พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · โสภิตวรรค
๒. สุทัสสนเถราปทาน (๑๓๒) เล่ม ๓๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในโสภิตวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน โสภิตวรรค สุทัสสนเถราปทาน (๑๓๒) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๒๘๕–๒๘๗
[๗] ในกัปที่ ๕๐,๐๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ มีพระนามว่าสมุคคตะ ทรงสมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก[๘] เราเผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว เราถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว เราบรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว[๙] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระโสภิตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการ ฉะนี้แล
จบ โสภิตเถราปทานที่ ๑
๒. สุทัสสนเถราปทาน
บุพประวัติของพระสุทัสสนเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกการะเกด
(ท่านพระสุทัสสนเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๑๓๔} [๑๐] ที่ฝั่งแม่น้ำอันกว้างใหญ่มีต้นการะเกดกำลังมีดอกอยู่ เรามอง หาต้นไม้นั้นจึงได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้นายกของโลก[๑๑] ในกาลนั้น เราเห็นต้นการะเกดมีดอกบานจึงเด็ดขั้วแล้วบูชา แด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขีผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก
[๑๒] “ข้าแต่พระมหามุนีพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด พระองค์ทรงบรรลุ อมตบทอันไม่เคลื่อนด้วยพระญาณใด ข้าพระองค์ขอบูชา พระญาณนั้น”[๑๓] เราครั้นบูชาพระญาณแล้วได้เห็นต้นเลียบ เราเป็นผู้ได้สัญญานั้น นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระญาณ
[๑๔] ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราบูชาพระพุทธญาณด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระญาณ[๑๕] ในกัปที่ ๑๓ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๒ พระองค์ มีพระนามว่าพลุคคตะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก[๑๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แล
นัยว่า ท่านพระสุทัสสนเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ สุทัสสนเถราปทานที่ ๒
๓. จันทนปูชกเถราปทาน
บุพประวัติของพระจันทนปูชกเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยแก่นจันทน์หอม
(ท่านพระจันทนปูชกเถระได้กล่าวบุพประวัติตนไว้ว่า)
{๑๓๕} [๑๗] ในกาลนั้น เราเป็นกินนรอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา และเรามี ดอกไม้เป็นภักษา นุ่งห่มด้วยดอกไม้
[๑๘] ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี พระโลกเชษฐ์ ผู้องอาจในหมู่นรชน เสด็จเหาะไปเหนือทิวไม้ดังพญาหงส์ ในท้องฟ้าฉะนั้น (จึงร้องทูลว่า)[๑๙] “ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ขอความนอบน้อมจงมี แด่พระองค์ จิตของพระองค์บริสุทธิ์ดี พระองค์มีสีพระพักตร์ ผ่องใส มีพระทัยผ่องแผ้ว”[๒๐] พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีปัญญาดังแผ่นดิน มีเมธาดี เสด็จลง จากอากาศ ทรงปูลาดผ้าสังฆาฏิแล้วประทับนั่งขัดสมาธิ[๒๑] เราถือแก่นจันทน์หอมอันละเอียดได้ไปในสำนักพระชินเจ้า เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัสได้บูชาแด่พระชินเจ้า[๒๒] เราถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า พระโลกเชษฐ์ผู้องอาจในหมู่นรชน ทำความปราโมทย์ให้เกิดขึ้นแล้วบ่ายหน้ากลับไปทางทิศเหนือ[๒๓] ในกัปที่ ๑,๘๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เอาแก่นจันทน์บูชาพระพุทธเจ้า ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา
จบ ๒. สุทัสสนเถราปทาน (๑๓๒)