arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · อารักขทายกวรรค

๗. สัททสัญญกเถราปทาน (๓๑๗) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๑๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในอารักขทายกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อารักขทายกวรรค สัททสัญญกเถราปทาน (๓๑๗) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๔๘๙–๔๙๐

หน้า ๔๘๙

[๓๑] ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้สรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่าชน ด้วยการสรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ[๓๒] ในกัปที่ ๒๗ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ มีพระนามเหมือนกันว่าอดุลยะ สมบรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก[๓๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระอาสนถวิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ อาสนถวิกเถราปทานที่ ๖

๗. สัททสัญญกเถราปทาน

บุพประวัติของพระสัททสัญญกเถระ

ว่าด้วยผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า

(ท่านพระสัททสัญญกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๓๑๙} [๓๔] พระมหาวีรเจ้าผู้มีความสวยงามน่าดู มีหมู่พระสาวกแวดล้อม ประทับทรงแสดงอมตบทอยู่ ณ วิหารอันสูงสุด[๓๕] ทรงสงเคราะห์มหาชนด้วยพระวาจาอันไพเราะได้มีพระสุรเสียง แผ่ไปในเทวดาและมนุษย์

หน้า ๔๙๐

[๓๖] เราได้ฟังเสียงนฤโฆษแล้วทำจิตให้เลื่อมใสในพระสุรเสียงของ พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ได้ถวายบังคมพระองค์ผู้เป็นนายกของโลก[๓๗] ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า[๓๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระสัททสัญญกเถระโด้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ สัททสัญญกเถราปทานที่ ๗

๘. ติรังสิยเถราปทาน

บุพประวัติของพระติรังสิยเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ

(ท่านพระติรังสิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๓๒๐} [๓๙] ปีติเกิดขึ้นแก่เราเพราะได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้องอาจดังพญาราชสีห์ ประทับนั่งอยู่ ณ ระหว่างภูเขา ทำให้ ทิศสว่างไสวดังกองไฟที่ภูเขา[๔๐] และเพราะได้เห็นแสงสว่างของดวงอาทิตย์ แสงสว่างของดวงจันทร์ และแสงสว่างของพระพุทธเจ้า

จบ ๗. สัททสัญญกเถราปทาน (๓๑๗)