arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · อุปาลีวรรค

๑๐. จุนทเถราปทาน (๕๐) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในอุปาลีวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ทสมํ จุนฺทตฺเถราปทานํ (๕๐)

จุนทเถราปทานที่ ๑๐ (๕๐)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกไม้

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อุปาลีวรรค จุนทเถราปทาน (๕๐) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (สยามรัฐ)

สิทฺธตฺถสฺส ภควโต โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน

อคฺฆิยํ การยิตฺวาน ชาติปุปฺเผหิ ฉาทยึ ฯ

นิฏฺฐาเปตฺวาน ตํ ปุปฺผํ พุทฺธสฺส อภินามยึ

ปุปฺผาวเสสํ ปคฺคยฺห พุทฺธสฺส อภิโรปยึ ฯ

กญฺจนคฺฆิยสงฺกาสํ พุทฺธํ โลกคฺคนายกํ

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน ปุปฺผคฺฆิยมุปานยึ ฯ

วิติณฺณกงฺโข สมฺพุทฺโธ ติณฺโณเฆหิ ปุรกฺขโต

ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ

ทิพฺพคนฺธํ ปวายนฺตํ โย เม ปุปฺผคฺฆิยํ อทา

ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ

อิโต จุโต อยํ โปโส เทวสงฺฆปุรกฺขโต

ชาติปุปฺเผหิ ปริกิณฺโณ เทวโลกํ คมิสฺสติ ฯ

อุพฺพิทฺธํ ภวนํ ตสฺส โสวณฺณญฺจ มณีมยํ

พฺยมฺหา ปาตุภวิสฺสนฺติ ปุญฺญกมฺมปภาวิตา ฯ

จตุสตฺตติกฺขตฺตุํ โส เทวรชฺชํ กริสฺสติ

อนุโภสฺสติ สมฺปตฺตึ อจฺฉราหิ ปุรกฺขโต ฯ

ปฐพฺยา รชฺชํ ติสตํ วสุธํ อาวสิสฺสติ

ปญฺจสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ

ทุชฺชโย นาม นาเมน เหสฺสติ มนุชาธิโป

อนุโภตฺวาน ตํ ปุญฺญํ สกกมฺมูปสํหิโต ฯ

วินิปาตํ อคนฺตฺวาน มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ

หิรญฺญํ ตสฺส นิจิตํ โกฏิสตํปิ อนปฺปกํ ฯ

นิพฺพตฺติสฺสติ โยนิมฺหิ พฺราหฺมโณ โส ภวิสฺสติ

วงฺคนฺตสฺส สุโต ธีมา สาริยา โอรโส ปิโย ฯ

โส จ ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวา องฺคีรสสฺส สาสเน

จูฬจุนฺโทติ นาเมน เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก ฯ

สามเณโรว โส สนฺโต ขีณาสโว ภวิสฺสติ

สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว ฯ

อุปฏฺฐหึ มหาวีรํ อญฺเญ จ เปสเล พหู

ภาตรเมวุปฏฺฐาสึ อุตฺตมตฺถสฺส ปตฺติยา ฯ

ภาตรํ เม อุปฏฺฐหิตฺวา ธาตุํ ปตฺตมฺหิ โอจิย ๑

สมฺพุทฺธํ อุปนาเมสึ โลกเชฏฺฐํ นราสภํ ฯ

อุโภหตฺเถหิ ปคฺคยฺห พุทฺโธ โลเก สเทวเก

สนฺทสฺสยนฺโต ตํ ธาตุํ กิตฺตยิ อคฺคสาวกํ ฯ

จิตฺตญฺจ สุวิมุตฺตํ เม สทฺธา มยฺหํ ปติฏฺฐิตา

สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา จุนฺทตฺเถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

จุนฺทตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

อุทฺทานํ

อุปาลิ โสโณ ภทฺที จ สนฺนิฏฺฐาปก หตฺถิโย

ฉทนํ เสยฺยจงฺกมํ สุภทฺโท จุนฺทสวฺหโย

คาถาสตํ จ ตาฬีสํ ๑ จตสฺโส จ ตตฺถุตฺตริ ฯ

อุปาลิวคฺโค ปญฺจโม ฯ

๑ ม. โอหิย ฯ ยุ. โอปิย ฯ

ฉบับหลวง

เราได้ให้ทำดอกไม้อันเป็นวัตถุควรบูชา เพื่อถวายแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะเชษฐบุรุษของโลกผู้คงที่ แล้วปกปิดด้วยดอกมะลิ เราให้ทำดอกไม้นั้นสำเร็จแล้ว น้อมเข้าไปถวายแด่พระพุทธเจ้า และถือเอาดอกไม้ที่เหลือไปบูชาพระพุทธเจ้า เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส นำเอาดอกไม้เข้าไปบูชาพระพุทธเจ้าผู้เช่นกับทองคำมีค่า เป็นอัครนายกของโลกพระสัมพุทธเจ้าผู้ทรงข้ามความสงสัยแล้ว ผู้ข้ามห้วงกิเลสได้แล้ว แวดล้อมด้วยพระขีณาสพ ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่าผู้ใดได้ถวายดอกไม้มีค่า มีกลิ่นหอมฟุ้งแก่เรา เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว บุคคลผู้นี้เคลื่อนจากโลกนี้แล้ว

จักแวดล้อมด้วยหมู่เทวดา เกลื่อนกล่นด้วยดอกมะลิ จักไปสู่เทวโลก ภพของบุคคลนั้น(สูง) น่าหวาดเสียว สำเร็จด้วยทองและแก้วมณี วิมานทั้งหลายอันเกิดด้วยกรรม จักปรากฏ เขาจักได้เสวยเทวรัชสมบัติ ๗๔ ครั้ง จักแวดล้อมด้วยนางอัปสรเสวยสมบัติ จักได้เป็นพระราชาในแผ่นดิน ครอบครองพสุธา ๓๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง จักเป็นใหญ่กว่ามนุษย์ มีนามชื่อว่าทุชชยะ เสวยบุญนั้นประกอบด้วยกรรมของตน ไม่ไปสู่วินิบาต จักไปสู่ความเป็นมนุษย์ เงินที่บุคคลนั้นสั่งสมไว้แล้ว แม้ร้อยโกฏิมิใช่น้อย บุคคลนั้นจักบังเกิดในกำเนิดเป็นพราหมณ์ เป็นบุตรผู้มีปัญญาของวังคันตพราหมณ์ เป็นโอรสผู้เป็นที่รักของนางสารีพราหมณี

และภายหลังเขาจักบวชในศาสนาของพระอังคีรส จักได้เป็นพระสาวกของพระศาสดามีนามชื่อว่า จูฬจุนทะ เขาจักได้เป็นพระขีณาสพแต่ยังเป็นสามเณรทีเดียวกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะนิพพาน เราได้บำรุงพระมหาวีรเจ้าและพระสาวกอื่นๆ ผู้มีศีลเป็นอันมาก และบำรุงพระเถระผู้พี่ชายของเราเพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด ครั้นเราบำรุงพระเถระผู้พี่ชายของเราแล้ว ได้เอาธาตุใส่ไว้ในบาตร นำเข้าไปถวายพระสัมพุทธเจ้าเชษฐบุรุษของโลก ผู้นราสภ พระพุทธเจ้าในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ทรงรับธาตุนั้นด้วยพระหัตถ์ทั้งสอง แล้วจักทรงพระโอวาท จึงทรงประกาศพระอัครสาวก จิตของเราพ้นวิเศษดีแล้ว และศรัทธาของเราตั้งมั่นดีแล้ว เรากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระจุนทเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบจุนทเถราปทาน.

-----------------

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อุปาลีเถราปทาน ๒. โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน

๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน ๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน

๕. ปัญจหัตถิยเถราปทาน ๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน

๗. สยนทายกเถราปทาน ๘. จังกมทายกเถราปทาน

๙. สุภัททเถราปทาน ๑๐. จุนทเถราปทาน

คาถาในวรรคนั้นมี ๑๔๔ คาถา

จบอุบาลีวรรคที่ ๕.

จบ ๑๐. จุนทเถราปทาน (๕๐)