พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปิลินทวรรค
๙. สัพพทายกเถราปทาน (๓๙๙) เล่ม ๓๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๐๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในปิลินทวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
นวมํ สพฺพทายกตฺเถราปทานํ (๓๙๙)
สัพพทายกเถราปทานที่ ๙ (๓๙๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายทานทุกสิ่งทุกอย่าง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ปิลินทวรรค สัพพทายกเถราปทาน (๓๙๙) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)
มหาสมุทฺทโมคฺคยฺห ภวนํ เม สุนิมฺมิตํ
สุนิมฺมิตา โปกฺขรณี จกฺกวากุปกุชฺชิตา ๑ ฯ
มนฺทาลเกหิ สญฺฉนฺนา ปทุมุปฺปลเกหิ จ
นที จ สนฺทเต ตตฺถ สุปติตฺถา มโนรมา ฯ
มจฺฉกจฺฉปสญฺฉนฺนา นานามิคสโมตฺถฏา ๒
มยูรโกญฺจาภิรุทา โกกิลาทีหิ วคฺคุหิ ฯ
ปาเรวตา รวิหํสา จกฺกวากา นทีจรา
ทินฺทิภา สาลิกา เจตฺถ จปฺปกา ๓ ชีวชีวกา ฯ
หํสา โกญฺจาภินทิกา ๑ โกสิยา ๒ สิงฺคลา พหู
สตฺตรตนสมฺปนฺนา มณิมุตฺติกวาลุกา ฯ
สพฺพโสณฺณมยา ๓ รุกฺขา นานาคนฺธสเมริตา
อุชฺโชเตนฺติ ทิวา รตฺตึ ภวนํ สพฺพกาลิกํ ฯ
สฏฺฐี ตุริยสหสฺสานิ สายํ ปาโต ปวชฺชเร
โสฬสิตฺถีสหสฺสานิ ปริวาเรนฺติ มํ สทา ฯ
อภินิกฺขมฺม ภวนา สุเมธํ โลกนายกํ(
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน วนฺทิย ๔ ตํ มหายสํ ฯ
สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา สสิสฺสนฺตํ นิมนฺตยึ
อธิวาเสสิ โส ธีโร สุเมโธ โลกนายโก ฯ
มม ธมฺมกถํ กตฺวา อุยฺโยเชสิ มหามุนิ!
สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา ภวนํ เม อุปาคมึ ฯ
อามนฺตยึ ปริชนํ สพฺเพ สนฺนิปตาถ โว
ปุพฺพณฺหสมยํ พุทฺโธ ภวนํ อาคมิสฺสติ ฯ
ลาภา อมฺหํ สุลทฺธา โน เย วสาม ตวนฺติเก
มยํปิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส ปูชํ กสฺสาม สตฺถุโน ฯ
อนฺนปานํ ปฏฺฐเปตฺวา กาลํ อาโรจยึ อหํ
วสีสตสหสฺเสหิ อุเปสิ โลกนายโก ฯ
สงฺคีเตหิ ๕ ตุริเยหิ ปจฺจุคฺคมนกาสหํ
สพฺพโสณฺณมเย ปีเฐ นิสีทิ ปุริสุตฺตโม ฯ
อุปริจฺฉทนํ อาสิ ๑ สพฺพโสณฺณมยํ ตทา
วีชนิโย ปวายนฺติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อนฺตเร ฯ
ปหูเตนนฺนปาเนน ภิกฺขุสงฺฆํ อตปฺปยึ
ปจฺเจกทุสฺสยุคเล ภิกฺขุสงฺฆสฺสทาสหํ ฯ
ยํ วทนฺติ สุเมโธติ โลกาหุติปฏิคฺคโห ๒
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ
โย เม อนฺนญฺจ ๓ ปานญฺจ สพฺพเมเตน ตปฺปยิ ๔
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ
อฏฺฐารเส กปฺปสเต เทวโลเก รมิสฺสติ
สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ
อุปปชฺชติ ยํ โยนึ เทวตฺตํ อถ มานุสํ
สพฺพทา สพฺพโสวณฺณํ ฉทนํ ธารยิสฺสติ ฯ
ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว
โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ
ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต
สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา สีหนาทํ นทิสฺสติ
จิตเก ฉตฺตํ ธาเรนฺติ เหฏฺฐาฉตฺตมฺหิ ฑยฺหถ ฯ
สามญฺญํ เม อนุปฺปตฺตํ กิเลสา ฌาปิตา มยา
มณฺฑเป รุกฺขมูเล วา สนฺตาโป เม น วิชฺชติ ฯ
ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ ยํ ทานมททินฺตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ สพฺพทานสฺสิทํ ผลํ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สพฺพทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
สพฺพทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ยุ. จกฺกวากปกุชฺชิตา ฯ ๒ ม. นานาทิชสโมตฺถฏา ฯ ๓ ม. ปมฺมกา ฯ
ยุ. ปมฺปกา ฯ
๑ ม. ... โกญฺจาปินทิตา ฯ ยุ. โกญฺจาภินาทิตา ฯ ๒ ม. โกสิยา ปิงฺคลา พหู ฯ
ยุ. โกสิกา ... ฯ ๓ โป. ยุ. สพฺเพ โสวณฺณยา รุกฺขา ฯ ๔ ม. วนฺทยึ ฯ ยุ.
วนฺทิสฺสํ ฯ ๕ ม. ปญฺจงฺคิเกหิ ... ฯ ยุ. สตงฺคิเกหิ ตูริเยหิ ฯ
๑ ยุ. กาสึ ฯ ๒ ม. ยุ. โลกาหุตปฏิคฺคหํ ฯ ๓ ม. อนฺเนน ปาเนน ฯ
๔ ม. ... ตปฺปยึ ฯ ยุ. สงฺฆํ เอเตน ตปฺปยึ ฯ
ภพของเราหยั่งลงถึงมหาสมุทร ตกแต่งดีแล้ว สระโปกขรณี ตกแต่งสวยงาม มีนกจากพรากส่งเสียงร้องอยู่ ดาดาษด้วยบัวขม บัวเผื่อนบัวหลวงและอุบล ในสระนั้นมีน้ำไหล มีท่าน้ำราบเรียบ น่ารื่นรมย์ใจมีปลาและเต่าชุกชุม มีเนื้อต่างๆ ลงกินน้ำ มีนกยูง นกกะเรียนและนกดุเหว่า เป็นต้นร่ำร้องด้วยเสียงไพเราะ นกเขา นกเป็ดน้ำ นกจากพรากนกกาน้ำ นกต้อยตีวิด นกสาลิกา นกค้อนหอย นกโพรดก หงส์ นกกะเรียน นกแสกสิงคลา (หมาจิ้งจอก) เที่ยวอยู่มากมาย สระโปกขรณีสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีแก้วมณี ไข่มุกและทราย ต้นไม้ทั้งหลายเป็นสีทองทั้งหมด มีกลิ่นหอมต่างๆ ฟุ้งขจรไป ส่องภพของเราให้สว่างไสวตลอดกาลทั้งปวง
ทั้งกลางวันกลางคืน ดนตรี ๖ หมื่น ประโคมอยู่ทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า หญิง ๑๖๐๐ คน ห้อมล้อมเราอยู่ทุกเมื่อ เราออกจากภพแล้ว ได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธ ผู้นำของโลก มีจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้ถวายบังคมพระองค์ผู้มียศมาก ครั้นถวายบังคมแล้ว ได้ทูลนิมนต์ พระองค์พร้อมด้วยศิษย์พระพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์ พระนามว่าสุเมธ ผู้นำของโลก ทรงรับ พระมหามุนีกล่าวธรรมกถาแก่เราแล้วทรงส่งเราไป เราถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า แล้วกลับเข้าภพของเรา เราเรียกบริวารชนมาว่า ท่านทั้งหมดมาประชุมกัน เวลาเช้า
พระพุทธเจ้าจะเสด็จมาสู่ภพของเรา การที่เราทั้งหลายจะได้อยู่ในสำนักของพระองค์ เป็นลาภที่เราทั้งหลายได้ดีหนอ แม้เราทั้งหลายจักทำการบูชาแด่พระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด ผู้ศาสดา เราตระเตรียมข้าวและน้ำเสร็จแล้ว จึงกราบทูลภัตกาลพระพุทธเจ้าผู้นำของโลก เสด็จเข้ามาพร้อมด้วยพระอรหันต์หนึ่งแสนเราได้ทำการต้อนรับด้วยสังคีตและดนตรี พระพุทธเจ้าผู้เป็นอุดมบุรุษประทับนั่งบนตั่งทองล้วน ในกาลนั้น หลังคาเบื้องบนก็มุงด้วยทองล้วนๆคนทั้งหลายโบกพัดถวายในระหว่างภิกษุสงฆ์
เราได้อังคาสภิกษุสงฆ์ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำเพียงพอ ได้ถวายผ้าแก่ภิกษุสงฆ์รูปละ ๑ คู่พระพุทธเจ้าที่เขาเรียกพระนามว่าสุเมธ ผู้สมควรรับเครื่องบูชาของโลกประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดอังคาสเราให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำทั้งปวง เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๑๘๐๐ กัลปจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๑๐๐๐ ครั้ง ผู้นั้นจะเข้าถึงกำเนิดใด คือเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้น หลังคาทองล้วนๆ จักกั้นร่มให้ในทุกขณะ ใน ๓ หมื่นกัลป
พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นจักเป็นทายาทในธรรมของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมนิรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะนิพพาน จักนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้วบันลือสีหนาท ชนทั้งหลายจะกั้นฉัตรไว้ที่เชิงตะกอน จักเผาภายใต้ฉัตรสามัญผลบรรลุแล้วโดยลำดับ กิเลสทั้งหลายเราเผาแล้ว ความเร่าร้อนไม่มีแก่เราที่มณฑปหรือที่โคนไม้ ในกัลปที่ ๓ หมื่น แต่กัลปนี้ เราได้ถวายทานใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งทานทุกสิ่งเราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่เราได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัพพทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สัพพทายกเถราปทาน.
จบ ๙. สัพพทายกเถราปทาน (๓๙๙)