arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ภัททาลิวรรค

๖. เอกทีบียเถราปทาน เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในภัททาลิวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉฏฺฐํ เอกทีปิยตฺเถราปทานํ (๔๑๖)

เอกทีบียเถราปทานที่ ๖

ว่าด้วยผลแห่งการตามประทีปเป็นพุทธบูชา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภัททาลิวรรค เอกทีบียเถราปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

บาลี (สยามรัฐ)

ปรินิพฺพุตมฺหิ สุคเต สิทฺธตฺเถ โลกนายเก

สเทวมานุสา สพฺเพ ปูเชนฺติ ทิปทุตฺตมํ ฯ

อาโรปิเต จ จิตเก สิทฺธตฺเถ โลกนายเก

ยถาสเกน ถาเมน จิตํ ปูเชนฺติ สตฺถุโน ฯ

อวิทูเร จิตกสฺส ทีปํ อุชฺชาลยึ อหํ

ยาว อุเทติ สุริโย ทีปํ เม ตาว ปชฺชลิ ฯ

เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ

ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ เอกทีปนฺติ ญายติ

ทีปสตสหสฺสานิ พฺยเมฺห ปชฺชลเร มม ฯ

อุทยนฺโตว สุริโย เทโห เม ชลเต ๑ สทา

สปฺปภาหิ สรีรสฺส อาโลโก โหติ เม สทา ฯ

ติโรกุฑฺฑํ ติโรเสลํ สมติคฺคยฺห ปพฺพตํ

สมนฺตา โยชนสตํ ปสฺสามิ จกฺขุนา อหํ ฯ

สตฺตสตฺตติกฺขตฺตุํ จ เทวโลเก รมึ อหํ

เอกตึสติกฺขตฺตุํ จ เทวรชฺชํ อการยึ ฯ

อฏฺฐวีสติกฺขตฺตุํ จ จกฺกวตฺติ อโหสหํ

ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ

เทวโลกา จวิตฺวาน นิพฺพตฺติ มาตุกุจฺฉิยํ

มาตุกุจฺฉิคตสฺสาปิ อกฺขิ เม น ๒ วินสฺสติ ฯ

ชาติยา จตุวสฺโสหํ ปพฺพชึ อนคาริยํ

อฑฺฒมาเส อสมฺปตฺเต อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ

ทิพฺพจกฺขุํ วิโสเธสึ ภวา สพฺเพ สมูหตา

สพฺเพ กิเลสา สญฺฉินฺนา เอกทีปสฺสิทํ ผลํ ฯ

ติโรกุฑฺฑํ ติโรเสลํ ปพฺพตญฺจาปิ เกวลํ

สมติกฺกมฺม ปสฺสามิ เอกทีปสฺสิทํ ผลํ ฯ

วิสมา เม สมา โหนฺติ อนฺธกาโร น วิชฺชติ

นาหํ ปสฺสามิ ติมิรํ เอกทีปสฺสิทํ ผลํ ฯ

จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทีปมททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ เอกทีปสฺสิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกทีปิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

เอกทีปิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. โชตเต ฯ ยุ. ราชเต ฯ ๒ ม. ยุ. น นิมีลติ ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อพระสุคตเจ้าผู้นำโลกพระนามว่าสิทธัตถะ ปรินิพพานแล้วชนทั้งปวงทั้งเทวดาและมนุษย์ ต่างก็บูชาพระองค์ผู้สูงสุดกว่าสัตว์และเมื่อเขาช่วยกันยกพระผู้นำโลกพระนามว่าสิทธัตถะ ขึ้นบนเชิงตะกอน ชนทั้งหลายพากันบูชาเชิงตะกอนของพระศาสดาตามกำลังของตน เราได้ตามประทีปไว้ไม่ไกลเชิงตะกอน ประทีปของเราลุกโพลงจนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และเพราะความตั้งใจชอบ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่ดาวดึงสพิภพเขาย่อมทราบกันว่า วิมานอันบุญกรรมได้ทำไว้เป็นอย่างดี เพื่อเราในดาวดึงสพิภพนั้น ชื่อว่าเอกทีป ประทีปแสนดวงส่องสว่างอยู่ในวิมานของเรา ร่างกายของเรารุ่งเรืองอยู่ทุกเมื่อเหมือนพระอาทิตย์ที่กำลังอุทัยฉะนั้น

สรีระของเรามีแสงสว่างด้วยรัศมีในกาลทุกเมื่อเรามองเห็นได้ตลอดด้วยจักษุ ทะลุฝา กำแพง ภูเขา โดยรอบร้อยโยชน์ รื่นรมย์ อยู่ในเทวโลก ๗๗ ครั้ง เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๓๑ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๒๘ ครั้ง เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ เราจุติจากเทวโลกแล้ว เกิดในครรภ์ของมารดา นัยน์ตาของเราผู้แม้จะอยู่ในครรภ์ของมารดาก็ไม่วินาศ เรามีอายุ ๔ ขวบแต่กำเนิดก็ได้ออกบวชเป็นบรรพชิต ได้บรรลุอรหัตแต่ยังไม่ถึงกึ่งเดือน เราชำระทิพยจักษุให้บริสุทธิ์แล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว ตัดกิเลสทั้งปวงขาดแล้ว นี้เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว นอกฝา นอกกำแพง และถึงภูเขาทั้งสิ้น เราก็เห็นทะลุไปได้ นี้ก็เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียวสำหรับเรา ภูมิภาคที่ขรุขระ ย่อมเป็นภาพที่ราบเรียบ ความมืดย่อมไม่ปรากฏมี เราไม่เห็นความมืด นี้ก็เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียวในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายประทีปใด ด้วยการถวายประทีปนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ก็เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระเอกทีปิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้.

จบ เอกทีปิยเถราปทาน.

จบ ๖. เอกทีบียเถราปทาน