arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · กุณฑลเกสวรรค

๒. กิสาโคตมีเถริยาปทาน เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในกุณฑลเกสวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๒. กีสาโคตมีเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระกีสาโคตมีเถรี

(พระกีสาโคตมีเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑลเกสวรรค กิสาโคตมีเถริยาปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๓ หน้า ๔๖๓–๔๖๘

เรื่องนี้ไม่มีบาลีฉบับมหาจุฬาฯ ในข้อมูล e-tipitaka

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลหนึ่งในกรุงหงสวดี

ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่านรชนพระองค์นั้น

แล้วได้ถึงพระองค์เป็นสรณะ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันได้ฟังธรรมของพระองค์

ซึ่งประกอบด้วยสัจจะ ๔ ที่ไพเราะจับใจอย่างยิ่ง

นำมาซึ่งสันติสุขแห่งจิต

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้ครั้งนั้น พระธีรเจ้าผู้สูงสุดแห่งบุรุษ

ทรงยกย่องตั้งภิกษุณีรูปหนึ่ง ผู้ทรงจีวรเศร้าหมอง

ไว้ในเอตทัคคะ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันได้ฟังคุณของภิกษุณีนั้นแล้ว เกิดปีติมิใช่น้อย

ทำสักการะพระพุทธเจ้าตามกำลังความสามารถ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หมอบลงใกล้พระธีรมุนีแล้ว ปรารถนาตำแหน่งนั้น

ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้นำ

ตรัสอนุโมทนาเพื่อการได้ตำแหน่งว่า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

‘ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สตรีผู้นี้ จักมีนามปรากฏว่ากีสาโคตมี

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

จักเป็นสาวิกาของพระศาสดาพระองค์นั้น’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น หม่อมฉันได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว

เป็นผู้มีความยินดี มีจิตประกอบด้วยเมตตา

บำรุงพระชินเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ

ด้วยปัจจัยทั้งหลายจนตลอดชีวิต

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ด้วยกรรมทั้งหลายที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์

มีพระยศยิ่งใหญ่พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร

ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น พระเจ้ากาสีพระนามว่ากิกี

ทรงเป็นใหญ่กว่านรชนในกรุงพาราณสีที่ประเสริฐสุด

ทรงเป็นอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันเป็นธิดาคนที่ ๕ ของพระองค์

มีนามปรากฏว่าธรรมา ได้ฟังธรรมของพระชินเจ้าผู้เลิศแล้ว

พอใจการบรรพชา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แต่พระชนกนาถมิได้ทรงอนุญาตให้หม่อมฉันทั้งหลายบวช

ครั้งนั้น หม่อมฉันทั้งหลายไม่เกียจคร้าน ครองเรือนอยู่ ๒๐,๐๐๐ ปี

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระราชกัญญาทั้ง ๗ พระองค์

มีความสุข ประพฤติพรหมจรรย์ตั้งแต่ยังเป็นกุมารี

เพลิดเพลินยินดีอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คือ (๑) พระนางสมณี (๒) พระนางสมณคุตตา

(๓) พระนางภิกษุณี (๔) พระนางภิกขุทาสิกา

(๕) พระนางธรรมา (๖) พระนางสุธรรมา

(๗) พระนางสังฆทาสิกา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

(พระราชธิดาทั้ง ๗ นั้นได้กลับชาติมาเกิด)

คือพระเขมาเถรี ๑ พระอุบลวรรณาเถรี ๑

พระปฏาจาราเถรี ๑ พระกุณฑลเกสีเถรี ๑

หม่อมฉัน ๑ พระธรรมทินนาเถรี ๑

และคนที่ ๗ เป็นวิสาขามหาอุบาสิกา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ด้วยกรรมทั้งหลายที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในตระกูลเศรษฐี

ที่ตกยาก จนทรัพย์ เป็นตระกูลที่ต่ำต้อย

ได้(แต่งงาน)ไปยังตระกูลที่มีทรัพย์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ชนทั้งหลายที่เหลือเว้นสามีของหม่อมฉัน

เกลียดชังว่าเป็นหญิงไม่มีทรัพย์

เมื่อหม่อมฉันคลอดบุตรแล้ว ก็เป็นที่ชื่นชอบของชนทั้งปวง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในคราวที่บุตรยังเป็นเด็กอ่อน มีความสุข

เป็นที่รักใคร่ของหม่อมฉันเหมือนดังชีวิตของตน

ก็ตกไปยังอำนาจของพญายม(ตายไป)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันอัดอั้นตันใจด้วยความเศร้าโศก

มีหน้าเศร้าหมอง ร้องไห้น้ำตานองหน้า

อุ้มศพลูกที่ตายแล้วเที่ยวพูดบ่นเพ้อไป

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น หม่อมฉันอันบุรุษคนหนึ่งเห็นแล้ว

พาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

ผู้ทรงเป็นนายแพทย์ที่ประเสริฐที่สุด

จึงได้ทูลว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ

ขอพระองค์โปรดประทานยาให้บุตรคืนชีพด้วยเถิด’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินเจ้าผู้ทรงฉลาดในอุบายแนะนำรับสั่งว่า

‘ในเรือนหลังใดไม่มีคนตาย

เธอจงไปนำเมล็ดพันธุ์ผักกาดจากเรือนหลังนั้นมา’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น หม่อมฉันไปจนทั่วกรุงสาวัตถี

ไม่ได้พบเรือนเช่นนั้นเลย

เพราะเหตุนั้น หม่อมฉันจึงกลับได้สติว่า

จักได้เมล็ดพันธุ์ผักกาดแต่ที่ไหน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

จึงทิ้งศพแล้วเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก พระองค์ผู้มีพระสุรเสียงอันไพเราะ

ทอดพระเนตรเห็นหม่อมฉันแต่ที่ไกล แล้วตรัสว่า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

‘ก็ความเป็นอยู่เพียงวันเดียวของบุคคลผู้เห็นความเกิดขึ้น

และความเสื่อมไป ประเสริฐกว่าความเป็นอยู่ตั้ง ๑๐๐ ปี

ของบุคคลผู้มิได้เห็นความเกิดขึ้นและความเสื่อมไป

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ธรรมนี้ ไม่ใช่ธรรมสำหรับชาวบ้าน

ไม่ใช่ธรรมสำหรับชาวนิคม ไม่ใช่ธรรมสำหรับสกุลเดียว

แต่เป็นธรรมสำหรับชาวโลกทั้งปวงพร้อมทั้งเทวโลก

ธรรมนั่นคืออนิจจตา (ความไม่เที่ยง)’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันได้ฟังคาถาเหล่านี้แล้ว

ได้ชำระธรรมจักษุให้หมดจดโดยพิเศษ

แต่นั้น รู้แจ้งพระสัทธรรมแล้วได้บวชเป็นบรรพชิต

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้เมื่อบวชแล้วอย่างนั้น

ประกอบความเพียรในศาสนาของพระชินเจ้า

ไม่นานนักก็ได้บรรลุอรหัตตผล

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุและในเจโตปริยญาณ

เป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของศาสดา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว

หม่อมฉันทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นแล้ว

เป็นผู้บริสุทธิ์สะอาดปราศจากมลทิน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระศาสดาหม่อมฉันก็ปรนนิบัติแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ภาระอันหนักหม่อมฉันก็ปลงลงได้แล้ว

ตัณหาที่นำไปสู่ภพหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กุลบุตรกุลธิดาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด

ประโยชน์นั้นคือความสิ้นสังโยชน์ทั้งปวง

หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ

นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ

ของหม่อมฉันบริสุทธิ์ไพบูลย์

เพราะอำนาจของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันเก็บผ้ามาจากกองขยะ ป่าช้า ทางรถและทางเกวียน

แล้วทำเป็นผ้าสังฆาฏิจากผ้านั้น

ทรงจีวรที่เศร้าหมอง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินเจ้า ทรงเป็นผู้นำวิเศษ

ทรงพอพระทัยในคุณสมบัติคือการทรงจีวรเศร้าหมองนั้น

จึงทรงแต่งตั้งหม่อมฉันไว้ในเอตทัคคะในบริษัททั้งหลาย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็ได้เผาแล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า พระกีสาโคตมีภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

กีสาโคตมีเถริยาปทานที่ ๒ จบ

จบ ๒. กิสาโคตมีเถริยาปทาน