พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เสเรยยกวรรค
๘. ญาณสัญญกเถราปทาน (๑๒๘) เล่ม ๓๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในเสเรยยกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เสเรยยกวรรค ญาณสัญญกเถราปทาน (๑๒๘) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๒๗๙–๒๘๑
[๘๒] ในกัปที่ ๗๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มี พระนามว่าสุมังคละ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก[๘๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ ผลทายกเถราปทานที่ ๗
๘. ญาณสัญญกเถราปทาน
บุพประวัติของพระญาณสัญญกเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการได้สัญญา
(ท่านพระญาณสัญญกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๑๓๐} [๘๔] เราอยู่ในระหว่างภูเขาใกล้ภูเขาหิมวันต์ ได้เห็นกองทราย อันงามแล้ว ระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด[๘๔] “ไม่มีอะไรเปรียบได้ในพระญาณ สงคราม(การปรุงแต่ง)ไม่มี แก่พระศาสดา พระศาสดาทรงรู้ธรรมทั้งปวงแล้ว ทรงน้อมไป ด้วยพระญาณ
[๘๖] ข้าแต่บุรุษอาชาไนย ขอความนอบน้อมจงมีแด่พระองค์ ข้าแต่อุดมบุรุษ ขอความนอบน้อมจงมีแต่พระองค์ ผู้ที่จะเสมอด้วย พระญาณของพระองค์ย่อมไม่มี ตราบเท่าที่พระญาณอันสูงสุด ของพระองค์ยังมีอยู่”[๘๗] เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระญาณแล้วบันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัป ในกัปทั้งหลายที่เหลือ เราทำกุศลไว้แล้ว
[๘๘] ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้สัญญาใดไว้ในกาลนั้น ด้วย สัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งกัญญา ในพระญาณ
[๘๙] ในกัปที่ ๗๓ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง มีพระนามว่าปุฬินปุปผิยะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก
[๙๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แล
นัยว่า ท่านพระญาณสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ ญาณสัญญกเถราปทานที่ ๘
๙. คันธปุปผิยเถราปทาน
บุพประวัติของพระคันธปุปผิยเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ต่าง ๆ
(ท่านพระคันธปุปผิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า}
{๑๓๑} [๙๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสีผู้มีพระฉวีวรรณดังทอง ผู้ควรแก่ทักษิณา แวดล้อมด้วยพระสาวกเป็นอันมากเสด็จ ออกจากพระอาราม[๙๒] เราได้พบพระสัพพัญญูพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด หาอาสวะมิได้ มีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัสได้บูชา ณ หนทางที่เสด็จไป ด้วยดอกไม้กรอง[๙๓] ด้วยจิตอันเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นจอมมนุษย์ ผู้คงที่ พระองค์นั้น เราร่าเริง มีจิตหรรษาได้ถวายบังคมพระตถาคตอีก[๙๔] ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา[๙๕] ในกัปที่ ๔๑ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนามว่าวรุณะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก[๙๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระคันธปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ คันธปุปผิยเถราปทานที่ ๙
จบ ๘. ญาณสัญญกเถราปทาน (๑๒๘)