พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ขัตติยกัญญาวรรค
๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน เล่ม ๓๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในขัตติยกัญญาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ปุณฺณิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ
นวมํ อมฺพปาลีเถริยาปทานํ (๓๙)
อัมพปาลีเถริยาปทานที่ ๙
ว่าด้วยบุพจริยาของพระอัมพปาลีเถรี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ขัตติยกัญญาวรรค อัมพปาลีเถริยาปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)
โย รํสิรุจิตาเวโฬ ๒ ผุสฺโส นาม มหามุนิ
ตสฺสาหํ ภคินี อาสึ อชายึ ขตฺติเย กุเล ฯ
ตสฺส ธมฺมํ สุณิตฺวาหํ วิปฺปสนฺเนน เจตสา
มหาทานํ ททิตฺวาน ปตฺถยึ รูปสมฺปทํ ฯ
เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป สิขี โลกคฺคนายโก
อุปฺปนฺโน โลกปชฺโชโต ติโลกสรโณ ชิโน ฯ
ตทา อรุณปุเร รมฺเม พฺรหฺมญฺญกุลสมฺภวา
วิมุตฺตจิตฺตํ กุปิตา ภิกฺขุนึ อภิสาปยึ ฯ
เวสิกา จ ๑ อนาจารา ชินสาสนทูสิกา
เอวํ อกฺโกสยิตฺวาน เตน ปาเปน กมฺมุนา ฯ
ทารุณํ นิรยํ คนฺตฺวา มหาทุกฺขสมปฺปิตา
ตโต จุตา มนุสฺเสสุ อุปปนฺนา ตปสฺสินี ฯ
ทสชาติสหสฺสานิ คณิกตฺตํ อการยึ
ตโต ปาปา น มุจฺจิสฺสํ ภุตฺวา ๒ ทุฏฺฐวิสํ ยถา ฯ
พฺรหฺมเวสมเสวิสฺสํ ๓ กสฺสเป ชินสาสเน
เตน กมฺมวิปาเกน อชายึ ติทเส ปุเร ฯ
ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต อโหสึ โอปปาติกา
อมฺพสาขนฺตเร ชาตา อมฺพปาลีติ เตนหํ ฯ
ปริวุตา ปาณโกฏีหิ ปพฺพชึ ชินสาสเน
ปตฺตาหํ อจลํ ฐานํ ธีตา พุทฺธสฺส โอรสา ฯ
อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ ทิพฺพาย ๔ โสตธาตุยา
เจโตปริยญาณสฺส วสี โหมิ มหามุเน ฯ
ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ
สพฺพาสวปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ
อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ ปฏิภาเณ ตเถว จ
ญาณํ เม วิมลํ สุทฺธํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส วาหสา ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อมฺพปาลี ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
อมฺพปาลีเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. วินสฺสติ ฯ ๒ ม. ยุ. ... รํสิผุสิตาเวโฬ ฯ
๑ ม. ยุ. ว ฯ ๒ ยุ. ภุตฺตา ฯ ๓ ยุ. พฺรหฺมเจรํ อเสวิสฺสํ ฯ
๔ ม. ยุ. โสตธาตุวิสุทฺธิยา ฯ
ดิฉันเกิดในสกุลกษัตริย์ เป็นภคินีแห่งพระมหามุนีพระนามว่าปุสสะผู้มีพระรัศมีงามรุ่งเรือง มีธรรมดังว่าเทริดดอกไม้บนศีรษะ ดิฉันได้ฟังธรรมของพระองค์แล้วมีจิตเลื่อมใสถวายมหาทานแล้ว ปรารถนาซึ่งรูปสมบัติ ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมารพระนามว่าสิขีผู้เป็นนายกชั้นเลิศของโลก ทรงยังโลกให้รุ่งเรือง เป็นสรณะในไตรโลกเสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้น ดิฉันเกิดในสกุลพราหมณ์ในเมืองอรุณอันน่ารื่นรมย์ โกรธแล้ว ด่าภิกษุณีองค์หนึ่งผู้มีจิตพ้นแล้วจากกิเลสว่า ท่านเป็นหญิงเพศยา ประพฤติอนาจารประทุษร้ายพุทธศาสนา ครั้นด่าอย่างนี้แล้ว ดิฉันต้องไปสู่นรกอันร้ายกาจเพรียบพร้อมไปด้วยมหันตทุกข์
เพราะกรรมอันลามกนั้น เคลื่อนจากนรกนั้นแล้วมาเกิดในหมู่มนุษย์เป็นผู้มีลามกธรรม เป็นเหตุให้เดือดร้อนครองความเป็นหญิงเพศยาอย่างหมื่นชาติยังมิได้พ้นจากบาปกรรมนั้น เปรียบเหมือนคนกินยาพิษอันร้ายแรง ดิฉันได้บวชเป็นภิกษุณีมีเพศประเสริฐในศาสนาพระพุทธกัสสป ได้ไปเกิดในภพดาวดึงส์ เพราะผลแห่งบรรพชากรรมนั้น ในภพนี้ซึ่งเป็นภพหลังดิฉันเป็นอุปปาติกสัตว์เกิดในระหว่างกิ่งต้นมะม่วง จึงมีชื่อว่าอัมพปาลีตามนิมิตนั้น ดิฉันมีประชาชนหลายพันโกฏิ แห่ห้อมมาบวชในพุทธศาสนาเป็นโอรสธิดาแห่งพระพุทธเจ้า บรรลุถึงฐานะอันไม่หวั่นไหว
ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ในทิพโสตธาตุและในเจโตปริยญาณ รู้บุพเพนิวาสญาณและทิพจักษุอันหมดจดวิเศษ มีอาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว บัดนี้ภพใหม่มิได้มีอีกหม่อมฉันมีญาณอันปราศจากมลทิน บริสุทธิ์ ในอรรถะ ธรรมะนิรุตติ และปฏิภาณ เพราะอำนาจพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดหม่อมฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้หมดสิ้นแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างพังตัดเชือกแล้วเป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่หม่อมฉันได้มาในสำนักพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ หม่อมฉันบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาหม่อมฉันได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาหม่อมฉันได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอัมพปาลีภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบอัมพปาลีเถริยาปทาน.
จบ ๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน