พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · กุณฑลเกสวรรค
๖. โสณาเถริยาปทาน เล่ม ๓๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในกุณฑลเกสวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ฉฏฺฐํ โสณาเถริยาปทานํ (๒๖)
โสณาเถริยาปทานที่ ๖
ว่าด้วยบุพจริยาของพระโสณาเถรี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑลเกสวรรค โสณาเถริยาปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)
ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู
อิโต สตสหสฺสมฺหิ กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก ฯ
ตทา ๑ เสฏฺฐิกุเล ชาตา สุขิตา สชฺชิตา ๒ ปิยา
อุเปตฺวา ตํ มุนิวรํ อสฺโสสึ มธุรํ วจํ ฯ
อารทฺธวิริยานคฺคํ วณฺเณติ ๓ ภิกฺขุนึ ชิโน ๔
ตํ สุตฺวา มุทิตา หุตฺวา การํ กตฺวาน สตฺถุโน ฯ
อภิวาทิย สมฺพุทฺธํ ตํ ฐานํ ปตฺถยึ ตทา
อนุโมทิ มหาวีโร สิชฺฌตํ ปณิธิ ตว ฯ
สตสหสฺเส อิโต กปฺเป โอกฺกากกุลสมฺภโว
โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ
ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาทา โอรสา ธมฺมนิมฺมิตา
โสณาติ นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวิกา ฯ
ตํ สุตฺวา มุทิตา หุตฺวา ยาวชีวํ ตถา ชินํ
เมตฺตจิตฺตา ปริจรึ ปจฺจเยหิ วินายกํ ฯ
เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ
ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ ชาตา เสฏฺฐิกุเล อหํ
สาวตฺถิยํ ปุรวเร อิทฺเธ ผีเต มหทฺธเน ฯ
ยทา จ โยพฺพนํ ปตฺตา คนฺตฺวา ปติกุลํ อหํ
ทส ปุตฺตานิ อชนึ สุรูปานิ วิเสสโต ฯ
สุเข ฐิตา จ เต สพฺเพ ชนเนตฺตมโนหรา
อมิตฺตานมฺปิ รุจิตา มม ๑ ปเคว เต ปิยา ฯ
ตโต มยฺหํ อกามาย ทสปุตฺตปุรกฺขโต
ปพฺพชิตฺถ ส เม ภตฺตา เทวเทวสฺส สาสเน ฯ
ตเทกิกา วิจินฺเตสึ ชีวิเตนาลมตฺถุ เม
ชินาย ๒ ปติปุตฺเตหิ พุทฺธายปิ ๓ วรากิยา ฯ
อหํปิ ตตฺถ คจฺฉิสฺสํ สมฺปตฺโต ยตฺถ เม ปติ
เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ
ตโต มมํ ๔ ภิกฺขุนิโย เอกํ ภิกฺขุนุปสฺสเย
วิหาย คญฺฉุโมวาทํ ตาเปหิ อุทกํ อิติ ฯ
ตทา อุทกมาเนตฺวา ๑ โอกิริตฺวาน กุมฺภิยา
จุลฺเล ฐเปตฺวา อาสินา ตโต จิตฺตํ สมาทหึ ฯ
ขนฺเธ อนิจฺจโต ทิสฺวา ทุกฺขโต จ อนตฺตโต
เขเปตฺวา อาสเว สพฺเพ อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ
ตทาคนฺตฺวา ภิกฺขุนิโย อุโณฺหทกมปุจฺฉิสุํ
เตโชธาตุํ อธิฏฺฐาย ขิปฺปํ สนฺตาปยึ ชลํ ฯ
วิมฺหิตา ตา ชินวรํ เอตมตฺถมสาวยุํ ๒
ตํ สุตฺวา มุทิโต นาโถ อิมํ คาถํ อภาสถ ฯ
โย จ วสฺสสตํ ชีเว กุสีโต หีนวีริโย
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย วิริยารภโต ทฬฺหํ ฯ
อาราธิโต มหาวีโร มยา สุปฺปฏิปตฺติยา
อารทฺธวิริยานคฺคํ มมาห ส มหามุนิ ฯ
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา
นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ
สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ โสณา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
โสณาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ยุ. ตทาหํ ฯ ๒ ม. ปูชิตา ฯ ๓ ม. วณฺเณสิ ฯ ยุ. วณฺเณนฺตํ ฯ ๔ ยุ. ชินํ ฯ
๑ ยุ. มมํ ปาเคว ฯ ๒ ม. จตฺตาย ฯ ๓ ม. ยุ. วุฑฺฒาย จ ฯ ๔ ม. ยุ. จ มํ ฯ
๑ ม. อุทกมาหิตฺวา ฯ ๒ ยุ. เอตมตฺถํว สาวยุํ ฯ
ในกัปที่หนึ่งแสนแต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมารผู้เป็นนายกของโลกพระนามว่าปทุมุตระ ผู้ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้น ดิฉันเกิดในสกุลเศรษฐี เป็นผู้มีสุขชอบตกแต่ง เป็นที่รักของบิดา เข้าไปเฝ้าพระมุนีผู้ประเสริฐพระองค์นั้น ได้ฟังพระดำรัสอันไพเราะ พระพิชิตมารทรงสรรเสริญภิกษุณีองค์หนึ่งว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุณีทั้งหลายฝ่ายผู้ปรารภความเพียร ครั้งนั้น ดิฉันได้ฟังพระพุทธพจน์นั้น แล้วมีความยินดี ได้ทำสักการะแด่พระศาสดาถวายบังคมพระพุทธเจ้าแล้วได้ปรารถนาตำแหน่งนั้น พระมหาวีรเจ้าทรงอนุโมทนาว่า ความปรารถนาของท่านจะสำเร็จในกัปที่แสนหนึ่งแต่กัปนี้
พระศาสดาพระนามว่าโคดม มีสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราชจักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ท่านนี้จักได้เป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมนิรมิตจักได้เป็นพระสาวิกาของพระศาสดา มีชื่อว่าโสณา ครั้งนั้น ดิฉันได้ฟังพุทธานุโมทนานั้นแล้ว มีความยินดี มีจิตประกอบด้วยเมตตาบำรุงพระพิชิตมารผู้เป็นนายกชั้นพิเศษด้วยปัจจัยทั้งหลายจนตลอดชีวิต ด้วยกุศลกรรมที่ทำไว้แล้วนั้น และด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้ดิฉันละร่างกายมนุษย์แล้วได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในภพหลังครั้งนี้ ดิฉันเกิดในสกุลเศรษฐีที่มั่งคั่งเจริญ มีทรัพย์มากในพระนครสาวัตถี เมื่อดิฉันเติบโตเป็นสาว ได้ไปสู่สกุลผัว คลอดบุตรชาย๑๐
คนล้วนแต่มีรูปงามยิ่งนักบุตรทุกคนนั้นตั้งอยู่ในความสุข จูงตาและใจของชนให้นิยมแม้แต่พวกศัตรูก็ชอบใจ เป็นที่รักของดิฉันมาก ในกาลนั้นโดยที่ดิฉันไม่ปรารถนา สามีของดิฉันพร้อมด้วยบุตรทั้ง ๑๐ คน พากันไปบวช ในพระพุทธศาสนา ดิฉันอยู่ผู้เดียวคิดว่า เราพลัดพรากจากสามีและบุตรเป็นกำพร้าอยู่ไม่ควรจะเป็นอยู่แม้เราก็จักไปในอารามที่ภิกษุผู้เคยเป็นสามีอยู่ ครั้นคิดอย่างนี้แล้วจึงออกบวช
ครั้งนั้น พวกภิกษุณีละดิฉันไว้ในสำนักที่อยู่อาศัยแต่ผู้เดียว สั่งดิฉันว่าท่านจงต้มน้ำไว้แล้วก็ไปกัน เวลานั้น ดิฉันตักน้ำมาใส่ในหม้อเล็กตั้งทิ้งไว้แล้วนั่งอยู่ แต่นั้นดิฉันก็เริ่มเพียรทางจิตได้พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์และเป็นอนัตตา ยังอาสวะทั้งปวงให้สิ้นไปแล้ว ได้บรรลุอรหัตผลเมื่อพวกภิกษุณีกลับมาแล้วถามถึงน้ำร้อน ดิฉันอธิษฐานเตโชธาตุให้น้ำร้อนเร็วพลัน ภิกษุณีเหล่านั้นพากันพิศวง ไปกราบทูลพระพิชิตมารผู้ประเสริฐ ให้ทรงทราบเรื่องนั้น พระโลกนาถทรงสดับเรื่องนั้นแล้ว ทรงชื่นชม ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า แท้จริง บุคคลผู้ปรารภความเพียรมั่น มีชีวิตเป็นอยู่เพียงวันเดียว ก็ประเสริฐกว่าคนเกียจคร้านละความเพียรเป็นอยู่ ๑,๐๐๐ ปี พระมหามุนีมหาวีรเจ้าอันดิฉันให้โปรดแล้วเพราะความปฏิบัติดี ตรัสว่าดิฉันเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุณีทั้งหลายฝ่ายปรารภความเพียร ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...
พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.
ทราบว่า ท่านพระโสณาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบโสณาเถริยาปทาน.
จบ ๖. โสณาเถริยาปทาน