arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · กัจจายวรรค

๑. มหากัจจายนเถราปทาน เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในกัจจายวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กัจจายวรรค มหากัจจายนเถราปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๗๒ หน้า ๒๑๒–๒๑๘

หน้า ๒๑๒

กัจจายนวรรคที่ ๕๔

มหากัจจายนเถราปทานที่ ๑ (๕๑๓)

ว่าด้วยบุพจริยาของพระมหากัจจายนเถระ

[๑๒๑] พระพิชิตมารพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ปราศจากตัณหา ทรงชำนะสิ่งที่ใคร ๆ เอาชนะไม่ได้ เป็นพระผู้นำ ได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้

พระองค์เป็นผู้แกล้วกล้าสามารถ มีพระ-อินทรีย์เสมือนใบบัว มีพระพักตร์ปราศจากมลทินคล้ายพระจันทร์ มีพระฉวีวรรณปานดังทองคำ มีพระรัศมีซ่านออกจากพระองค์ เหมือนรัศมีพระอาทิตย์ฉะนั้น

น้ำตาและใจของสัตว์ลง ประดับด้วย

พระลักษณะอันประเสริฐ ล่วงทางแห่งคำพูดทุกอย่าง อันหมู่มนุษย์และอมรเทพสักการะ

ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ทรงยังสัตว์ให้

ตรัสรู้ ทรงนำไปได้อย่างรวดเร็ว มีพระสุรเสียงไพเราะ มีพระสันดานมากไปด้วยพระกรุณา ทรงแกล้วกล้าในที่ประชุม

หน้า ๒๑๓

พระองค์ทรงแสดงธรรมอันไพเราะ ซึ่ง

ประกอบด้วยสัจจะ ๔ ทรงฉุดขึ้นซึ่งหมู่สัตว์ที่จม

อยู่ในเปือกตมคือโมหะ

ครั้งนั้น เราเป็นดาบสสัญจรไปแต่คนเดียว

มีป่าหิมพานต์เป็นที่อยู่อาศัย เมื่อไปสู่มนุษย์โลก

ทางอากาศ

ก็ได้พบพระพิชิตมาร เราได้เข้าไปเฝ้า

พระองค์แล้วสดับพระธรรมเทศนาของพระธีรเจ้าผู้ทรงพรรณนาคุณอันใหญ่ของพระสาวกอยู่ว่า

เราไม่เห็นสาวกองค์อื่นใดในธรรมวินัยนี้

ที่จะเสมอเหมือนกับกัจจายนภิกษุนี้ ผู้ซึ่งประกาศ

ธรรมที่เราแสดงแล้วแต่โดยย่อได้โดยพิสดาร ทำ

บริษัทและเราให้ยินดี

เพราะฉะนั้น กัจจายนภิกษุนี้ จึงเลิศ

ในการกล่าวซึ่งอรรถแห่งภาษิต ที่เรากล่าวไว้แต่

โดยย่อนั้นได้โดยพิสดาร ภิกษุทั้งหลาย ท่าน

ทั้งหลายจงทรงจำไว้อย่างนี้เถิด

ครั้งนั้น เราได้ฟังพระดำรัสอันรื่นรมย์

ใจแล้ว เกิดความอัศจรรย์ จึงไปป่าหิมพานต์นำเอากลุ่มดอกไม้มาบูชาพระผู้เป็นที่พึ่งของโลก

แล้วปรารถนาฐานันดรนั้น ครั้งนั้น พระผู้เป็น

ที่อยู่แห่งสรณะ ทรงทราบอัธยาศัยของเราแล้ว

ได้ทรงพยากรณ์ว่า

หน้า ๒๑๔

จงดูฤาษีผู้ประเสริฐนี้ ซึ่งเป็นผู้มีผิวพรรณ

เหมือนทองคำ ที่ไล่มลทินออกแล้ว มีโลมชาติชุนชันและใจโสมนัส ยืนประนมอัญชลีนิ่งไม่ไหวติง ร่าเริง มีนัยน์ตาเต็มดี มีอัธยาศัยน้อมไปในคุณของพระพุทธเจ้า มีธรรมเป็นธง หทัยร่าเริงเหมือนกับถูกรดด้วยน้ำอมฤต

เขาได้สดับคุณของกัจจายนภิกษุแล้ว จึง

ได้ปรารถนาฐานันดรนั้น ในอนาคตกาล ฤาษีผู้นี้จักได้เป็นธรรมทายาทของพระโคดมมหามุนีเป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จักเป็นพระสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่ากัจจายนะ

เขาจักเป็นพหูสูต มีญาณใหญ่ รู้อธิบาย

แจ้งชัด เป็นนักปราชญ์ จักถึงฐานันดรนั้น ดังที่เราได้พยากรณ์ไว้แล้ว

ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ทำกรรม

ใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลยนี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

เราท่องเที่ยวอยู่แต่ในสองภพ คือ ใน

เทวดาและมนุษย์ คติอื่นเราไม่รู้จัก นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

เราเกิดในสองสกุล คือ สกุลกษัตริย์และ

สกุลพราหมณ์ เราไม่เกิดในสกุลที่ต่ำทรามนี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

หน้า ๒๑๕

และในภพสุดท้าย เราเกิดเป็นบุตรของ

ติปิตวัจฉพราหมณ์ ผู้เป็นปุโรหิตของพระเจ้า

จัณฑปัชโชต ในพระนครอุชเชนีอันรื่นรมย์ เรา

เป็นคนฉลาดเรียนจบไตรเพท ส่วนมารดาของเราชื่อจันทนปทุมา เราชื่อกัจจานะ เป็นผู้มีผิวพรรณงาม

เราอันพระเจ้าแผ่นดินทรงส่งไปเพื่อ

พิจารณาพระพุทธเจ้า ได้พบพระผู้นำซึ่งเป็น

ประตูของโมกขบุรี เป็นที่สั่งสมคุณ

และได้สดับพระพุทธภาษิตอันปราศจาก

มลทิน เป็นเครื่องชำระล้างเปือกตมคือคติ จึง

ได้บรรลุอมตธรรมอันสงบระงับ พร้อมกับบุรุษคนที่เหลือ

เราเป็นผู้รู้อธิบายในพระมติอันใหญ่ ของ

พระสุคตเจ้าได้แจ้งชัด และพระศาสดาทรงตั้งไว้

ในตำแหน่งเอตทัคคะ เราเป็นผู้มีความปรารถนาสำเร็จด้วยดีแล้ว

เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...คำสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระมหากัจจายนเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบมหากัจจายนเถราปทาน

ม. ติริฏิวัจฉะ

หน้า ๒๑๖

อรรถกถากัจจายนวรรคที่ ๕๔

๕๓๑. อรรถกถากัจจายนเถราปทาน

พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-

อปทานของท่านพระมหากัจจายนเถระ มีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตโรนาม ชิโน ดังนี้.

แม้พระเถระรูปนี้ ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระ-องค์ก่อน ๆ ได้สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้เป็นอันมากในภพนั้น ๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ ท่านได้บังเกิดในตระกูลคฤหบดีมหาศาล พอเจริญวัยแล้ว วันหนึ่งได้ฟังธรรมในสำนักของพระศาสดา ได้เห็นภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งพระศาสดาทรงสถาปนาไว้ในตำแหน่งที่(สามารถ) จำแนกเนื้อความที่พระศาสดาตรัสไว้โดยย่อให้พิสดารได้ แม้ตนเองก็ปรารถนาตำแหน่งนั้นบ้าง จึงตั้งปณิธานทำบุญมีทานเป็นต้นไว้เป็นอันมาก แล้วท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ในกาลแห่งพระผู้มีพระ-ภาคเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ได้เป็นวิทยาธร เที่ยวไปทางอากาศ ได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งประทับนั่งในชัฏแห่งป่าแห่งหนึ่ง มีใจเลื่อมใสได้เอาดอกกรรณิการ์มาทำการบูชา.

ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงกลับไปกลับมาเฉพาะแต่ในสุคติอย่างเดียว ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสปะ เขาได้บังเกิดในเรือนอันมีสกุลในกรุงพาราณสี เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว ได้เอาแผ่นอิฐทองคำ มีค่าราคาแสนหนึ่ง ทำการบูชา ณ ที่สุวรรณเจดีย์สำหรับบำเพ็ญกัมมัฏฐาน ได้ตั้งความปรารถนาไว้ว่า ด้วยผลแห่งบุญอันนี้ ขอให้สรีระของ

หน้า ๒๑๗

ข้าพระองค์จงมีวรรณะดุจทองคำ ในที่ที่ได้บังเกิดแล้ว ๆ เถิด ตั้งแต่นั้นมาก็ได้ทำแต่กุศลกรรมจนตลอดชีวิตแล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลกตลอดพุทธันดรหนึ่ง ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนปุโรหิต ของพระเจ้าจัณฑปัชโชตในกรุงอุชเชนี ในวันตั้งชื่อเขามารดาคิดว่า ลูกของเรามีสีกายดุจทองคำ เขาถือเอาชื่อของตนเองมา (แต่เกิด) ดังนี้จึงตั้งชื่อเขาว่ากัจจนมาณพทีเดียว. เขาเจริญวัยแล้ว เล่าเรียนจบไตรเพท พอบิดาล่วงลับดับชีวิตแล้ว ก็ได้รับตำแหน่งปุโรหิตแทน ว่าโดยอำนาจโคตรเขาปรากฏแล้วว่า กัจจายนะ. ย่อมาพระเจ้าจัณฑปัชโชตได้ทรงสดับว่า พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้น จึงส่งเขาไปด้วยพระราชดำรัสว่า ท่านอาจารย์ ท่านจงไปที่พระอารามนั้นแล้ว ทูลนิมนต์พระศาสดามาในวังนี้ ท่านปุโรหิตนั้น มีตนเป็นที่ ๘ เข้าไปเฝ้าพระศาสดา พระศาสดาได้ทรงแสดงธรรมแก่ปุโรหิตนั้นแล้ว .

ในเวลาจบพระธรรมเทศนา ท่านปุโรหิตพร้อมกับคนทั้ง ๗ ได้ดำรงอยู่ในพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔

ท่านได้บรรลุอรหัตผลแล้วอย่างนี้ ระลึกถึงบุรพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่คนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน ดังนี้. คำนั้นมีเนื้อความดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังนั่นแล. ลำดับนั้นพระศาสดาทรงเหยียดพระหัตถ์ตรัสว่า พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด. ในขณะนั้น พวกภิกษุเหล่านั้นได้มีผมและหนวดยาวประมาณ ๒ องคุลี ทรงบาตรและจีวรอันสำเร็จด้วยฤทธิ์ ได้เป็นคล้ายพระเถระบวชมา ๖๐ พรรษา พระเถระทำประ-โยชน์ของตนให้สำเร็จแล้วอย่างนี้ (วันหนึ่ง) จึงกราบทูลพระศาสดาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระเจ้าจัณฑปัชโชต ปรารถนาจะไหว้พระบาท และฟังธรรมของพระองค์ผู้เจริญ พระเจ้าข้า. พระศาสดาตรัสว่า กัจจานะ เธอนั่นแหละจงไปใน

หน้า ๒๑๘

วังนั้น เมื่อเธอไปถึงแล้ว พระราชาจักทรงเลื่อมใส พระเถระมีตนเป็นที่ ๘ได้ไปในพระราชวังนั้น ตามพระบัญชาของพระศาสดา ได้ทำให้พระราชาทรงเลื่อมใสแล้ว ได้ประดิษฐานพระศาสนาไว้ในอวันตีชนบทเรียบร้อยแล้ว จึงได้กลับมาเฝ้าพระศาสดาอีก ด้วยอำนาจความปรารถนาในครั้งก่อนของตนปกรณ์ทั้ง ๓ คือ กัจจายนปกรณ์ มหานิรุตติปกรณ์ และเนตติปกรณ์ จึงได้ปรากฏแล้วในท่ามกลางสงฆ์. ต่อมาท่านได้รับสถาปนาจากพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงสันโดษ ไว้ในตำแหน่งที่เลิศ ด้วยพระดำรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายมหากัจจานะเป็นเลิศกว่าสาวกทั้งหลายของเรา ผู้จำแนกเนื้อความที่เรากล่าวไว้โดยย่อ ทำให้พิสดารได้ ดังนี้แล้ว ท่านก็อยู่ด้วยความสุขอันเกิดแต่พระอรหัต-ผลแล.

จบอรรถกถามหากัจจายนเถราปทาน

วักกลิเถราปทานที่ ๒ (๕๓๒)

ว่าด้วยบุพจริยาของพระวักกลิเถระ

[๑๒๒] สมเด็จพระผู้นำมีพระนามไม่

ทราม มีพระคุณนับไม่ได้ พระนามว่า ปทุมุตตระ

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้

พระองค์ทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ ก็

เพราะมีพระพักตร์เหมือนดอกปทุม มีพระฉวี-

วรรณงามไม่มีมลทินเหมือนดอกปทุม ไม่เปื้อน

ด้วยโลก เหมือนดอกปทุมไม่เปื้อนด้วยน้ำ ฉะนั้น

จบ ๑. มหากัจจายนเถราปทาน