arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · กุณฑลเกสวรรค

๔. สกุลาเถริยาปทาน เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในกุณฑลเกสวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๔. สกุลาเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระสกุลาเถรี

(พระสกุลาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑลเกสวรรค สกุลาเถริยาปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๓ หน้า ๔๗๓–๔๗๗

เรื่องนี้ไม่มีบาลีฉบับมหาจุฬาฯ ในข้อมูล e-tipitaka

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์เป็นผู้ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย

เป็นบุรุษอาชาไนย

ทรงปฏิบัติเพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข

เพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์ในโลกพร้อมทั้งเทวโลก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินเจ้า ผู้มีพระยศอันเลิศ มีพระสิริ

มีพระเกียรติคุณฟุ้งขจรไป อันชาวโลกทั้งปวงบูชาแล้ว

มีพระคุณปรากฏไปทั่วทิศ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงข้ามพ้นความสงสัยแล้ว

ทรงล่วงความเคลือบแคลงแล้ว

มีความดำริในพระหทัยบริบูรณ์เต็มที่

ทรงบรรลุสัมโพธิญาณที่ประเสริฐสุด

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงเป็นผู้สูงสุดแห่งนระ

ทรงทำมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น

ตรัสบอกมรรคที่ยังไม่มีใครบอก

ทรงทำธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิดพร้อม

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงรู้มรรค รู้แจ้งมรรค

ตรัสบอกมรรค เป็นผู้องอาจกว่านรชน

เป็นพระศาสดาผู้ฉลาดในมรรค

ผู้ประเสริฐสูงสุด ในบรรดาสารถีทั้งหลาย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา ผู้เป็นที่พึ่ง ทรงเป็นผู้นำ

ทรงแสดงธรรมถอนเหล่าสัตว์ผู้จมอยู่ในเปือกตมคือกาม

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดเป็นนางกษัตริย์ในกรุงหงสวดี

มีนามว่านันทนา

มีรูปสวย รวยทรัพย์ น่าเอ็นดู มีสิริ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เป็นธิดาของมหาราชพระนามว่าอานันทะ งดงามอย่างยิ่ง

เป็นภคินีต่างมารดาของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ห้อมล้อมด้วยราชกัญญาทั้งหลาย

ประดับด้วยเครื่องอาภรณ์ทุกชนิด

เข้าไปเฝ้าพระมหาวีระ ได้ฟังพระธรรมเทศนา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น พระมหาวีรเจ้าพระองค์นั้นผู้ทรงรู้แจ้งโลก

ทรงตั้งภิกษุณีรูปหนึ่ง ผู้มีทิพยจักษุไว้ในเอตทัคคะ

ในท่ามกลางบริษัท ๔

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันได้ฟังพุทธดำรัสนั้นแล้ว มีความร่าเริง

ถวายทานแด่พระศาสดาและบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว

ได้ปรารถนาทิพยจักษุ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

จากนั้น พระศาสดาได้ตรัสกับหม่อมฉันว่า

‘นันทนา เธอจักได้ตำแหน่งตามที่เธอปรารถนา

ตำแหน่งที่เธอปรารถนานี้เป็นผลแห่งประทีปธรรมและทาน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สตรีผู้นี้จักมีนามว่าสกุลา

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

จักเป็นสาวิกาของพระศาสดาพระองค์นั้น’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์

มีพระยศยิ่งใหญ่พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร

ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นปริพาชิกา ประพฤติอยู่ผู้เดียว

เที่ยวภิกขาจารได้เพียงน้ำมัน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มีใจผ่องใส ใช้น้ำมันนั้นตามประทีปบูชา

พระเจดีย์ชื่อว่าสัพพสังวร

ของพระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่าเทวดาและมนุษย์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะอำนาจแห่งกรรมนั้น หม่อมฉันเกิดในที่ใด ๆ

ประทีปเป็นอันมากส่องแสงสว่างเพื่อหม่อมฉันผู้อยู่ในที่นั้น ๆ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันเห็นสิ่งที่อยู่นอกฝาหรือสิ่งที่อยู่นอกกำแพง

และเห็นทะลุภูเขาตามที่ปรารถนา

นี้เป็นผลแห่งการถวายประทีป

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันมีนัยน์ตาแจ่มใส รุ่งเรืองด้วยยศ

มีศรัทธา มีปัญญา

นี้เป็นผลแห่งการถวายประทีป

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในตระกูลมหาศาล

มีทรัพย์และข้าวเปลือกมากมาย

ที่มหาชนยินดี พระราชาทรงบูชา (ยกย่อง)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันผู้สมบูรณ์ด้วยอวัยวะทั้งปวง

ประดับด้วยเครื่องอาภรณ์ทุกชนิด ยืนอยู่ที่หน้าต่าง

ได้เห็นพระสุคตเสด็จเข้าไปในเมือง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงรุ่งเรืองด้วยพระยศ

อันเทวดาและมนุษย์สักการบูชา

ทรงสมบูรณ์ด้วยอนุพยัญชนะ

ประดับด้วยพระลักษณะทั้งหลาย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันมีจิตเบิกบาน มีใจยินดี

บวชแล้วไม่นานก็ได้บรรลุอรหัตตผล

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุและในเจโตปริยญาณ

เป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระศาสดา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว

หม่อมฉันทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นแล้ว

เป็นผู้บริสุทธิ์สะอาดปราศจากมลทิน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระศาสดาหม่อมฉันก็ปรนนิบัติแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันได้ทำแล้ว

ภาระอันหนักหม่อมฉันก็ปลงลงได้แล้ว

ตัณหาที่นำไปสู่ภพหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กุลบุตรกุลธิดาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด

ประโยชน์นั้นคือความสิ้นสังโยชน์ทั้งปวง

หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

จากนั้น พระผู้มีพระภาคผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา

ผู้สูงสุดแห่งนรชน ทรงตั้งหม่อมฉันไว้ในเอตทัคคะว่า

‘สกุลาภิกษุณีเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุณีทั้งหลายฝ่ายผู้มีทิพยจักษุ’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า พระสกุลาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

สกุลาเถริยาปทานที่ ๔ จบ

จบ ๔. สกุลาเถริยาปทาน