓ จบ

จบ ๓. ธรรมทินนาเถริยาปทาน