พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ภัททาลิวรรค
๔. มธุมังสทายกเถราปทาน เล่ม ๓๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในภัททาลิวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภัททาลิวรรค มธุมังสทายกเถราปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๓ หน้า ๑๕–๑๗
[๑๐๓] เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกขาดดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่[๑๐๔] การที่เราได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้าของเรานี้เป็นการมา ดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราก็ได้ทำเสร็จแล้ว[๑๐๕] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระติณสูลกฉาทนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ ติณสูลกฉาทนิยเถราปทานที่ ๓
๔. มธุมังสทายกเถราปทาน
บุพประวัติของพระมธุมังสทายกเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการถวายเนื้อสุกรแช่น้ำผึ้ง
(ท่านพระมธุมังสทายกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๔} [๑๐๖] เราเป็นคนฆ่าสุกรอยู่ในนครพันธุมดี ได้เลือกเนื้ออย่างดีมาใส่ ลงในนํ้าผึ้ง
[๑๐๗] เราได้ไปสู่ที่ประชุมสงฆ์ รับบาตรมาใบหนึ่งหยิบเนื้อใส่บาตร นั้นจนเต็มแล้วได้ถวายแด่ภิกษุสงฆ์
[๑๐๘] ในกาลนั้น เราได้ถวายแด่รูปที่เป็นพระสังฆเถระด้วยคิดว่า “เพราะเอาเนื้อใส่บาตรจนเต็มนี้ เราจักได้สุขอันไพบูลย์[๑๐๙] เราเสวยสมบัติ ๒ อย่าง อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว เมื่อภพสุด ท้ายเป็นไปอยู่ จักเผากิเลสได้”
[๑๑๐] เราทำจิตให้เลื่อมใสในทานนั้นแล้ว ได้เข้าถึงภพดาวดึงส์ เรากิน ดื่ม ได้สุขอันไพบูลย์อยู่ในภพนั้น
[๑๑๑] ที่มณฑปหรือโคนไม้ เรานึกถึงบุพกรรมเสมอ ห่าฝนคือข้าว และนํ้าย่อมตกลงมาเพื่อเราในครั้งนั้น
[๑๑๒] ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา ภพสุดท้ายเป็นไปอยู่ ในภพนี้ ข้าวและนํ้าก็ตกลงมาเพื่อเราตลอดกาลทุกเมื่อ[๑๑๓] เพราะการถวายเนื้อแช่น้ำผึ้งนั้นแหละ เราเวียนว่ายตายเกิด อยู่ในภพ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่[๑๑๔] ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายทานใดไว้ในกาลนั้น ด้วยการถวายทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวาย เนื้อแช่นํ้าผึ้ง
[๑๑๕-๑๑๗] เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แล
นัยว่า ท่านพระมธุมังสทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ มธุมังสทายกเถราปทานที่ ๔
๕. นาคปัลลวกเถราปทาน
บุพประวัติของพระนาคปัลลวกเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการถวายกิ่งต้นกากะทิงบูชา
(ท่านพระนาคปัลลวกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๕} [๑๑๘] เราอาศัยอยู่ในพระราชอุทยานในนครพันธุมดี พระพุทธเจ้าผู้นายกของโลกได้ประทับอยู่ใกล้อาศรมของเรา[๑๑๙] เราถือเอากิ่งต้นกากะทิงไปปักไว้ข้างหน้าพระพุทธเจ้า เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัสได้ถวายบังคมพระสุคตเจ้า[๑๒๐] ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ใช้กิ่งไม้บูชาพระพุทธเจ้า ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา[๑๒๑-๑๒๓] เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระนาคปัลลวกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ นาคปัลลวกเถราปทานที่ ๕
จบ ๔. มธุมังสทายกเถราปทาน