arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · สุเมธาวรรค

๑๐. อุทกทายิกาเถริยาปทาน เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในสุเมธาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุเมธาวรรค อุทกทายิกาเถริยาปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๗๒ หน้า ๕๒๒–๕๒๕

หน้า ๕๒๒

อุทกทายิกาเถรีอปทานที่ ๑๐ (๑๐)

ผลของการถวายน้ำ

[๑๕๐] ดิฉันเป็นหญิงหาบน้ำขายอยู่ใน

พระนครพันธุมดี เลี้ยงชีพด้วยการหาบน้ำ เลี้ยงดูเด็ก ๆ ก็ด้วยการหาบน้ำนั้น

ก็ดิฉันไม่มีไทยธรรม ดิฉันเข้าไปยังซุ้ม

น้ำแล้ว ตั้งน้ำไว้ถวายในบุญเขตอันยอดเยี่ยม

เพราะกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น ดิฉันจึง

ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ วิมานที่บุญกรรมสร้าง

ให้แก่ดิฉันอยู่สวยงาม ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้นถูกนิรมิตรขึ้นก็เพราะการหาบน้ำ

ครั้งนั้น ดิฉันประเสริฐกว่าพวกนาง

อัปสรตั้งพัน ดิฉันครอบงำนางอัปสรเหล่านั้นทั้งหมดด้วยฐานะ ๑๐ ประการ

ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสัก-

รินทเทวราช ๕๐ พระองค์ ได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๐ พระองค์

ดิฉันท่องเที่ยวอยู่แต่ในสองภพ คือ

เทวดาและมนุษย์ ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำ.

หน้า ๕๒๓

บนยอดเขา ยอดไม้ ในอากาศ หรือ

พื้นดินก็ตาม ดิฉันต้องการน้ำเมื่อใด ดิฉันย่อมได้โดยเร็วพลันเมื่อนั้น

ทิศที่ไม่มีฝนอยู่ เพราะดิฉันเร่าร้อน

กระหายน้ำแล้ว มหาเมฆรู้ความดำริของดิฉันย่อมยังฝนให้ตก

ในบางครั้งเมื่อดิฉันถูกหมู่ญาตินำเอา

ออกไป มหาเมฆได้ยังฝนให้ฝนตกลง ในคราวที่ดิฉันปรารถนาฝน

ในสรีระของดิฉัน ไม่มีความเร่าร้อน

หรือความกระวนกระวายเลย และละออง ธุลีก็ไม่มีในกายของดิฉัน นี้เป็นผลแห่งการให้น้ำเป็นทาน

ทุกวันนี้ ดิฉันมีใจบริสุทธิ์ที่ ปราศจากใจที่ชั่วช้า มีอาสวะสิ้นไปหมดแล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีก

ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ ดิฉันได้ทำกรรม

ใด ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น ดิฉันไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการให้น้ำเป็นทาน

ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายหมดแล้ว . . .

คำสอนของพระพุทธเจ้า ดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.

หน้า ๕๒๔

ทราบว่า ท่านพระอุทกทายิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านั้น ด้วยประการฉะนี้แล.

จบอุทกทายิกาเถรีอปทาน

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. สุเมธาเถรีอปทาน ๒. เมขลทายิกาเถรีอปทาน ๓. มัณฑปทา-ยิกาเถรีปทาน ๔. สังกมนัตถาเถรีอปทาน ๕. นฬมาลิกาเถรีอปทาน๖. เอกปิณฑปาตทายิกาเถรีอปทาน ๗. กฏัจฉุภิกขาทายิกาเถรีอปทาน๘. สัตตอุปลทายิกาเถรีอปทาน ๙. ปัญจทีปิกาเถรีอปทาน ๑๐. อุทกทายิ-กาเถรีอปทาน

และในวรรคนี้ บัณฑิตคำนวณคาถาได้ ๑๓๐ คาถากึ่ง.

จบสุเมธารวรรคที่ ๑๐

หน้า ๕๒๕

เอกกุโปสถวรรค ที่ ๒

เอกุโปสถิกาเถรีอปทานที่ ๑ (๑๑)

ผลของการรักษาอุโบสถศีล

[๑๕๑] ในพระนครพันธุมดี มีพระ-

บรมกษัตริย์ทรงพระนามว่าพันธุมา ในวันเพ็ญท้าวเธอทรงรักษาอุโบสถ ศีล

สมัยนั้น ดิฉันเป็นนางกุมภทาสในพระ-

นครพันธุมดีนั้น เห็นเสนาพร้อมด้วยพระมหากษัตริย์ จึงคิดอย่างนี้ในครั้งนั้นว่า

แม้พระมหากษัตริย์ก็ยังทรงละราชกิจมา

รักษาอุโบสถศีล กรรมนั้นต้องมีผลแน่นอน หมู่มหาชนจึงพากันเบิกบานใจ

ดิฉันพิจารณาเห็นทุคติและความเป็นคน

ยากไร้โดยแยบคาย ทำให้จิตใจร่าเริงแล้ว รักษาอุโบสถศีล.

ดิฉันรักษาอุโบสถศีลในพระศาสนาของ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะกรรมที่ทำไว้ดีแล้ว

นั้น ดิฉันได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์.

วิมานที่บุญกรรมสร้างให้ดิฉันอย่างสวย

งามในดาวดึงส์นั้น สูงโยชน์หนึ่ง ประกอบด้วยเรือนยอด มีที่นั่งใหญ่โต ประดับแล้วอย่างดี

จบ ๑๐. อุทกทายิกาเถริยาปทาน