arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · โสภิตวรรค

๑. โสภิตเถราปทาน (๑๓๑) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในโสภิตวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน โสภิตวรรค โสภิตเถราปทาน (๑๓๑) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๒๘๔–๒๘๕

หน้า ๒๘๔

๑๔. โสภิตวรรค

๑. โสภิตเถราปทาน

บุพประวัติของพระโสภิตเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการฟังอาสภิวาจา

(ท่านพระโสภิตเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๑๓๓} [๑] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ พระโลกเชษฐ์ผู้องอาจในหมู่นรชน ทรงแสดงอมตบทแก่หมู่ชนเป็นอันมากอยู่[๒] ในกาลนั้น เราได้ฟังพระดำรัสของพระองค์ที่เปล่งออกด้วย อาสภิวาจา จึงประคองอัญชลี เป็นผู้มีจิตมีอารมณ์เป็นอันเดียว (กล่าวว่า)[๓] สมุทรเลิศกว่าทะเลทั้งหลาย ภูเขาพระสุเมรุ ประเสริฐกว่า ภูเขาทั้งหลาย ฉันใด ชนเหล่าใดย่อมเป็นไปตามอำนาจจิต ชนเหล่านั้นย่อมไม่เข้าถึงเสี้ยวแห่งพุทธญาณ ฉันนั้น[๔] พระพุทธเจ้าทรงเป็นฤๅษี ประกอบด้วยพระกรุณา ทรงหยุด การแสดงธรรมแล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ได้ตรัส พระคาถาเหล่านี้ว่า[๕] “ผู้ใดสรรเสริญพระญาณในพระพุทธเจ้าผู้นายกของโลก ผู้นั้น จะไม่ต้องไปสู่ทุคติเลยตลอดแสนกัป

[๖] ผู้นั้นจักเผากิเลสทั้งหลายได้แล้วจักเป็นผู้มีจิตมีอารมณ์แน่วแน่ เป็นหนึ่ง มีใจตั้งมั่น จักเป็นสาวกของพระศาสดามีชื่อว่าโสภิตะ

หน้า ๒๘๕

[๗] ในกัปที่ ๕๐,๐๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ มีพระนามว่าสมุคคตะ ทรงสมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก[๘] เราเผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว เราถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว เราบรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว[๙] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระโสภิตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการ ฉะนี้แล

จบ โสภิตเถราปทานที่ ๑

๒. สุทัสสนเถราปทาน

บุพประวัติของพระสุทัสสนเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกการะเกด

(ท่านพระสุทัสสนเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๑๓๔} [๑๐] ที่ฝั่งแม่น้ำอันกว้างใหญ่มีต้นการะเกดกำลังมีดอกอยู่ เรามอง หาต้นไม้นั้นจึงได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้นายกของโลก[๑๑] ในกาลนั้น เราเห็นต้นการะเกดมีดอกบานจึงเด็ดขั้วแล้วบูชา แด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขีผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก

จบ ๑. โสภิตเถราปทาน (๑๓๑)