พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ตุวรทายิวรรค
๒. นาคเกสริยเถราปทาน (๒๔๒) เล่ม ๓๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในตุวรทายิวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ตุวรทายิวรรค นาคเกสริยเถราปทาน (๒๔๒) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๔๐๙–๔๑๐
๒. นาคเกสริยเถราปทาน
บุพประวัติของพระนาคเกสริยเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกบุนนาค
(ท่านพระนาคเกสริยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๒๔๔} [๔] เราใส่ลูกธนูไว้ในแล่งแล้วเข้าไปกลางป่า ได้เห็นต้นบุนนาค มีดอกเป็นพวงซึ่งขึ้นอยู่ใกล้ทางเดิน[๕] จึงประคองด้วยมือทั้งสอง ประนมกรอัญชลีเหนือเศียรเกล้า บูชาแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก[๖] ในกัปที่ ๙๒ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา[๗] ในกัปที่ ๗๗ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนามว่าสโมกขรณะ ทรงสมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก[๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระนาคเกสริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ นาคเกสริยเถราปทานที่ ๒
๓. นฬินเกสริยเถราปทาน
บุพประวัติของพระนฬินเกสริยเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกบัว
(ท่านพระนฬินเกสริยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๒๔๕} [๙] เราเป็นนกกานํ้าเที่ยวอยู่ในกลางชาติสระ ครั้งนั้น เราได้ เห็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่าเทวดาเสด็จไปในอากาศ[๑๐] เรามีใจผ่องใสเอาจะงอยปากคาบดอกบัวมาบูชาแด่พระพุทธเจ้า พระนามว่าติสสะผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก[๑๑] ในกัปที่ ๙๒ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา[๑๒] ในกัปที่ ๗๓ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนามว่าสตปัตตะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก[๑๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระนฬินเกสริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ นฬินเกสริยเถราปทานที่ ๓
- ๑ชาตสระ สระที่เกิดเองตามธรรมชาติ
จบ ๒. นาคเกสริยเถราปทาน (๒๔๒)