arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ขัตติยกัญญาวรรค

๑๐. เสลาเถริยาปทาน เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในขัตติยกัญญาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๑๐. เสลาเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระเสลาเถรี

(พระเสลาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ขัตติยกัญญาวรรค เสลาเถริยาปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๓ หน้า ๕๕๐–๕๕๒

เรื่องนี้ไม่มีบาลีฉบับมหาจุฬาฯ ในข้อมูล e-tipitaka

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์

มีพระยศยิ่งใหญ่ พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร

ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลอุบาสก

ในกรุงสาวัตถีซึ่งเป็นเมืองประเสริฐ

เห็นพระชินเจ้าผู้ประเสริฐพระองค์นั้น

และฟังพระธรรมเทศนาแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถึงพระวีระพระองค์นั้นเป็นที่พึ่งที่ระลึกและสมาทานศีล

ครั้งหนึ่งในสมาคมแห่งมหาชน

พระมหาวีระพระองค์นั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ผู้องอาจกว่านรชน ทรงประกาศอภิสัมโพธิญาณของพระองค์

ในธรรมที่ไม่เคยฟังมาในกาลก่อน

และในอริยสัจมีทุกข์เป็นต้นว่า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

‘เรามีจักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา

และแสงสว่าง’ แก่หม่อมฉัน

หม่อมฉันสดับ เล่าเรียนธรรมนั้นแล้ว

จึงสอบถามภิกษุทั้งหลาย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บัดนี้ ภพนี้เป็นภพสุดท้าย

หม่อมฉันเกิดในตระกูลมหาเศรษฐี

ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้ฟังพระสัทธรรมอันประกอบด้วยมัจจุ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บวชแล้ว ค้นคว้าอรรถธรรมทั้งปวง

ทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นไปแล้ว

ได้บรรลุอรหัตตผลโดยกาลไม่นานเลย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุ และมีความชำนาญในเจโตปริยญาณ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว

อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ

นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ

ของหม่อมฉัน บริสุทธิ์ไม่มีมลทิน

เพราะอำนาจของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระเสลาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

เสลาเถริยาปทานที่ ๑๐ จบ

ขัตติยกัญญาวรรคที่ ๔ จบ

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อัฏฐารสสหัสสขัตติย กัญญาเถริยาปทาน ๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถริยาปทาน

๓. อุปปลทายิกาเถริยาปทาน ๔. สิงคาลมาตุเถริยาปทาน

๕. สุกกาเถริยาปทาน ๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน

๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทาน ๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน

๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน ๑๐. เสลาเถริยาปทาน

รวมวรรคได้ ๔ วรรค คือ

๑. สุเมธาวรรค ๒. เอกูโปสถิกวรรค

๓. กุณฑลเกสีวรรค ๔. ขัตติยกัญญาวรรค

ในวรรคนี้ บัณฑิตประมวลคาถาไว้ได้ ๑,๓๔๗ คาถา พร้อมทั้งอุทานคาถา นับได้ ๑,๓๕๗ คาถา

เถรีอปทาน จบบริบูรณ์

จบ ๑๐. เสลาเถริยาปทาน