arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · กณิการวรรค

๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในกณิการวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กณิการวรรค ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๗๒ หน้า ๑๖๗–๑๗๒

หน้า ๑๖๗

กณิการวรรคที่ ๕๑

ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทานที่ ๑ (๕๐๑)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกกรรณิการ์

[๙๑] พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธะมีพระมหาปุริสลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการพระองค์ทรงประสงค์ความสงัด จงเสด็จไปป่าหิมพานต์

พระมุนีผู้มีเลิศ ประกอบด้วยพระกรุณา

เป็นอุดมบุรุษ เสด็จถึงป่าหิมพานต์แล้ว ประทับนั่งขัดสมาธิ

ครั้งนั้น เราเป็นวิทยาธรสัญจรไปใน

อากาศ เราถือตรีศูลซึ่งกระทำไว้ดีแล้วเหาะไปในอัมพร

พระพุทธเจ้าส่องสว่างอยู่ในป่า เหมือน

ไฟบนยอดภูเขา เหมือนพระจันทร์ในวันเพ็ญและเหมือนต้นพระยารังที่มีดอกบานฉะนั้น

เราออกจากป่าเหาะไปตามพระรัศมีพระ-พุทธเจ้าเห็นคล้ายกับสีของไฟที่ไหม้อ้อ ยังจิตให้เลื่อมใส

หน้า ๑๖๘

เราเลือกเก็บดอกไม้อยู่ ได้เห็นดอก-

กรรณิการ์ที่มีกลิ่นหอมจึงเก็บเอา ๓ ดอก บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด

ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า ครั้งนั้น

ดอกไม้ของเราทั้ง ๓ ดอกเอาขั้วขึ้นเอากลีบลงทำเป็นเงา (บัง) แด่พระศาสดา

ด้วยกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วย

การตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไป

สวรรค์ชั้นดาวดึงส์

วิมานของเราสูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐

โยชน์ อันบุญกรรมทำให้อย่างสวยงามในดาวดึงส์นั้น ปรากฏชื่อว่า กรรณิการ์ แล่งธนูตั้งพัน ลูกคลีหนัง ๗ ลูก คนถือธงสำเร็จด้วยสีเขียวใบไม้หิ้งแขวนตั้งแสน ปรากฏในปราสาทของเรา

บัลลังก์สำเร็จด้วยทองก็มี สำเร็จด้วย

แก้วมณีก็มี สำเร็จด้วยแก้วทับทิมก็มี สำเร็จด้วยแก้วผลึกก็มี ตามแต่จะต้องการปรารถนา

ที่นอนมีค่ามากยัดด้วยนุ่น มีผ้าลาดลาย

รูปสัตว์ต่างๆ มีราชสีห์เป็นต้น ผ้าลาดมีชายเดียวมีหมอนพร้อม ปรากฏว่ามีอยู่ในปราสาทของเรา

ในเวลาที่เราปรารถนาจะออกจากภพเที่ยวจาริกไปในเทวโลก ย่อมเป็นผู้อันหมู่เทวดาแวด-ล้อมไป

หน้า ๑๖๙

เราสถิตอยู่ภายใต้ดอกไม้ เบื้องบนเรามีดอกไม้เป็นเครื่องกำบัง สถานที่โดยรอบร้อยโยชน์ ถูกคลุมด้วยดอกกรรณิการ์

นักดนตรี ๖ หมื่นบำรุงเราทั้งเช้าและเย็นไม่เกียจคร้าน แวดล้อมเราเป็นนิตย์ ตลอดคืนตลอดวัน

เรารื่นรมย์ด้วยการฟ้อน การขับและ

ด้วยกังสดาล เครื่องประโคม เป็นผู้มักมากด้วยกาม บันเทิงอยู่ด้วยความยินดีในการเล่น

ครั้งนั้น เราบริโภคและดื่มในวิมานนั้น

บันเทิงอยู่ในไตรทศ เราพร้อมด้วยหมู่นางเทพอัปสร บันเทิงอยู่ในวิมานอันสูงสุด

เราได้เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๕๐๐

ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๐๐ ครั้ง

และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณานับมิได้ เมื่อเรายังท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมได้โภคทรัพย์มากมาย ความบกพร่องในโภคทรัพย์ ไม่มีแก่เราเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

เราท่องเที่ยวอยู่ในสองภพคือ ในความ

เป็นเทวดาและในความเป็นมนุษย์ คติอื่นไม่รู้จักนี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

หน้า ๑๗๐

เราเกิดในสองสกุล คือ ในสกุลกษัตริย์หรือสกุลพราหมณ์ ย่อมไม่เกิดในสกุลอันต่ำทรามนี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

ยานช้าง ยานม้า และวอคานหาม นี้เรา

ได้ทุกสิ่งทุกอย่างทีเดียว นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

หมู่ทาส หมู่ทาส และนารีที่ประดับ

ประดาแล้ว เราได้ทุกอย่างทีเดียว นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

ผ้าแพร ผ้าขนสัตว์ ผ้าเปลือกไม้ ผ้า

ฝ้าย เราได้ทุกชนิด นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

ผ้าใหม่ ผลไม้ใหม่ โภชนะมีรสอันเลิศ

ใหม่ ๆ เราได้ทุกชนิด นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

คำว่า เชิญเคี้ยวสิ่งนี้ เชิญบริโภคสิ่งนี้

เชิญนอนบนที่นอนนี้ เราได้ทั้งนั้น นี้เป็นผลแห่ง

เราเป็นผู้อันเขาบูชาในที่ทุกสถาน เรา

มียศใหญ่ยิ่ง มีศักดิ์ใหญ่ มีบริษัทไม่แตกแยกทุกเมื่อ เราเป็นผู้อุดมกว่าหมู่ญาติ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

เราไม่รู้จักหนาว ไม่รู้จักร้อน ไม่มีความกระวนกระวาย อนึ่ง ทุกข์ทางจิตย่อมไม่มีในหทัยของเราเลย

หน้า ๑๗๑

เราเป็นผู้มีผิวพรรณดังทองคำ เที่ยวไป

ในภพน้อยภพใหญ่ ความเป็นผู้มีวรรณะผิดแผกไป เราไม่รู้จักเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

เราอันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จึงจุติจาก

เทวโลก มาเกิดในสกุลพราหมณ์มหาศาลอันมั่งคั่ง ในพระนครสาวัตถี

ละกามคุณ ๕ ออกบวชเป็นบรรพชิต

เรามีอายุได้ ๗ ขวบแต่กำเนิ ได้บรรลุอรหัต

พระพุทธเจ้าผู้มีพระปัญญาจักษุ ทรง

ทราบถึงคุณของ เรา จึงรับสั่งให้เราอุปสมบทเรายังหนุ่ม ก็ควรบูชา นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

ทิพยจักษุของเราบริสุทธิ์ เราฉลาดใน

สมาธิ ถึงความบริบูรณ์แห่งอภิญญา นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

เราบรรลุปฏิสัมภิทา ฉลาดหลักแหลม

ในอิทธิบาท ถึงความบริบูรณ์ในพระสัทธรรม นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

ในกัปที่ ๓ หมื่น เราได้บูชาพระพุทธเจ้าใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา

เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . .คำสอน

ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

หน้า ๑๗๒

ทราบว่า ท่านพระตีณิกณิการปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน

เอกปัตตทายกเถราปทานที่ ๒ (๕๐๒)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายบาตร

[๙๒] ข้าพระองค์เป็นช่างหม้ออยู่ใน

พระนครหังสวดี ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสธุลี มีโอฆะอันข้ามได้แล้ว ไม่มีอาสวะ

ข้าพระองค์ได้ถวายบาตรดินที่ทำดีแล้ว

แด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ครั้นถวายบาตรแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรงผู้คงที่แล้ว

เมื่อข้าพระองค์เกิดในภพ ย่อมได้ภาชนะทองและจานที่ทำด้วยเงิน ทำด้วยทอง และทำด้วยแก้วมณี

ข้าพระองค์บริโภคในถาด นี้เป็นผลแห่ง

บุญกรรม ข้าพระองค์เป็นผู้เลิศกว่าชนทั้งหลายโดยยศ

พืชแม้ถึงน้อย แต่หว่านลงในนาดี เมื่อฝนยังท่อธารให้ตกลงทั่วโดยชอบ ผลย่อมยังชาวนาให้ยินดีได้ ฉันใด

จบ ๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน