arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปิลินทวรรค

๖. พักกุลเถราปทาน (๓๙๖) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๙๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในปิลินทวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉฏฺฐํ พกฺกุลตฺเถราปทานํ (๓๙๖)

พักกุลเถราปทานที่ ๖ (๓๙๖)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายยา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ปิลินทวรรค พักกุลเถราปทาน (๓๙๖) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

หิมวนฺตสฺสวิทูเร โสภิโต นาม ปพฺพโต

อสฺสโม สุกโต มยฺหํ สกสิสฺเสหิ มาปิโต ฯ

มณฺฑปา จ พหู ตตฺถ ปุปฺผิตา สินฺทุวาริตา ๒

กปิฏฺฐา ๓ จ พหู ตตฺถ จมฺปกา ๔ นาคเกตกา ฯ

นิคุณฺฑิโย พหู ตตฺถ พทรามลกาปิ ๕ จ

ผารุสกา อลาพู จ ปุณฺฑรีกา จ ปุปฺผิตา ฯ

อฬกฺกา เพลุวา ตตฺถ กทลี มาตุลุงฺคกา

มหานามา พหู ตตฺถ อชฺชุนา จ ปิยงฺคุกา ฯ

โกสุมฺภา ๑ สลฬา นีปา นิโคฺรธา จ กปิฏฺฐนา

เอทิโส อสฺสโม มยฺหํ สสิสฺโสหํ ตหึ ๒ วสึ ฯ

อโนมทสฺสี ภควา สยมฺภู โลกนายโก

คเวสํ ปฏิสลฺลานํ มมสฺสมํ อุปาคมิ ฯ

อุเปตญฺจ ๓ มหาวีรํ อโนมทสฺสึ มหายสํ

ขเณน โลกนาถสฺส วาตาพาโธ สมุฏฺฐหิ ฯ

วิจรนฺโต อรญฺญมฺหิ อทฺทสํ โลกนายกํ

อุปคนฺตฺวาน สมฺพุทฺธํ จกฺขุมนฺตํ มหายสํ ฯ

อิริยาปถญฺจ ๔ ทิสฺวาน อุปลกฺเขสหํ ตทา

นิสฺสํสยํ ๕ หิ พุทฺธสฺส พฺยาธิโน อุปปชฺชถ ฯ

ขิปฺปํ อสฺสมมาคญฺฉึ มม สิสฺสาน สนฺติเก

เภสชฺชํ กตฺตุกาโมหํ สิสฺสํ ๖ อามนฺตยึ ตทา ฯ

ปฏิสุณิตฺวาน เม วากฺยํ สิสฺสา สพฺเพ สคารวา

เอกชฺฌํ สนฺนิปตึสุ สตฺถุ คารวตา มม ฯ

ขิปฺปํ ปพฺพตมารุยฺห สพฺโพสถมกาสหํ ๗

ปานียโยคํ กตฺวาน พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ ฯ

ปริภุตฺเต ๘ มหาวีเร สพฺพญฺญุโลกนายเก

ขิปฺปํ วาโต วูปสมิ สุคตสฺส มเหสิโน ฯ

ปสฺสทฺธํ ทรถํ ทิสฺวา อโนมทสฺสี มหายโส

สกาสเน นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ

โย เม อทาสิ ๑ เภสชฺชํ พฺยาธิญฺจ สมยี ๒ มม

ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ

กปฺปสตสหสฺสานิ เทวโลเก รมิสฺสติ

วาทิเต ตูริเย ตตฺถ โมทิสฺสติ สทา อยํ ฯ

มนุสฺสโลกมาคนฺตฺวา สุกฺกมูเลน โจทิโต

สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชาปิ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ

ปญฺจปญฺญาสกปฺปมฺหิ อโนมิ ๓ นาม ขตฺติโย

จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชมฺพูทีปสฺส ๔ อิสฺสโร ฯ

สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล

ตาวตึเสหิ ๕ โขเภตฺวา อิสฺสรํ การยิสฺสติ ฯ

เทวภูโต มนุสฺโส วา อปฺปาพาโธ ภวิสฺสติ

ปริทาหํ ๖ วิวชฺเชตฺวา พฺยาธึ โลเก ตริสฺสติ ฯ

อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว

โคตโม นาม นาเมน ๗ สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ

ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต

สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ

กิเลเส ฌาปยิตฺวาน ตณฺหาโสตํ ตริสฺสติ

พกฺกุโล ๘ นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวโก ฯ

อิทํ สพฺพํ อภิญฺญาย โคตโม สกฺยปุงฺคโว

ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา เอตทคฺเค ฐเปสฺสติ ฯ

อโนมทสฺสี ภควา สยมฺภู โลกนายโก

วิเวกมนุโลเกนฺโต มมสฺสมํ อุปาคมิ ฯ

อุปาคตํ มหาวีรํ สพฺพญฺญญ โลกนายกํ

สพฺโพสเถน ตปฺเปสึ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ฯ

ตสฺส เม สุกตํ กมฺมํ สุเขตฺเต พีชสมฺปทา

เขเปตุํ เนว สกฺโกมิ ตทา หิ สุกตํ มม ฯ

ลาภา มม สุลทฺธํ เม โยหํ อทฺทกฺขิ นายกํ

เตน กมฺมาวเสเสน ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ

สพฺพเมตํ อภิญฺญาย โคตโม สกฺยปุงฺคโว

ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ ฯ

อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ เภสชฺชสฺส อิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

สพฺพาสวปริกฺขีโณ ๑ นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา พกฺกุโล เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

พกฺกุลตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ โป. สจฺฉิกตา ฯ ๒ ม. ยุ. สินฺทุวารกา ฯ ๓ ยุ. กปิฏฺฐํ จ พหุํ ตตฺถ ฯ

๔ ม. ยุ. ปุปฺผิตา ชีวชีวกา ฯ ๕ ม. ยุ. พทรามลกานิ จ ฯ

๑ ม. โกสมฺพา สลฬา นิมฺพา ฯ ๒ ตทา ฯ ๓ ม. อุเปตมฺหิ มหาวีเร อโนมทสฺสิมหายเส ฯ

๔ ม. ยุ. อิริยญฺจาปิ ทิสฺวาน ฯ ๕ ม. ยุ. อสํสยํ ฯ ๖ ม. ยุ. สิสฺเส ฯ

๗ ม. สพฺโพสธมหาสหํ ฯ ๘ ยุ. ปริภุตฺโต มหาวีโร สพฺพญฺญุโลกนายโก ฯ

๑ ม. ยุ. ปาทาสิ ฯ ๒ ยุ. สมยี มยี ฯ ๓ ม. อโนโม ... ฯ ยุ. อโนม ... ฯ

๔ ม. ชมฺพุมณฺฑสฺส ฯ ยุ. ชมฺพุสณฺฑสฺส ฯ ๕ ม. ตาวตึเสปิ ฯ ยุ. ตาวตึเสโต ฯ

๖ ม. ยุ. ปริคฺคหํ ฯ ๗ ม. โคตฺเตน ฯ ๘ ม. พาลุโก ฯ สพฺพตฺถ อีทิสเมว ฯ

๑ ม. ... ปริกฺขีณา ฯ

ฉบับหลวง

ภูเขาชื่อโสภิตะ มีอยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ พวกศิษย์ของเราช่วยกันสร้างอาศรมอย่างสวยงามให้เราที่ใกล้ภูเขานั้น ที่ใกล้อาศรมนั้น มีมณฑปเป็นอันมาก ไม้ยางทรายกำลังดอกบาน ไม้มะขวิด ต้นจำปา ไม้กากะทิงไม้เกต มีเป็นอันมาก มีไม้ยางทราย ต้นพุทรา และต้นมะขามป้อม เป็นอันมาก มีต้นมะปราง น้ำเต้า และบัวขาว กำลังมีดอกบาน มีต้นรักขาวต้นมะตูม ต้นกล้วย และต้นมะงั่ว (มะนาว) ต้นสะท้อน ต้นรกฟ้าขาวและต้นประยงค์ มีอยู่มาก มีต้นคำไม้สน ต้นกระทุ่ม ต้นไทร และมะกอก อาศรมของเราเป็นเช่นนี้ เราพร้อมด้วยศิษย์อยู่ที่อาศรมนั้น พระผู้มีพระภาคผู้สยัมภู พระนามว่าอโนมทัสสี เป็นนายกของโลก ทรงแสวงหาที่เร้น

เสด็จเข้าสู่อาศรมของเรา และเมื่อเราเข้าไปเฝ้า พระมหาวีระพระนามว่าอโนมทัสสี ผู้มียศมาก โรคลมก็เกิดขึ้นแก่พระโลกนาถ โดยฉับพลันเราเที่ยวไปในป่า ได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นนายกของโลก ผู้มีจักษุมียศมาก จึงได้เข้าไปเฝ้า ครั้นได้เห็นพระอิริยาบถเข้าก็เข้าใจได้ในทันทีว่าโรคเกิดขึ้นแก่พระพุทธเจ้าแน่แล้ว เราจึงรีบกลับมาอาศรม ในสำนักของพวกศิษย์เรา ขณะนั้นเราปรึกษาศิษย์ว่า เราต้องการทำยา ศิษย์ทั้งหมดผู้มีความเคารพ รับคำของเราแล้วร่วมประชุมกันเพราะเคารพในเราผู้เป็นครูเรารีบขึ้นภูเขาไปเก็บยาทุกสิ่งมาปรุง ได้ปรุงเป็นยาต้มแล้ว รินเอาน้ำยามาถวายพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ เมื่อพระมหาวีระผู้สัพพัญญู เป็นนายกของโลก เสวยแล้ว โรคลมของพระสุคตเจ้าผู้แสวงหาคุณยิ่งใหญ่ก็สงบลงฉับพลัน

พระพุทธเจ้า พระนามว่าอโนมทัสสี ผู้มียศมาก ทรงเห็นความกระวนกระวายสงบแล้ว ประทับนั่งบนอาสนะของพระองค์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดได้ถวายยาแก่เรา และระงับโรคของเราได้ เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอดแสนกัลป ผู้นี้จักบันเทิงอยู่ในเทวโลกนั้น อันมีดนตรีประโคมอยู่ทุกเมื่อ มาสู่มนุษยโลกแล้ว อันกุศลมูลตักเตือน จักได้เป็นจักรพรรดิราช๑๐๐๐ ครั้ง ใน ๕๕ กัลป จักได้เป็นกษัตริย์พระนามว่าอโนมิ ทรงชำนะวิเศษ มีสมุทรสาคร ๔ เป็นขอบเขต เป็นใหญ่ในชมพูทวีป เป็นพระเจ้าจักรพรรดิสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก จักยังดาวดึงส์ให้กระฉ่อนแล้ว

จักเสวยความเป็นใหญ่ เป็นเทวดาหรือเป็นมนุษย์ จักเป็นผู้ไม่อาพาธ จักเว้นความเร่าร้อนแล้ว ข้ามพ้นความป่วยไข้ได้ในโลก ในกัลปอันประมาณมิได้แต่กัลปนี้ พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก เขาจักเป็นทายาทในธรรมของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมนิรมิต กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะ นิพพาน จักเผากิเลสทั้งหลายแล้วข้ามพ้นกระแสตัณหาได้ จักเป็นสาวกของพระศาสดามีนามชื่อว่าพักกุละพระโคดมศากยบุตร ทรงรู้คุณทั้งปวงนี้แล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์จักทรงตั้งไว้ในเอตทัคคสถาน พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี ผู้สยัมภู

เป็นนายกของโลก ผู้ต้องการความวิเวก จึงเสด็จมายังอาศรมของเรา เรามีความเลื่อมใส ได้ยังพระมหาวีระ ผู้สัพพัญญู เป็นนายกของโลก ซึ่งเสด็จเข้ามา ให้อิ่มหนำด้วยโอสถทั้งปวง ด้วยมือของตนเรานั้นได้ทำกรรมดีแล้วในเขตที่ดี สมบูรณ์ด้วยพืช ก็ในกาลนั้น เราไม่อาจให้กรรมที่เราทำแล้วสิ้นไปได้เลย การที่เราได้เห็นพระผู้มีพระภาคผู้เป็นนายกนั้น เป็นลาภที่เราได้ดีแล้ว ด้วยกรรมอันเหลือนั้น เราได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว พระโคดมศากยบุตรทรงทราบคุณทั้งหมดนี้ประทับนั่งในท่ามภิกษุสงห์ ทรงตั้งเราไว้ในเอตทัคคสถาน ในกัลปอันประมาณมิได้แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายยา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว มีอาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ของเรามิได้มีการที่เราได้มาในสำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้วพระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระพักกุลเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ พักกุลเถราปทาน.

จบ ๖. พักกุลเถราปทาน (๓๙๖)