พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เมตเตยยวรรค
๑๐. อุเทนเถราปทาน (๔๑๐) เล่ม ๓๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๑๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในเมตเตยยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
_______
๑๐. อุเทนตฺเถราปทาน
๑๐. อุเทนเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระอุเทนเถระ
(พระอุเทนเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เมตเตยยวรรค อุเทนเถราปทาน (๔๑๐) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๒ หน้า ๕๐๔–๕๐๘ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๒ หน้า ๖๙๗–๗๐๔
หิมวนฺตสฺสา อวิทูเร ปทุโม นาม ปพฺพโต
อสฺสโม สุกโต มยฺหํ ปณฺณสาลา สุมาปิตา.
ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อปทุม ข้าพเจ้าสร้างอาศรมสร้างบรรณศาลาอย่างดีไว้
นทิโย สนฺทเร ตตฺถ สุปติตฺถา มโนรมา
อจฺโฉทกา สีตชลา สนฺทเร นทิโย สทา.
ที่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้านั้น แม่น้ำไหลอยู่มีท่าน้ำราบเรียบ น่ารื่นรมย์ใจ แม่น้ำมีน้ำใสสะอาด เย็นสนิท ไหลอยู่เป็นนิตย์
ปาฐีนา ปาวุสา มจฺฉา วลชา มุญฺชโรหิตา
โสเภนฺตา <1766> นทิโย เอเต วสนฺติ นทิยา สทา.
ฝูงปลาสลาด ฝูงปลากระบอก ฝูงปลาสวาย ฝูงปลาเค้า และฝูงปลาตะเพียน อยู่ประจำในแม่น้ำ ทำให้แม่น้ำงามทุกเมื่อ
อมฺพชมฺพูหิ สญฺฉนฺนา กเรริติลกา ตถา
อุทฺทาลกา ปาฏลิโย โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
ดาษดื่นไปด้วยต้นมะม่วง ต้นหว้า อนึ่ง ต้นกุ่ม ต้นหมากเม่า ต้นราชพฤกษ์ ต้นแคฝอย ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
องฺโกลกา พิมฺพิชาลา มายาหรา <1767> จ ปุปฺผิตา
คนฺเธน อุปวายนฺตา โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
ต้นปรู ต้นมะกล่ำหลวง ต้นกาหลง มีดอกบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
อติมุตฺตา สตฺตลิกา นาคา สาลา จ ปุปฺผิตา
ทิพฺพา คนฺธา สมฺปวนฺตา <1768> โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
ต้นลำดวน ต้นชบา ต้นกากะทิง และต้นสาละ มีดอกบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
โกสุมฺพา <1769> สฬลา นีปา อฏฺฐงฺคาปิ <1770> จ ปุปฺผิตา
ทิพฺพา คนฺธา สมฺปวนฺตา โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
ต้นคำ ต้นช้างน้าว ต้นกระทุ่ม ต้นมะเฟือง มีดอกบาน ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
หรีตกา อามลกา อมฺพา ชมฺพู วิเภทา <1771>
โกลา ภลฺลาตกา เพลฺลา ผลานิ พหุ อสฺสเม.
ต้นสมอ ต้นมะขามป้อม ต้นมะม่วง ต้นหว้า ต้นสมอพิเภก ต้นพุทรา ต้นรกฟ้า ต้นมะตูม มีผลดกอยู่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า
กลมฺพา กนฺทลี <1772> ตตฺถ ปุปฺผนฺติ มม อสฺสเม
ทิพฺพา คนฺธา สมฺปวนฺตา โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
มันอ้อน ต้นมะเขือพวง กำลังผลิดอกออกผล ใกล้อาศรมของข้าพเจ้านั้น ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
อโสกปิณฺฑี จ วารี <1773> นิมฺพรุกฺขา จ ปุปฺผิตา
ทิพฺพา คนฺธา สมฺปวนฺตา โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
ต้นอโศก ต้นวารี และต้นสะเดา มีดอกบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
ปุนฺนาคา คิริปุนฺนาคา ติมิรา ตตฺถ ปุปฺผิตา
ทิพฺพา คนฺธา สมฺปวนฺตา โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
ต้นบุนนาค ต้นบุนนาคเขา ต้นดีหมี ในที่ใกล้อาศรมนั้น มีดอกบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
นิคฺคุณฺฑี สิรินิคฺคุณฺฑี จมฺปรุกฺเขตฺถ ปุปฺผิตา
ทิพฺพา คนฺธา สมฺปวนฺตา โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
ต้นย่านทราย ต้นคนทีเขมา และต้นจำปา ในที่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้านั้น มีดอกบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
อวิทูเร โปกฺขรณี จกฺกวากูปกูชิตา
มนฺทาลเกหิ สญฺฉนฺนา ปทุมุปฺปลเกหิ จ.
ในที่ไม่ไกลมีสระโบกขรณี มีนกจักรพากส่งเสียงร้องอยู่ ดารดาษด้วยบัวเผื่อน บัวหลวง และบัวขาบ
อจฺโฉทกา สีตชลา สุปติตฺถา มโนรมา
อจฺฉา ผลิกสมานา โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
มีน้ำใส เย็นสนิท มีท่าน้ำราบเรียบน่ารื่นรมย์ใจ น้ำใสสะอาด เสมอด้วยแก้วผลึก ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
ปทุมา ปุปฺผเร ตตฺถ ปุณฺฑรีกา จ อุปฺปลา
มนฺทาลเกหิ สญฺฉนฺนา โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
ในสระนั้น มีบัวหลวง บัวขาว บัวขาบ ดารดาษด้วยบัวเผื่อน มีดอกบานสะพรั่ง ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
ปาฐีนา ปาวุสา มจฺฉา พลชา มุญฺชโรหิตา
วิจรนฺตาว เต ตตฺถ โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
ฝูงปลาสลาด ฝูงปลากระบอก ฝูงปลาสวาย ฝูงปลาเค้า และฝูงปลาตะเพียนว่ายเวียนอยู่ในสระนั้น ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
กุมฺภีลา สุํสุมารา จ กจฺฉปา จ คหา พหู
โอคหา อชครา จ โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
จระเข้ ตะโขง เต่า นาก งูหลาม และงูเหลือมจำนวนมาก ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
ปาเรวตา รวิหํสา จกฺกวากา นทีจรา
ทินฺทิภา สาลิกา เจตฺถ โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
นกพิราบ นกเป็ดน้ำ นกจักรพาก นกกาน้ำ นกต้อยตีวิด และนกสาลิกา อยู่ในที่ใกล้อาศรมนั้น ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
นยิตา อมฺพคนฺธี จ เกตกา ตตฺถ ปุปฺผิตา
ทิพฺพา คนฺธา สมฺปวนฺตา โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
ต้นตาเสือ ต้นจงกลนี ต้นการะเกด ในที่ใกล้อาศรมนั้น มีดอกบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอบอวลคล้ายกลิ่นทิพย์ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
สีหา พฺยคฺฆา จ ทีปี จ อจฺฉโกกตรจฺฉกา
อนุสญฺจรนฺตา ปวเน โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
ราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลือง หมี หมาป่า หมาใน เสือดาว เที่ยวสัญจรอยู่ในป่าใหญ่ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
ชฏาภาเรน ภริตา อชินุตฺตรวาสิโน
อนุสญฺจรนฺตา ปวเน โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
ฤๅษีทั้งหลาย เพียบพร้อมด้วยชฎา และบริขาร นุ่งห่มหนังสัตว์ เที่ยวสัญจรอยู่ในป่าใหญ่ ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
อชินานิธรา เอเต นิปกา สนฺตวุตฺติโน
อปฺปาหารา จ <1774> เต สพฺเพ โสเภนฺติ มม อสฺสมํ.
บางพวกนุ่งห่มหนังสัตว์ มีปัญญารักษาตน มีความประพฤติสงบและบริโภคอาหารแต่น้อยเหล่านั้นทั้งหมด ประดับอาศรมของข้าพเจ้าให้งดงาม
ขาริภารํ <1775> คเหตฺวาน อชฺโฌคยฺห วนํ ตทา
มูลผลานิ ภุญฺชนฺตา วสนฺติ อสฺสเม ตทา.
ครั้งนั้น ฤๅษีทั้งหลายหาบบริขารเข้าไปสู่ป่า กินหัวมันและผลไม้อยู่ในอาศรม
น เต ทารุํ อาหรนฺติ อุทกํ ปาทโธวนํ
สพฺเพสํ อานุภาเวน สยเมวาหรียติ.
ครั้งนั้น ฤๅษีเหล่านั้นไม่ต้องนำฟืนมา น้ำสำหรับล้างเท้าก็ไม่ต้องนำมา ด้วยอานุภาพแห่งฤๅษีทั้งปวง ฟืนและน้ำย่อมมาเอง
จุลฺลาสีติสหสฺสานิ อิสโย ตตฺถ <1776> สมาคตา
สพฺเพว ฌายิโน เอเต อุตฺตมตฺถํ คเวสิโน.
ฤๅษี ๘๔,๐๐๐ ตน ประชุมกันอยู่ในอาศรมนั้น ทั้งหมดนี้ เป็นผู้เข้าฌาน แสวงหาประโยชน์สูงสุด
ตปสฺสิโน พฺรหฺมจารี โจเทนฺตา อปฺปนาว เต
อมฺพราวจรา สพฺเพ วสนฺติ อสฺสเม ตทา.
ฤๅษีเหล่านั้นเป็นผู้มีตบะ ประพฤติพรหมจรรย์ ตักเตือนกันและกัน เป็นผู้แน่นแฟ้น เหาะไปในอากาศได้ทุกตนอยู่ในอาศรมในครั้งนั้น
ปญฺจาหํ สนฺนิปตนฺติ เอกคฺคา สนฺตวุตฺติโน
อญฺญมญฺญํ อภิวาเทตฺวา ปกฺกมนฺติ ทิสามุขา.
ประชุมกันทุก ๕ วัน ไม่ระส่ำระสาย มีความประพฤติสงบ กราบไหว้กันและกันแล้ว จึงบ่ายหน้าหลีกไปตามทิศ (ที่ตนอยู่)
ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู
ตมนฺธการํ วิธมํ อุปฺปชฺชิ ตาวเท ชิโน.
ครั้งนั้น พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง พระองค์เสด็จอุบัติขึ้น กำจัดความมืดมนอนธการ
มม อสฺสมสามนฺตา ยกฺโข อาสิ มหิทฺธิโก.
โส เม สํสิตฺถ สมฺพุทฺธํ ชลชุตฺตมนามกํ. <1777>
ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า มียักษ์ตนหนึ่ง ผู้มีฤทธิ์มาก ยักษ์ตนนั้นได้บอกข่าวพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่าปทุมุตตระ แก่ข้าพเจ้าว่า
เอส พุทฺโธ สมุปฺปนฺโน ปทุมุตฺตโร มหามุนิ
ขิปฺปํ คนฺตฺวาน สมฺพุทฺธํ ปยิรุปาส มาริส.
พระพุทธเจ้าองค์นี้พระนามว่าปทุมุตตระ เป็นพระมหามุนี เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ท่านจงรีบไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเถิด ท่านผู้นิรทุกข์
ยกฺขสฺส วจนํ สุตฺวา วิปฺปสนฺเนน เจตสา
อสฺสมํ สํสาเมตฺวาน นิกฺขมึ ปวนา <1778> ตทา.
ข้าพเจ้าได้ฟังคำของยักษ์แล้วก็มีจิตผ่องใสยิ่งนัก จึงปิดอาศรมแล้วออกจากป่าในขณะนั้น
เจเลว ฑยฺหมานมฺหิ นิกฺขมิตฺวาน อสฺสมา
เอกรตฺตึ นิวาเสตฺวา <1779> อุปคญฺฉึ วินายกํ.
เมื่อไฟกำลังไหม้ผ้าอยู่ ข้าพเจ้าออกจากอาศรม พักอยู่กลางทางคืนหนึ่งแล้ว เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ
ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห
จตุสจฺจํ ปกาเสนฺโต เทเสสิ อมตํ ปทํ.
พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ทรงประกาศสัจจะ ๔ แสดงอมตบทอยู่
สุผุลฺลํ ปทุมํ คยฺห อุปคนฺตฺวา มเหสิโน
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน พุทฺธสฺส อภิวาทยึ. <1780>
ข้าพเจ้าถือดอกปทุมซึ่งบานเต็มที่ เข้าเฝ้าพระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ถวายอภิวาทพระพุทธเจ้า
ปูชยิตฺวาน สมฺพุทฺธํ ชลชุตฺตมนายกํ
เอกํสํ อชินํ กตฺวา สนฺถวึ โลกนายกํ.
บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงเป็นผู้นำแล้วห่มหนังสัตว์เฉวียงบ่า สรรเสริญพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า
เยน ญาเณน สมฺพุทฺโธ วสตีห อนาสโว
ตํ ญาณํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ไม่มีอาสวะ ประทับอยู่ที่นี้ด้วยพระญาณใด ข้าพระองค์จักสรรเสริญพระญาณนั้น ขอพระองค์จงสดับข้าพระองค์กราบทูล
สํสารโสตํ ฉินฺทิตฺวา ตาเรสิ สพฺพปาณินํ
ตว ธมฺมํ สุณิตฺวาน ตณฺหาโสตํ ตรนฺติ เต.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตัดกระแสวัฏสงสารแล้ว ทรงช่วยสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้น สรรพสัตว์นั้นฟังธรรมของพระองค์แล้ว ย่อมข้ามพ้นกระแสตัณหาได้
ตุวํ สตฺถา จ เกตุ จ ธโช ยูโป จ ปาณินํ
ปรายโณ ปติฏฺฐาสิ <1781> ทีโป จ ทิปทุตฺตม.
ข้าแต่พระองค์ผู้สูงสุดแห่งเทวดา และมนุษย์ พระองค์เป็นพระศาสดา เป็นธงชัย เป็นหลัก เป็นจุดมุ่งหมาย เป็นที่พึ่ง และเป็นประทีปของสัตว์ทั้งหลาย
ยาวตา คณิโน โลเก สตฺถวาหา ปวุจฺจเร
ตุวํ อคฺโคสิ สพฺพญฺญุ <1782> ตว อนฺโตคธาว เต.
คณาจารย์ผู้นำหมู่ประมาณเท่าใด ที่ถูกกล่าวถึงในโลก พระองค์เป็นสัพพัญญูผู้เลิศกว่าคณาจารย์เหล่านั้น คณาจารย์เหล่านั้นนับว่าอยู่ในคำสอนของพระองค์
ตว ญาเณน สพฺพญฺญุ ตาเรสิ ชนตํ พหุํ
ตว ทสฺสนมาคมฺม ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสเร.
พระองค์ผู้สัพพัญญูทรงช่วยหมู่ชนจำนวนมาก ให้ข้ามพ้น(จากวัฏสงสาร) ด้วยพระญาณของพระองค์ หมู่ชนอาศัยการได้เฝ้าพระองค์แล้ว จักทำที่สุดทุกข์ได้
เย เกจิเม คนฺธชาตา โลเก วายนฺติ จกฺขุม
ตว คนฺธสโม นตฺถิ ปุญฺญกฺเขตฺเต มหามุนิ. <1783>
ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ คันธชาติเหล่าใดเหล่าหนึ่งหอมฟุ้งไปในโลก ข้าแต่พระมหามุนีผู้เป็นนาบุญ กลิ่นหอมที่จะเสมอด้วยกลิ่นหอมของพระองค์ไม่มี
ติรจฺฉานโยนึ นิรยํ ปริโมเจหิ <1784> จกฺขุม
อสงฺขตํ ปทํ สนฺตํ เทเสสิ ตฺวํ มหามุน.1
ข้าแต่พระมหามุนีผู้มีพระจักษุ ขอพระองค์ทรงเปลื้อง กำเนิดดิรัจฉานและนรกเถิด พระองค์ทรงแสดงบทที่ปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ สงบระงับ
ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห
ภิกฺขุสํเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ.
พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชาประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
โย เม ญาณํ อปูเชสิ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต.
เราจักพยากรณ์ผู้ที่เลื่อมใสได้บูชาญาณของเรา ด้วยมือของตน เธอทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
ตึสกปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมิสฺสติ
สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ.
ผู้นั้นจักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ
สุลทฺธลาโภ <1785> ลทฺโธมฺหิ โตสยิตฺวาน สุพฺพตํ
สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว.
ข้าพเจ้าเป็นผู้ได้ลาภอย่างดีแล้ว ข้าพเจ้าให้พระพุทธเจ้าผู้มีวัตรงามทรงพอพระทัย กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว.
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.
การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิ จ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ.
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อุเทโน เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ.
อุเทนตฺเถรสฺส อปทานํ ทสมํ สมตฺตํ.
เมตฺเตยฺยวคฺโค เอกจตฺตาฬีสโม.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แลได้ทราบว่า ท่านพระอุเทนเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
อุเทนเถราปทานที่ ๑๐ จบ
เมตเตยยวรรคที่ ๔๑ จบบริบูรณ์
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน
๒. ปุณณกเถราปทาน
๓. เมตตคูเถราปทาน
๔. โธตกเถราปทาน
๕. อุปสีวเถราปทาน
๖. นันทกเถราปทาน
๗. เหมกเถราปทาน
๘. โตเทยยเถราปทาน
๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน
๑๐. อุเทนเถราปทาน
และในวรรคนี้มีคาถา ๓๙๓ คาถา
จบ ๑๐. อุเทนเถราปทาน (๔๑๐)