arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · อุปาลีวรรค

๙. สุภัททเถราปทาน (๔๙) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในอุปาลีวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

นวมํ สุภทฺทตฺเถราปทานํ (๔๙)

สุภัททเถราปทานที่ ๙ (๔๙)

ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยผอบไม้จันทน์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อุปาลีวรรค สุภัททเถราปทาน (๔๙) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห

ชนตํ อุทฺธริตฺวาน นิพฺพายติ มหายโส ฯ

นิพฺพายนฺเต จ สมฺพุทฺเธ ทสสหสฺสิ กมฺปถ

ชนกาโย มหา อาสิ เทวา สนฺนิปตุํ ตทา ฯ

จนฺทนํ ปูรยิตฺวาน ตครามลฺลิกาหิ จ

หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน อาโรเปสึ นรุตฺตมํ ฯ

มม สงฺกปฺปมญฺญาย สตฺถา โลเก อนุตฺตโร

นิปนฺนโกว สมฺพุทฺโธ อิมา คาถา อภาสถ ฯ

โย เม ปจฺฉิมเก กาเล คนฺธมลฺเลน ฉาทยิ

ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ

อิโต จุโต อยํ โปโส ตุสิตกายํ คมิสฺสติ

ตตฺถ รชฺชํ กริตฺวาน นิมฺมานํ โส คมิสฺสติ ฯ

เอเตเนว อุปาเยน ทตฺวา มลฺลํ ๑ วรุตฺตมํ

สกกมฺมาภิรทฺโธ โส สมฺปตฺตึ อนุโภสฺสติ ฯ

ปุนาปิ ๒ ตุสิเต กาเย นิพฺพตฺติสฺสติยํ นโร

ตมฺหา กายา จวิตฺวาน มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ ฯ

สกฺยปุตฺโต มหานาโค อคฺโค โลเก สเทวเก

โพธยิตฺวา พหู สตฺเต นิพฺพายิสฺสติ จกฺขุมา ฯ

ตทา โสปคโต สนฺโต ๓ สุกฺกมูเลน โจทิโต

อุปสงฺกมฺม สมฺพุทฺธํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสติ ตทา ฯ

หาสยิตฺวาน สมฺพุทฺโธ สพฺพญฺญู โลกนายโก

ปุพฺพกมฺมมภิญฺญาย สจฺจานิ วิวริสฺสติ ฯ

อารทฺโธ จ อยํ ปโญฺห ตุฏฺโฐ เอกคฺคมานโส

สตฺถารํ อภิวาเทตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจยิสฺสติ ฯ

ปสนฺนมานสํ ทิสฺวา สกกมฺเมน โตสิตํ

ปพฺพชิสฺสติ โส พุทฺโธ อคฺคธมฺมสฺส โกวิโท ฯ

วายมิตฺวานยํ โปโส สมฺมา สมฺพุทฺธสาสเน

สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว ฯ

ปญฺจมํ ภาณวารํ ฯ

ปุพฺพกมฺเมน สํยุตฺโต เอกคฺโค สุสมาหิโต

พุทฺธสฺส โอรโส ปุตฺโต ธมฺมโตมฺหิ สุนิมฺมิโต ฯ

ธมฺมราชํ อุปาคมฺม อาปุจฺฉึ ปญฺหมุตฺตมํ

กถยนฺโต จ เม ปญฺหํ ธมฺมโสตํ อุปานยิ ฯ

ตสฺสาหํ ธมฺมมญฺญาย วิหาสึ สาสเน รโต

สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ

สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ชลชุตฺตมนายโก

นิพฺพายิ อนุปาทาโน ทีโปว เตลสงฺขยา ฯ

สตฺตโยชนิกํ อาสิ ถูปญฺจ รตนามยํ

ธชํ ตตฺถ อปูเชสึ สพฺพภทฺทํ มโนรมํ ฯ

กสฺสปสฺส จ พุทฺธสฺส ติสฺโส นามคฺคสาวโก

ปุตฺโต เม โอรโส อาสิ ทายาโท ชินสาสเน ฯ

ตสฺส หีเนน มนสา วาจํ ภาสึ อภทฺทกํ

เตน กมฺมวิปาเกน ปจฺฉา เม อาสิ ภทฺทกํ ๑ ฯ

อุปวตฺตเน สาลวเน ปจฺฉิเม สยเน มุนิ

ปพฺพาเชสิ มหาวีโร หิโต การุณิโก ชิโน ฯ

อชฺเชว ทานิ ปพฺพชฺชา อชฺเชว อุปสมฺปทา

อชฺเชว ปรินิพฺพานํ สมฺมุขา ทิปทุตฺตเม ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุภทฺโท เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

สุภทฺทตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. มาลํ ฯ ยุ. มาลยํ ฯ ๒ ยุ. จุโตปิ ฯ ๓ ยุ. ปพฺพชฺชูปคโต สนฺโต ฯ

๑ ม. ปจฺฉิเม อทฺทสํ ชินํ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้ควรรับเครื่องบูชาผู้มียศมาก ทรงถอนหมู่ชนขึ้นแล้ว จะเสด็จนิพพาน ก็เมื่อพระสัมพุทธเจ้าทรงยังหมื่นโลกธาตุให้หวั่นไหวแล้ว จะเสด็จนิพพาน หมู่ชนและเทวดาเป็นอันมากได้ประชุมกันในเวลานั้น เราเอากฤษณาและดอกมะลิซ้อนใส่ผอบไม้จันทน์เต็มแล้ว ร่าเริง มีจิตโสมนัส ยกขึ้นบูชาพระผู้มีมีพระภาคผู้เป็นนระอุดม

พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของเรา ทรงบรรทมอยู่นั่นแล ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดเอา (ร่ม) กฤษณาและมะลิซ้อนบังร่มให้เราในกาลที่สุดเราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว บุคคลผู้นี้เคลื่อนจากโลกนี้แล้ว จักไปสู่หมู่เทวดาชั้นดุสิต เขาได้เสวยรัชสมบัติในชั้นดุสิตนั้นแล้ว จักไปสู่ชั้นนิมมานรดี เขาถวายดอกมะลิซ้อนอันประเสริฐสุดด้วยอุบายนี้แล้ว จักปรารภกรรมของตนเสวยสมบัติ บุคคลผู้นี้จักบังเกิดในชั้นดุสิตนั้นอีก เคลื่อนจากชั้นนั้นแล้ว จักไปสู่ความเป็นมนุษย์ พระมหานาคศากยบุตรผู้เลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ผู้มีพระจักษุ ทรงยังสัตว์ให้ตรัสรู้เป็นอันมากแล้ว

จักเสด็จนิพพานในกาลนั้น เขาอันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักเข้าไปเฝ้า ครั้นเข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้าแล้ว จักทูลถามปัญหาในกาลนั้น พระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ทรงให้ร่าเริง ทรงทราบบุรพกรรมแล้ว จักทรงเปิดเผย (แสดง) สัจจะทั้งหลาย เขายินดีว่า ปัญหานี้ พระศาสดาทรงปรารภ (แก้) แล้วมีใจชื่นชม ถวายบังคมพระศาสดาแล้วจักทูลขอบวช พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงฉลาดในธรรมอันเลิศ ทรงเห็นว่าเขามีใจเลื่อมใส ยินดีด้วยกรรมของตน จักทรงให้บวช บุคคลผู้นี้พยายามแล้ว จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงได้ แล้วจักไม่มีอาสวะนิพพานในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.

จบ ภาณวารที่ ๕

เราประกอบด้วยบุพกรรม มีจิตชื่นชม ตั้งมั่นด้วยดี เป็นบุตรผู้เกิดแต่พระหทัยของพระพุทธเจ้า อันธรรมนิรมิตดีแล้ว เราเข้าไปเฝ้าพระธรรมราชาแล้ว ได้ทูลถามปัญหาอันสูงสุด และเมื่อพระผู้มีพระภาคจะทรงแก้ปัญหาของเราได้ตรัสกระแสธรรม เรารู้ทั่วถึงธรรมของพระองค์แล้ว ยินดีในศาสนาอยู่ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ ในแสนกัลปแต่กัลปนี้ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระผู้นายกอุดม ไม่ทรงมีอุปาทานเสด็จนิพพานแล้ว ดังประทีปดับเพราะสิ้นน้ำมัน ฉะนั้น พระสถูปแก้วของพระผู้มีพระภาคสูงประมาณ ๗ โยชน์

เราได้ทำธงสวยงามกว่าธงทั้งปวงเป็นที่รื่นรมย์ใจ บูชาไว้ที่พระสถูปนั้น พระอัครสาวกชื่อติสสะ ของพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสป เป็นบุตรผู้เกิดในหทัยของเรา เป็นทายาทในพระพุทธศาสนา เรามีใจเลวทรามได้กล่าววาจาอันไม่เจริญแก่พระอัครสาวกนั้น ด้วยผลแห่งกรรมนั้น ความเจริญจึงได้มีแก่เราในภายหลังพระมุนีมหาวีรชินเจ้า ผู้ทรงเกื้อกูลประกอบด้วยพระกรุณา ทรงประทานบรรพชาแก่เราบนที่บรรทมครั้งสุด ณ ศาลวันอันเป็นที่เวียนมาแห่งมัลลกษัตริย์ทั้งหลาย บรรพชาก็มีในวันนี้เดี๋ยวนี้เอง อุปสมบทก็ในวันนี้เอง ปรินิพพานก็ในวันนี้เอง เฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคผู้สูงสุดกว่าสัตว์ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระสุภัททเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบสุภัททเถราปทาน.

จบ ๙. สุภัททเถราปทาน (๔๙)