arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · กุณฑลเกสวรรค

๙. อปทานแห่งพระเถรีหนึ่งหมื่น เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในกุณฑลเกสวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑลเกสวรรค อปทานแห่งพระเถรีหนึ่งหมื่น (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๓ หน้า ๔๓๒–๔๓๔

หน้า ๔๓๒

๙. ทสสหัสสเถรีอปทาน

ว่าด้วยบุพประวัติของพระเถรี ๑๐,๐๐๐ รูป

(พระเถรี ๑๐,๐๐๐ รูปได้กราบทูลบุพประวัติของตนว่า)

{๑๖๙} [๔๑๑] ในสี่อสงไขยแสนกัป พระชินเจ้าผู้ทรงเป็นพระนายกของโลก พระนามว่าทีปังกรเสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

[๔๑๒] พระพุทธทีปังกรมหาวีรเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำอย่างพิเศษ ทรงพยากรณ์ว่าสุเมธบัณฑิตกับนางสุมิตตามีสุขและทุกข์ร่วมกัน

[๔๑๓] เมื่อเสด็จเที่ยวตรวจดูโลกกับทั้งเทวโลก ได้เสด็จเข้ามาสู่สมาคมแห่งพวกหม่อมฉันในการทรงพยากรณ์สุเมธบัณฑิตและนางสุมิตตานั้น

[๔๑๔] สุเมธบัณฑิตสามีของพวกหม่อมฉันในสมาคมอนาคต ภรรยาทั้งหมดของท่านล้วนเป็นที่รัก กล่าววาจาเป็นที่พอใจ

[๔๑๕-๔๑๖] ข้าแต่พระมหามุนี ทาน ศีล และภาวนาพวกหม่อมฉันบำเพ็ญดีแล้วทุกอย่าง ทานทั้งปวงนี้ คือ ของหอม ดอกไม้ เครื่องไล้ทา ประทีป และทานวัตถุอันสำเร็จด้วยรัตนะพวกหม่อมฉันบริจาคมาแล้วตลอดกาลนาน ข้าแต่พระมหามุนีฐานะอย่างใดอย่างหนึ่งพวกหม่อมฉันปรารถนาไว้แล้ว ทานทั้งปวงก็บริจาคแล้ว[๔๑๗] ข้าแต่พระมหามุนี กรรมอย่างอื่นและวัตถุเครื่องบริโภคอันเป็นของมนุษย์พวกหม่อมฉันทำไว้แล้ว พวกหม่อมฉันบริจาคทานทั้งปวงตลอดกาลนาน

หน้า ๔๓๓

[๔๑๘] บุญเป็นอันมากพวกหม่อมฉันทำแล้ว ในสังสารวัฏมีชาติเป็นอันมาก พวกหม่อมฉันได้เสวยความเป็นอิสระเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่[๔๑๙] ในภพนี้ซึ่งเป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดแล้วในนิเวศน์แห่งพระศากยบุตร พวกสตรีเกิดแล้วในตระกูลต่าง ๆ งดงามดังนางฟ้า มีวรรณะเป็นที่ชอบใจ[๔๒๐] พวกหม่อมฉันมีลาภเป็นอย่างเลิศ ได้รับยศแล้ว ได้รับบูชาสักการะจากคนทั้งปวง พวกหม่อมฉันได้ข้าวนํ้า มีประชุมชนนับถือเสมอไป[๔๒๑] ละเหย้าเรือนแล้วออกบวชเป็นบรรพชิต ยังไม่ทันถึงครึ่งเดือนก็ได้ถึงแล้วซึ่งความดับเย็นทั้งหมดด้วยกัน

[๔๒๒] พวกหม่อมฉันได้ข้าว น้ำ ผ้า เสนาสนะ และสรรพปัจจัย ที่พวกทายกทายิกานำเข้ามาสักการบูชาเสมอไป

[๔๒๓-๔๒๕] พวกหม่อมฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าพวกหม่อมฉันทำเสร็จแล้ว ดังนี้แล

นัยว่า พระภิกษุณี ๑๐,๐๐๐ มีพระยโสธราเถรีเป็นประธานได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้ต่อพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยประการฉะนี้แล

จบ ทสสหัสสเถรีอปทานที่ ๙

หน้า ๔๓๔

๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสอปทาน

ว่าด้วยบุพประวัติของพระเถรี ๑๘,๐๐๐ รูป

(พระเถรี ๑๘,๐๐๐ รูปได้กราบทูลบุพประวัติของตนว่า)

{๑๗๐} [๔๒๖] ภิกษุณีผู้เกิดในศากยตระกูล ๑๘,๐๐๐ มีพระยโสธราเถรีเป็นประธานเข้าเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า

[๔๒๗] ภิกษุณีทั้ง ๑๘,๐๐๐ ล้วนแต่ผู้มีฤทธิ์ถวายบังคมพระยุคลบาทแห่งพระมุนีแล้วได้กราบทูลตามกำลังว่า

[๔๒๘] “ข้าแต่พระมหามุนีผู้นายก พวกหม่อมฉันมีชาติ ชรา พยาธิและมรณะสิ้นแล้ว ถึงอมตบทอันสงบ ไม่มีอาสวะ

[๔๒๙] ข้าแต่พระมหามุนีผู้ทรงเป็นผู้นำอย่างพิเศษ ก็แม้ความพลั้งพลาดในอดีตย่อมมีได้แก่ทุกคน คนทั้งหลายย่อมรู้ประจักษ์ความผิด ขอพระองค์โปรดยกโทษแก่พวกหม่อมฉันด้วยเถิด”[๔๓๐] พระศาสดาตรัสว่า“เธอทั้งหลายเป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของเรา จงแสดงฤทธิ์และตัดความสงสัยของบริษัททั้งมวลเถิด”[๔๓๑] “ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า พระยโสธราเถรีผู้เป็นปชาบดีแห่งพระองค์ เมื่อยังดำรงอยู่ในฆราวาสวิสัยเป็นที่พอพระทัย น่ารัก น่าชมทุกอย่าง[๔๓๒] ข้าแต่พระวีรเจ้า พวกหม่อมฉันเป็นประธานเป็นใหญ่กว่าสตรีทั้งหมด ๑๙๖,๐๐๐ นาง ในฆราวาสวิสัยของพระองค์

[๔๓๓] สตรีทั้งหมดประกอบด้วยรูปสมบัติและอาจารสมบัติ ดำรงอยู่ในความเป็นสาว มีวาจาเป็นที่รัก อ่อนน้อมถ่อมตนต่อพวกหม่อมฉัน เหมือนพวกมนุษย์เคารพเทวดาฉะนั้น

จบ ๙. อปทานแห่งพระเถรีหนึ่งหมื่น