arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · โสภิตวรรค

๔. ปุปผฉทนิยเถราปทาน (๑๓๔) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในโสภิตวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน โสภิตวรรค ปุปผฉทนิยเถราปทาน (๑๓๔) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๒๘๘–๒๙๐

หน้า ๒๘๘

[๒๔] ในกัปที่ ๑,๔๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ พระองค์ มีพระนามว่าโรหิณี มีกำลังมาก

[๒๕] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระจันทนปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ จันทนปูชกเถราปทานที่ ๓

จบ ภาณวารที่ ๘

๔. ปุปผฉทนิยเถราปทาน

บุพประวัติของพระปุปผฉทนิยเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกไม้เป็นหลังคา

(ท่านพระปุปผฉทนิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๑๓๖} [๒๖] เราเป็นพราหมณ์มีนามว่าสุนันทะผู้รู้จบมนต์ เป็นปราชณ์ผู้รู้ เป็นผู้ ควรแก่การขอ ได้บูชายัญชื่อว่าวาชเปยยะ (กล่าวคำอ่อนหวาน)[๒๗] ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระผู้รู้แจ้งโลก ผู้เลิศ ประกอบด้วยพระกรุณา เป็นผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงเอ็นดูหมู่ชน เสด็จจงกรมอยู่ในอากาศ

หน้า ๒๘๙

[๒๘] พระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้าผู้นายกของโลก ครั้นเสด็จจงกรมแล้ว ทรงแผ่เมตตาไปในบรรดาสัตว์หาประมาณมิได้ ไม่มีอุปธิ[๒๙] พราหมณ์ผู้รู้จบมนต์เด็ดดอกไม้ที่ขั้วแล้ว ประชุมศิษย์ทั้งหมด ให้ศิษย์ช่วยกันโยนดอกไม้ขึ้นไปในอากาศ[๓๐] ในกาลนั้น หลังคาดอกไม้ได้มีตลอดทั่วพระนคร ไม่หายไป ตลอด ๗ วันด้วยพุทธานุภาพ

[๓๑] ด้วยกุศลมูลนั้นนั่นเอง พราหมณ์ผู้รู้จบมนต์ได้เสวยสมบัติ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ข้ามกระแสตัณหาในโลกได้แล้ว[๓๒] ในกัปที่ ๑,๑๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๕ พระองค์ มีพระนามเหมือนกันว่าอัมพรังสะ มีกำลังมาก[๓๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระปุปผฉทนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ ปุปผฉทนิยเถราปทานที่ ๔

หน้า ๒๙๐

๕. รโหสัญญิกเถราปทาน

บุพประวัติของพระรโหสัญญิกเถระ

ว่าด้วยผลแห่งสัญญาในการเลื่อมใส

(ท่านพระรโหสัญญิกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๑๓๗} [๓๔] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีภูเขาชื่อว่าวสภะ เราได้สร้าง อาศรมไว้ที่เชิงภูเขานั้น[๓๕] ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์บอกมนต์กะศิษย์ ๓,๐๐๐ คน เรา ประกาศให้ศิษย์เหล่านั้นทราบแล้วจึงเข้าไปอยู่ ณ ที่ส่วนหนึ่ง[๓๖] เราเป็นพราหมณ์ผู้รู้จบมนต์ นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้ว แสวงหาพุทธเวส (พุทธเวท) ทำจิตให้เลื่อมใสในพระญาณ[๓๗] เราครั้นทำจิตให้เลื่อมใสในพระญาณนั้นแล้วนั่งขัดสมาธิอยู่บน เครื่องลาดหญ้า กระทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น[๓๘] ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระญาณ[๓๙] ในกัปที่ ๒๗ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนามว่าสิรีธระ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก[๔๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แล

จบ ๔. ปุปผฉทนิยเถราปทาน (๑๓๔)