arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · ขัตติยกัญญาวรรค

๕. สุกกาเถริยาปทาน เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในขัตติยกัญญาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๕. สุกกาเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระสุกกาเถรี

(พระสุกกาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ขัตติยกัญญาวรรค สุกกาเถริยาปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๓ หน้า ๕๓๔–๕๓๘

เรื่องนี้ไม่มีบาลีฉบับมหาจุฬาฯ ในข้อมูล e-tipitaka

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป

พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำพระนามว่าวิปัสสี

มีพระวรกายงดงาม ทรงเห็นแจ้งธรรมทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลหนึ่งในกรุงพันธุมดี

ได้ฟังธรรมของพระมุนีแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เป็นพหูสูต ทรงธรรม มีปฏิภาณ

กล่าวธรรมีกถาอย่างไพเราะ

ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระชินเจ้า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น หม่อมฉันกล่าวธรรมเพื่อประโยชน์แก่หมู่ชนทุกสมัย

หม่อมฉันจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว

ได้ไปเกิดเป็นเทพธิดาผู้มียศในสวรรค์ชั้นดุสิต

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป

พระชินเจ้าพระนามว่าสิขี มีพระรัศมีเปรียบด้วยเปลวเพลิง

ส่องโลกให้รุ่งเรืองด้วยยศ

ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้ในครั้งนั้น หม่อมฉันบวชแล้ว เป็นผู้ฉลาดในพุทธศาสนา

ทำพระพุทธพจน์ให้กระจ่างแล้วไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป

พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำพระนามว่าเวสสภู

มีพระปรีชาญาณมาก เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

แม้ในครั้งนั้น หม่อมฉันก็เป็นเหมือนอย่างในภพก่อน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ออกบวชแล้วเป็นผู้ทรงธรรม

ช่วยประกาศคำสั่งสอนของพระชินเจ้าให้รุ่งเรืองแล้ว

ไปเกิดในเมืองแห่งเทพที่น่ายินดี ได้เสวยความสุขมาก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในภัทรกัปนี้ พระชินเจ้าผู้สูงสุดพระนามว่ากกุสันธะ

ทรงเป็นผู้สูงสุดแห่งนระ เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

แม้ในครั้งนั้น หม่อมฉันก็เป็นเหมือนอย่างในภพก่อน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ออกบวชแล้ว ช่วยประกาศคำสั่งสอน

ของพระชินเจ้าให้รุ่งเรืองอยู่จนตลอดชีวิต

จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เหมือนไปสู่ที่อยู่ของตน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปนี้เอง พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำ

พระนามว่าโกนาคมนะ ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย

เป็นผู้สูงสุดแห่งสรรพสัตว์ เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้ครั้งนั้น หม่อมฉันก็ออกบวชในศาสนาของพระองค์

ผู้คงที่ เป็นพหูสูต ทรงธรรม

ช่วยประกาศคำสั่งสอนของพระชินเจ้าให้รุ่งเรือง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในกัปนี้เอง พระมุนีพระนามว่ากัสสปะ

เป็นศาสดาผู้ประเสริฐ เป็นที่พึ่งของสัตว์โลก

ไม่มีข้าศึกคือกิเลส ถึงที่สุดแห่งมรณธรรม เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันบวชในศาสนาของพระพุทธเจ้า

ทรงเป็นนระ ผู้เป็นปราชญ์พระองค์นั้น

ศึกษาพระสัทธรรมอย่างคล่องแคล่ว

มีความแกล้วกล้าในปริปุจฉา

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ปริปุจฉา หมายถึงการถาม การไต่สวน
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันมีศีลงาม มีความละอาย

ฉลาดในไตรสิกขา กล่าวธรรมเป็นอันมากจนตลอดชีวิต

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้นและด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย

หม่อมฉันเกิดในตระกูลเศรษฐีที่เจริญมั่งคั่ง

สั่งสมรัตนะมากมาย ในกรุงราชคฤห์ที่ประเสริฐสุด

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อพระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำ

มีภิกษุ ๑,๐๐๐ รูปห้อมล้อม

ท้าวสหัสสนัยน์สรรเสริญแล้ว เสด็จเข้าไปยังกรุงราชคฤห์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระผู้มีพระภาคทรงฝึกอินทรีย์แล้ว

พ้นขาดจากสรรพกิเลส มีวรรณะเปล่งปลั่งดั่งแท่งทอง

เสด็จเข้าไปยังกรุงราชคฤห์ พร้อมทั้งพระขีณาสพ

ผู้เป็นปุราณชฎิล ผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว

พ้นเด็ดขาดจากสรรพกิเลส

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันได้เห็นพุทธานุภาพ

และได้ฟังธรรมซึ่งเป็นที่สั่งสมคุณแล้ว

ทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า

บูชาพระองค์ผู้มีพลธรรมมาก

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑พลธรรม หมายถึงธรรมอันเป็นกำลัง มี ๕ อย่าง (๑) สัทธา(ความเชื่อ) (๒) วิริยะ(ความเพียร) (๓) สติ(ความระลึกได้) (๔) สมาธิ(ความตั้งจิตมั่น) (๕) ปัญญา(ความรู้แจ้ง) (ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๓๑/๓๓๕)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ต่อมา หม่อมฉันได้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต

ในสำนักของพระธรรมทินนาเถรี

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

หม่อมฉันเผากิเลสทั้งหลายได้ในขณะที่กำลังปลงผม

บวชแล้วไม่นาน ก็ศึกษาศาสนธรรมได้อย่างทั่วถึง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ต่อจากนั้น ได้แสดงธรรมในสมาคมแห่งมหาชน

เมื่อหม่อมฉันกำลังแสดงธรรมอยู่

การบรรลุธรรมก็ได้มี

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มียักษ์ตนหนึ่ง ได้ทราบการตรัสรู้ธรรมนั้น

ของสัตว์หลายพันแล้ว เกิดอัศจรรย์ใจ

เลื่อมใสต่อหม่อมฉันได้ไปยังกรุงราชคฤห์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มนุษย์ทั้งหลายในกรุงราชคฤห์ที่ไม่ได้เข้าไปนั่งใกล้

พระเถรีชื่อว่าสุกกา ผู้แสดงอมตบทอยู่

หม่อมฉันจะให้ดื่มอมตบทเหมือนดื่มน้ำผึ้งได้อย่างไร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ก็แลพวกเขาผู้มีปัญญา คงจะดื่มอมตบทนั้น

อันมีสภาพไม่ถอยกลับ ให้เกิดความชื่นใจมีโอชาได้

เหมือนคนเดินทางไกลแสวงหาน้ำดื่ม

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุ และในเจโตปริยญาณ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว

อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ข้าแต่พระมหาวีระ อัตถปฏิสัมภิทาญาณ

ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ

และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ ของหม่อมฉันที่มีอยู่

ล้วนเกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า พระสุกกาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้

สุกกาเถริยาปทานที่ ๕ จบ

ภาณวารที่ ๕ จบบริบูรณ์

จบ ๕. สุกกาเถริยาปทาน