arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ภัททาลิวรรค

๑๐. มัญจทายกเถราปทาน เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในภัททาลิวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภัททาลิวรรค มัญจทายกเถราปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๓ หน้า ๒๕–๒๗

หน้า ๒๕

๑๐. มัญจทายกเถราปทาน

บุพประวัติของพระมัญจทายกเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการทำเตียงถวายสงฆ์

(ท่านพระมัญจทายกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๑๐} [๑๘๔] เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นนายกของโลกพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ประกอบด้วยพระกรุณาปรินิพพานแล้ว เมื่อปาพจน์ มีความแพร่หลาย เทวดาและมนุษย์พากันสักการะแล้ว[๑๘๕] ในครั้งนั้น เราเป็นคนจัณฑาลทำเก้าอี้ยาวและตั่งเลี้ยงชีพ ด้วยการงานนั้น และเลี้ยงดูลูก ๆ ก็ด้วยการงานนั้น

[๑๘๖] เราเลื่อมใสแล้วทำเก้าอี้ยาวอย่างดีด้วยมือทั้งสองของตน แล้วได้เข้าไปถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ด้วยตนเอง[๑๘๗] ด้วยกรรมที่ทำไว้ดีแล้วนั้นและด้วยการตั้งเจตจำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้วได้เข้าถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์[๑๘๘] เราไปสู่เทวโลกบันเทิงอยู่ในหมู่ชาวไตรทศ ที่นอนมีค่ามาก เกิดขึ้นตามความปรารถนาที่ตั้งไว้[๑๘๙] เราได้เป็นจอมเทพเสวยรัชสมบัติในเทวโลก ๕๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๘๐ ครั้ง[๑๙๐] และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณานับมิได้ เราเป็นผู้ถึงความสุข มียศ นี้เป็นผลแห่งการถวายเตียงนอน

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปาพจน์ คำเป็นประธาน หมายถึงพระพุทธพจน์ซึ่งได้แก่พระธรรมวินัย (นัย ขุ.อป.อ. ๑/๓๖๕)
หน้า ๒๖

[๑๙๑] ถ้าเราจุติจากเทวโลกมาสู่ภพมนุษย์ ที่นอนสวย ๆ มีค่ามาก ย่อมเกิดแก่เราเอง[๑๙๒] นี้เป็นการเกิดครั้งสุดท้ายของเรา ภพสุดท้ายกำลังเป็นไป แม้ทุกวันนี้ที่นอนก็ปรากฏในเวลาจะนอน[๑๙๓] ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใดไว้ ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายเตียงนอน[๑๙๔-๑๙๖] เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระมัญจทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ มัญจทายกเถราปทานที่ ๑๐

รวมอุปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ภัททาลิเถราปทาน ๒. เอกฉัตติยเถราปทาน

๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน ๔. มธุมังสทายกเถราปทาน

๕. นาคปัลลวกเถราปทาน ๖. เอกทีปิยเถราปทาน

๗. อุจฉังคปุปผิยเถราปทาน ๘. ยาคุทายกเถราปทาน

๙. ปัตโถทนทายกเถราปทาน ๑๐. มัญจทายกเถราปทาน

บัณฑิตคำนวณคาถาแผนกหนึ่งได้ ๒๐๑ คาถา

จบ ภัททาลิกวรรคที่ ๔๒

หน้า ๒๗

๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค

๑. สกิงสัมมัชชกเถราปทาน

บุพประวัติของพระสกิงสัมมัชชกเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการกวาดลานพระศรีมหาโพธิ

(ท่านพระสกิงสัมมัชชกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๑๑} [๑] เราได้เห็นต้นแคฝอยซึ่งเป็นต้นโพธิอันสูงส่งของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสีแล้วได้ทำใจให้เลื่อมใสในต้นโพธินั้น[๒] เราหยิบไม้กวาดมากวาด(ลานโพธิพฤกษ์)อันเป็นที่ตั้งแห่งต้นโพธิในกาลนั้น ครั้นแล้วได้ไหว้ไม้แคฝอยซึ่งเป็นต้นโพธินั้น[๓] เราทำจิตให้เลื่อมใสในต้นโพธินั้น ประนมมือเหนือศีรษะ นมัสการต้นโพธินั้นแล้วกลับไปยังกระท่อม[๔] เราเดินนึกถึงต้นโพธิอันสูงส่งไปตามทางสัญจร งูเหลือม ซึ่งดูดุร้ายมีกำลังมากมารัดเราไว้

[๕] กรรมที่เราทำในเวลาใกล้จะตายได้ทำให้เรายินดีผล งูเหลือมกลืนกินร่างของเราไป เรารื่นรมย์อยู่ในเทวโลก[๖] จิตของเราไม่ขุ่นมัว บริสุทธิ์ขาวสะอาดในกาลทุกเมื่อ ลูกศรคือความโศกที่เป็นเหตุทำจิตของเราให้เร่าร้อน เราไม่รู้จักมันเลย

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ณ ต้นไม้ใด ต้นไม้นั้นได้นามว่า ต้นโพธิ ต้นโพธิ์ ต้นพระศรีมหาโพธิ หรือ โพธิพฤกษ์ ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ (วิ.อ. ๓/๓)

จบ ๑๐. มัญจทายกเถราปทาน