arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปิลินทวรรค

๑๐. อชิตเถราปทาน (๔๐๐) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๐๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในปิลินทวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

_______

๑๐. อชิตตฺเถราปทาน

๑๐. อชิตเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระอชิตเถระ

(พระอชิตเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ปิลินทวรรค อชิตเถราปทาน (๔๐๐) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๒ หน้า ๔๖๘–๔๗๒ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๒ หน้า ๖๔๘–๖๕๓

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู

อชฺโฌคาเหตฺวา หิมวนฺตํ นิสีทิ โลกนายโก.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระผู้มีพระภาคชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จมายังภูเขาหิมพานต์ แล้วประทับนั่งอยู่

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นาหํ อทฺทกฺขึ สมฺพุทฺธํ นปิ สทฺทํ สุโณมหํ

มม ภิกฺขํ คเวสนฺโต อาหิณฺฑามิ วเน อหํ. <1581>

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าไม่เคยได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้พระสุรเสียงข้าพเจ้าก็ไม่เคยได้ฟัง ข้าพเจ้าเที่ยวไปในป่าแสวงหาอาหารเพื่อตนเอง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตตฺถทฺทสฺสาสึ <1582> สมฺพุทฺธํ ทฺวตฺตึสวรลกฺขณํ.

ทิสฺวาน วิตฺติมาปชฺชึ สตฺโต โก นามยํ ภเว.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ในป่านั้น ครั้นเห็นแล้วจึงปลื้มใจด้วยคิดว่า นี้เป็นใครกัน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ลกฺขณานิ วิโลเกตฺวา มม วิชฺชํ อนุสฺสรึ

สุตํ หิ เมตํ พุฑฺฒานํ <1583> ปณฺฑิตานํ สุภาสิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าพิจารณาดูลักษณะแล้ว ระลึกถึงความรู้ของตนเองได้ ข้าพเจ้าฟังคำสุภาษิตของบัณฑิตผู้เจริญ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตสํ ยถา ตํ วจนํ อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ

ยนฺนูน ตํ <1584> สกฺกเรยฺยํ คตึ เม โสธยิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ตามคำของบัณฑิตเหล่านั้น ท่านผู้นี้คงเป็นพระพุทธเจ้า ทางที่ดีเราควรสักการะพระองค์ พระองค์จะช่วยชำระคติของเราได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ขิปฺปํ อสฺสมมาคนฺตฺวา มธุเตลํ คหึ อหํ

โกลมฺพกํ คเหตฺวาน อุปคญฺฉึ วินายกํ. <1585>

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าจึงรีบกลับไปยังอาศรม หยิบเอาน้ำผึ้งและน้ำมัน ถือหม้อเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ติทณฺฑเก คเหตฺวาน อพฺโภกาเส ฐเปสหํ

ปทีปํ ปชฺชลิตฺวาน อฏฺฐกฺขตฺตุํ อวนฺทหํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ได้นำไม้ ๓ ท่อนไปวางไว้ในที่กลางแจ้ง แล้วตามประทีปให้ลุกโพลงเสร็จแล้วกราบ ๘ ครั้ง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สตฺตรตฺตินฺทิวํ พุทฺโธ นิสีทิ ปุริสุตฺตโม

ตโต รตฺยา วิวสเน <1586> วุฏฺฐาสิ โลกนายโก.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าผู้เป็นบุรุษผู้สูงสุด ประทับนั่งอยู่ตลอด ๗ วัน ๗ คืน พระพุทธองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกได้เสด็จลุกขึ้นในเวลารุ่งสาง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน สพฺพรตฺตินฺทิวํ อหํ

ทีปํ พุทฺธสฺส ปาทาสึ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ตามประทีปถวายพระพุทธเจ้า ด้วยมือของตน ตลอด ๗ วัน ๗ คืน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สพฺเพ คนฺธา วนมยา ปพฺพเต คนฺธมาทเน

พุทฺธสฺส อานุภาเวน อาคญฺฉุํ พุทฺธสนฺติเก. <1587>

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กลิ่นหอมทุกอย่างที่เกิดในป่า ณ ภูเขาคันธมาทน์ โชยมาในสำนักของพระพุทธเจ้า ด้วยพุทธานุภาพ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เย เกจิ ปุปฺผคนฺธา เส ปุปฺผิตา ธรณีรุหา

พุทฺธสฺส อานุภาเวน สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เวลานั้น ต้นไม้ที่มีดอกมีกลิ่นหอมทุกชนิด บานสะพรั่ง ร่วงหล่นมารวมกันในกาลนั้นด้วยพุทธานุภาพ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยาวตา หิมวนฺตมฺหิ นาคา จ ครุฬา อุโภ

ธมฺมญฺจ โสตุกามา เต อาคญฺฉุํ พุทฺธสนฺติกํ. ๖

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นาคและครุฑทั้ง ๒ พวกเท่าที่มีอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์ ต้องการจะฟังธรรมจึงพากันมายังสำนักของพระพุทธเจ้า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เทวโล นาม สมโณ พุทฺธสฺส อคฺคสาวโก

วสีสตสหสฺเสหิ พุทฺธสนฺติกุปาคมิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระสมณะนามว่าเทวละ เป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระอรหันต์ ๒๐๐,๐๐๐ รูป เข้ามายังสำนักของพระพุทธเจ้า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห

ภิกฺขุสํเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โย เม ทีปํ ปทีเปสิ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ

ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราจักพยากรณ์ผู้ที่มีความเลื่อมใส ได้ตามประทีปถวายเราด้วยมือของตน ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สฏฺฐี กปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมิสฺสติ

สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ.

โสฬสมํ ภาณวารํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เขาจักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๖๐,๐๐๐ กัป และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

ภาณวารที่ ๑๖ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ฉตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ

ปฐวิยํ สตฺตสตํ วิปุลํ รชฺชํ กริสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เขาจักได้เป็นจอมเทพครองเทวสมบัติตลอด ๓๖ ชาติ จักได้ครองรัชสมบัติอันไพบูลย์ในแผ่นดิน ๗๐๐ ชาติ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขิยํ

อิมินา ทีปทาเนน ทิพฺพจกฺขุ ภวิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน ด้วยผลแห่งการตามประทีปถวายนี้ จักเป็นผู้มีทิพยจักษุ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สมนฺตโต อฑฺฒโกสํ <1588> ปสฺสิสฺสติ อยํ สทา

เทวโลกา จวนฺตสฺส นิพฺพตฺตนฺตสฺส ชนฺตุโน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ผู้นี้จักมองเห็นได้ไกล ๒๕๐ ชั่วธนู โดยรอบทุกเมื่อ เมื่อเขาจุติจากเทวโลกมาบังเกิดเป็นมนุษย์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ทิวา วา ยทิวา รตฺตึ ปทีปํ ธารยิสฺสติ

ชายมานสฺส สตฺตสฺส ปุญฺญกมฺมสมงฺคิโน.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ประทีปจักทรงอยู่ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อผู้นี้ ซึ่งเกิดมาพรั่งพร้อมด้วยบุญกรรม

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยาวตา นครํ อาสิ ตาวตา โชตยิสฺสติ

อุปปชฺชติ ยํ โยนึ เทวตฺตํ อถ มานุสํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เขาเกิดในกำเนิดใด คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้นจักโชติช่วงตลอดทั่วนคร

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อสฺเสว ทีปทานสฺส อฏฺฐทีปผเลน จ <1589>

อุปฏฺฐิสฺสนฺติมํ ชนฺตุํ <1590> ทีปทานสฺสิทํ ผลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เพราะผลแห่งการตามประทีปถวาย ๘ ดวงนั้น ชนทั้งหลายจักบำรุงผู้นี้ นี้เป็นผลแห่งการตามประทีปถวาย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว

โคตโม นาม นามเน <1591> สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต

สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตินาสโว.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ผู้นี้จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

บาลี (มหาจุฬาฯ)

โตสยิตฺวาน สมฺพุทฺธํ โคตมํ สกฺยปุงฺควํ

อชิโต นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวโก.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐทรงพอพระทัยแล้ว จักมีนามว่าอชิตะ เป็นสาวกของพระศาสดา

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สฏฺฐิกปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมึ อหํ

ตตฺราปิ เม ทีปสตํ โชตเต นิจฺจกาลิกํ. <1592>

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้ารื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๖๐,๐๐๐ กัป แม้ในเทวโลกนั้น ประทีบ ๑๐๐ ดวง ก็ส่องสว่างเพื่อข้าพเจ้าตลอดกาลเป็นนิตย์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เทวโลเก มนุสฺเส วา นิทฺธาวนฺติ ปภา มม

พุทฺธเสฏฺฐํ สริตฺวาน ภิยฺโย หาสํ ชเนสหํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

รัศมีของข้าพเจ้าพวยพุ่ง (โพลง) ไปในเทวโลกและมนุษยโลก ข้าพเจ้าระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดแล้ว จึงเกิดความร่าเริงอย่างยิ่ง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตุสิตาหํ จวิตฺวาน โอกฺกมึ มาตุกุจฺฉิยํ

ชายมานสฺส สนฺตสฺส อาโลโก วิปุโล อหุ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว ลงมาปฏิสนธิในครรภ์มารดา เมื่อข้าพเจ้าเกิดก็ได้มีแสงสว่างเจิดจ้า

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อคารา อภินิกฺขมฺม ปพฺพชึ อนคาริยํ

พาวรึ อุปสงฺกมฺม สิสฺสตฺตํ อชฺฌุปาคมึ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าพเจ้าออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิตแล้ว ได้เข้าไปหาพราหมณ์พาวรี ยอมตนเข้าเป็นศิษย์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

หิมวนฺเต วสนฺโตหํ อสฺโสสึ โลกนายกํ

อุตฺตมตฺถํ คเวสนฺโต อุปคญฺฉึ วินายกํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อข้าพเจ้าอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์ ได้ทราบข่าวพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ข้าพเจ้าแสวงหาประโยชน์อย่างสูงสุด จึงเข้าเฝ้าพระองค์ผู้เป็นผู้นำโดยวิเศษ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ทนฺโต พุทฺโธ ทเมตาปิ <1593> โอฆติณฺโณ นิรูปธิ

นิพฺพานํ กถยี พุทฺโธ สพฺพทุกฺขา ปโมจนํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าผู้ฝึกพระองค์แล้ว ทรงฝึกผู้อื่นด้วย ทรงข้ามโอฆกิเลสได้แล้ว ไม่มีอุปธิ ตรัสบอกนิพพานเป็นเหตุพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ตมฺเม อาคมนํ สิทฺธํ โตสิโตหํ มหามุนึ

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

การมาของข้าพเจ้านั้นให้สำเร็จประโยชน์ ข้าพเจ้าให้พระมหามุนีทรงพอพระทัย วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทีปํ อททินฺตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ทีปทานสฺสิทํ ผลํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายประทีปไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายประทีป

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิ จ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ.

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อชิโต เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ.

อชิตตฺเถรสฺส อปทานํ ทสมํ สมตฺตํ.

ปิลินฺทวจฺฉวคฺโค จตฺตาฬีสโม.

ตสฺสุทฺทานํ

ปิลินฺทวจฺโฉ เสโล จ สพฺพกิตฺตมธุทโท <1594>

กูฏาคารี พากุโล จ คิริสลฬสวฺหโย.

สพฺพโท อชิโต เจว คาถาโย คณิตา วิสา <1595>

สตานิ ปญฺจ คาถานํ วีสติ จ ตทุตฺตริ.

อถ วคฺคุทฺทานํ

ปทุมารกฺขโท เจว อุมา คนฺโธทเกน จ

เอกปฺปทสทฺทสญฺญี <1596> มนฺทารํ โพธิวนฺทโก.

อมฺพฏญฺจ <1597> ปิลินฺทิ จ คาถาโย คณิตาปิจ <1598>

จตุสตฺตติ คาถาโย เอกาทสสตานิ จ.

ปทุมวคฺคทสกํ.

จตุตฺถํ สตกํ สมตฺตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แลได้ทราบว่า ท่านพระอชิตเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

อชิตเถราปทานที่ ๑๐ จบ

ปิลินทวัจฉวรรคที่ ๔๐ จบบริบูรณ์

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ปิลินทวัจฉเถราปทาน

๒. เสลเถราปทาน

๓. สัพพกิตติกเถราปทาน

๔. มธุทายกเถราปทาน

๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน

๖. พักกุลเถราปทาน

๗. คิริมานันทเถราปทาน

๘. สลฬมัณฑปิยเถราปทาน

๙. สัพพทายกเถราปทาน

๑๐. อชิตเถราปทาน

ท่านนับคาถาได้ ๕๒๐ คาถา

และรวมวรรคได้ ๑๐ วรรค คือ

๑. ปทุมเกสริยวรรค

๒. อารักขทายกวรรค

๓. อุมาปุปผิยวรรค

๔. คันโธทกวรรค

๕. เอกปทุมวรรค

๖. สัททสัญญิกวรรค

๗. มันทารวปุปผิยวรรค

๘. โพธิวันทนวรรค

๙. อัมพฏผลวรรค

๑๐. ปิลินทวัจฉวรรค

และท่านคำนวณคาถาได้ ๑,๑๗๔ คาถา

หมวด ๑๐ แห่งวรรคมีปทุมเกสริยวรรคเป็นต้น จบ

๑๐๐ เรื่อง หมวดที่ ๔ จบบริบูรณ์

จบ ๑๐. อชิตเถราปทาน (๔๐๐)