arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวรรค

๙. อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน (๗) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๒ ในพุทธวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน พุทธวรรค อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน (๗) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๘๒–๘๔

หน้า ๘๒

๓.๗ อัญญาโกณฑัญญเถรปทาน

บุพประวัติของพระอัญญาโกณฑัญญเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการถวายปฐมภัตแด่พระพุทธเจ้า

(ท่านพระอัญญาโกณฑัญญะได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๙} [๕๙๖] เราได้พบพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ พระโลกเชษฐ์ ผู้เป็นนายกอย่างวิเศษ บรรลุพุทธภูมิเป็นครั้งแรก[๕๙๗] ยักษ์มีประมาณเท่าใดมาชุมนุมกันที่ควงไม้โพธิ์ทั้งหมดแวดล้อม พระสัมพุทธเจ้า ประคองอัญชลีถวายบังคมอยู่[๕๙๘] เทวดาทั้งหมดเหล่านั้นมีใจยินดีเที่ยวประกาศไปในอากาศว่า “พระพุทธเจ้าพระองค์นี้ทรงบรรเทาความมืดมนอนธการแล้ว ทรงบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว”[๕๙๙] เสียงบันลือลั่นของเทวดาผู้ประกอบด้วยความร่าเริงเหล่านั้นได้ เป็นไปว่า “เราจักเผากิเลสทั้งหลายในศาสนาของพระสัมมา สัมพุทธเจ้า”[๖๐๐] เรารู้เสียงที่เทวดาทั้งหลายเปล่งด้วยวาจา จึงร่าเริง มีจิตยินดี ได้ถวายภิกษาเป็นครั้งแรก

[๖๐๑] พระศาสดาผู้สูงสุดในโลกทรงทราบความดำริของเราแล้วประทับ นั่ง ณ ท่ามกลางหมู่เทวดา ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า[๖๐๒] “เราออกมหาภิเนษกรมณ์ได้ ๗ วันแล้ว จึงได้บรรลุโพธิญาณ ภัตอันเป็นปฐม นี้เป็นเครื่องยังอัตภาพของเราผู้ประพฤติ พรหมจรรย์ให้เป็นไป

หน้า ๘๓

[๖๐๓] เทพบุตรใดจากดุสิตมาในโลกนี้ถวายภิกษาแก่เรา เราจักพยากรณ์ เทพบุตรนั้น ท่านทั้งหลายจงตั้งใจฟังคำเรากล่าวเถิด[๖๐๔] ผู้นั้นจักเสวยเทวรัชสมบัติอยู่ประมาณ ๓ หมื่นกัป จักครอบครอง ไตรทิพย์ ครอบงำเทวดาทั้งหมด[๖๐๕] จุติจากเทวโลกแล้วจักถึงความเป็นมนุษย์ ได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิเสวยราชสมบัติในมนุษย์โลกนับพันครั้ง[๖๐๖] ในแสนกัป พระศาสดาพระนามว่าโคดมโดยพระโคตรซึ่งสมภพ ในราชวงศ์ของพระเจ้าโอกกากราชจักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก[๖๐๗] ผู้นั้นจุติจากไตรทศแล้วจักถึงความเป็นมนุษย์ จักออกจาก เรือนบวชอยู่ถึง ๖ ปี

[๖๐๘] แต่นั้นในปีที่ ๗ พระพุทธเจ้าจักตรัสจตุราริยสัจ ภิกษุมีนามว่า โกณฑัญญะจักทำให้แจ้งเป็นองค์แรก”[๖๐๙] เราบวชตามพระโพธิสัตว์ผู้ออกบวช ความเพียรเราทำไว้ดีแล้ว เราบวชเป็นบรรพชิตเพื่อต้องการเผากิเลส[๖๑๐] พระพุทธเจ้าผู้เป็นสัพพัญญูในโลกพร้อมทั้งเทวโลกได้เสด็จไป ยังป่าใหญ่ ทรงลั่นอมฤตเภรีแก่เราด้วยโสดาปัตติมรรคญาณนี้[๖๑๑] บัดนี้ เรานั้นบรรลุอมตบทอันสงบระงับ อันยอดเยี่ยม กำหนด รู้อาสวะทั้งปวง เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่[๖๑๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านอัญญาโกณทัญญเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วย ประการฉะนี้แล

จบ อัญญาโกณฑัญญเถราปทานที่ ๗

หน้า ๘๔

๓.๘ ปิณโฑลภารทวาชเถราปทาน

บุพประวัติของพระปิณโฑลภารทวาชเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกปทุม

(ท่านพระปิณโฑลภารทวาชเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๑๐} [๖๑๓] ครั้งนั้น พระสยัมภูชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ เป็นบุคคล ผู้เลิศ ประทับอยู่บนภูเขาจิตตกูฏ ข้างหน้าภูเขาหิมวันต์[๖๑๔] เราเป็นพญาเนื้อผู้ไม่มีความกลัว สามารถจะไปได้ในทิศทั้ง ๔ อยู่ ณ ที่นั้น ซึ่งสัตว์เป็นอันมากได้ฟังเสียงของเราแล้ว ย่อมครั่นคร้าม[๖๑๕] เราคาบเอาดอกปทุมที่บานดีแล้วเข้าไปหาพระนราสภเจ้า ได้ บูชาพระพุทธเจ้าซึ่งเสด็จออกจากสมาธิ[๖๑๖] เวลานั้น เรานมัสการพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสูงสุดกว่านรชน ในสี่ทิศ ยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว ได้บันลือสีหนาท[๖๑๗] พระปทุมุตตรพุทธเจ้าผู้ทรงรู้แจ้งโลกทรงรับเครื่องบูชาของเรา แล้วประทับนั่งบนอาสนะของพระองค์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้[๖๑๘] ทวยเทพทั้งปวงทราบพระดำรัสของพระพุทธเจ้าแล้วมาชุมนุม

กันกล่าวว่า “พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่าอัญเดียรถีย์ทั้งหลาย

เสด็จมาแล้ว พวกเราจักฟังธรรมของพระองค์นั้น”

[๖๑๙] พระมหามุนีผู้ทรงเห็นการณ์ไกล ผู้เป็นนายกของโลก ทรง ประกาศเสียงของเราข้างหน้าของทวยเทพและมนุษย์ผู้ประกอบ ด้วยความร่าเริงเหล่านั้นว่า

จบ ๙. อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน (๗)