arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน · สกิงสัมมัชชกวรรค

๘. สุจินติตเถราปทาน เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในสกิงสัมมัชชกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อฏฺฐมํ สุจินฺติตตฺเถราปทานํ (๔๒๘)

สุจินติตเถราปทานที่ ๘

ว่าด้วยผลแห่งการถวายข้าวใหม่

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สกิงสัมมัชชกวรรค สุจินติตเถราปทาน (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๒ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

บาลี (สยามรัฐ)

นคเร หํสวติยา อโหสึ กสโก ตทา

กสิกมฺเมน ชีวามิ เตน โปเสมิ ทารเก ฯ

สุสมฺปนฺนํ ตทา เขตฺตํ ธญฺญํ เม ผลินํ อหุ

ปากกาเลว สมฺปตฺเต เอวํ จินฺเตสหํ ตทา ฯ

น ๑ เมจฺฉนฺนํ น ปฏิรูปํ ชานนฺตสฺส คุณาคุณํ

โยหํ สงฺเฆ อทตฺวาน อคฺคํ ภุญฺเชยฺยมตฺตนา ๒ ฯ

สมฺพุทฺโธ อสโม โลเก ทฺวตฺตึสวรลกฺขโณ

ตโต จ ภาวิโต สงฺโฆ ปุญฺญกฺเขตฺตํ ๓ อนุตฺตรํ ฯ

ตตฺถ ทสฺสามิหํ ทานํ นวสสฺสํ ปุเร ปุเร

เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน หฏฺโฐ ปีติกมานโส ๔ ฯ

เขตฺตโต ธญฺญมาหริตฺวา สมฺพุทฺธํ อุปสงฺกมึ

อุปสงฺกมฺม สมฺพุทฺธํ โลกเชฏฺฐํ นราสภํ ฯ

วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท อิทํ วจนมพฺรวึ

นวสสฺสญฺจ สมฺปนฺนํ อิธ โหสิ จ ตฺวํ ๕ มุเน ฯ

อนุกมฺปํ อุปาทาย อธิวาเสหิ จกฺขุม

ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ฯ

มม สงฺกปฺปมญฺญาย อิทํ วจนมพฺรวิ

จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา จตฺตาโร จ ผเล ฐิตา ฯ

เอส สงฺโฆ อุชุภูโต ปญฺญาสีลสมาหิโต

ยชนฺตานํ มนุสฺสานํ ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ ฯ

กโรตํ อุปจิกํ ๑ ปุญฺญํ สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ

ตสฺมึ สงฺเฆ จ ทาตพฺพํ ตว สสฺสํ ตเถตรํ ฯ

สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวาน ภิกฺขู เนตฺวา สกํ ฆรํ

ปฏิยตฺตํ ฆเร สนฺตํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส เทหิ ตฺวํ ฯ

สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวาน ภิกฺขู เนตฺวานหํ ฆรํ

ยํ ฆเร ปฏิยตฺตํ เม ภิกฺขุสงฺฆสฺสทาสหํ

เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ

ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ โสวณฺณํ สุปภสฺสรํ

สฏฺฐิโยชนมุพฺเพธํ ตึสโยชนวิตฺถตํ ฯ

เอกูนวีสติมํ ภาณวารํ ฯ

อากิณฺณํ ภวนํ มยฺหํ นารีคณสมากุลํ

ตตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ วสามิ ติทเส อหํ ฯ

สตานํ ตึสกฺขตฺตุํ ๑ จ เทวรชฺชมการยึ

สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ เทวรชฺชมการยึ ฯ

สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ

ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ

ภวาภเว สํสรนฺโต ลภามิ อมิตํ ธนํ

โภเค เม อูนตา นตฺถิ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ

หตฺถิยานํ อสฺสยานํ สิวิกํ สนฺทมานิกํ

ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ

นววตฺถํ นวผลํ นวคฺครสโภชนํ

ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ

โกเสยฺยํ กมฺพลิยานิ โขมกปฺปาสิกานิ จ

ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ

ทาสีคณํ ทาสคณํ นาริโย สมลงฺกตา

ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ

น มํ สีตํ ว อุณฺหํ วา ปริฬาโห น วิชฺชติ

อโถ เจตสิกํ ทุกฺขํ หทเย เม น วิชฺชติ ฯ

อิมํ ขาท อิมํ ภุญฺช อิมมฺหิ สยเน สย

ลภามิ สพฺพเมเวตํ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ

อยํ ปจฺฉิมโก ทานิ จริโม วตฺตเต ภโว

อชฺชาปิ เทยฺยธมฺโม ๒ เม มมํ ๓ โตเสติ สพฺพทา ฯ

นวสสฺสํ ททิตฺวาน สงฺเฆ คณวรุตฺตเม

อฏฺฐานิสํเส อนุโภมิ กมฺมานุจฺฉวิเก มม ฯ

วณฺณวา ยสวา โหมิ มหาโภโค อนีติโก

มหาภกฺโข ๑ สทา โหมิ อเภชฺชปริโส สทา ฯ

สพฺเพ มํ อปจายนฺติ เยเกจิ ปฐวิสฺสิตา

เทยฺยธมฺโม จ โยโกจิ ปุเร ปุเร ลภามิหํ ฯ

ภิกฺขุสงฺฆสฺส วา มชฺเฌ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สมฺมุขา

สพฺเพปิ สมติกฺกมฺม เทนฺติ มเมว ทายกา ฯ

ปฐมํ นวสสฺสญฺหิ ทตฺวา สงฺเฆ คณุตฺตเม

อิมานิสํเส อนุโภมิ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ

สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ นวสสฺสสฺสิทํ ผลํ ฯ

กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา

นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ

สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ

ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุจินฺติโต เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ

สุจินฺติตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

๑ ม. ยุ. นจฺฉนฺนํ ฯ ๒ ม. ภุญฺเชยฺย เจ ตทา ฯ ยุ. ภุญฺเชยฺย มํ ตทา ฯ

๓ ม. ยุ. ปุญฺญกฺเขตโต อนุตฺตโร ฯ ๔ ม. ยุ. ปิณิตมานโส ฯ ๕ ม. อายาโคสิ

โคสิ จ ตุวํ มุเน ฯ ยุ. อายาโยปิ ... ฯ

๑ ม. กโรโต ปธิกํ ฯ ยุ. กโรนฺตํ โอปธิกํ ฯ

๑ ม. ยุ. ตีณิกฺขตฺตุญฺจ ฯ ๒ ยุ. เทยฺยธมฺเม ฯ ๓ ม. ยุ. ผลํ ฯ

๑ ม. ยุ. มหาปกฺโข ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้น เราเป็นชาวนาอยู่ในพระนครหงสวดี เลี้ยงชีพด้วยกสิกรรมเลี้ยงดูเด็กๆ ก็ด้วยกสิกรรมนั้น ครั้งนั้น นาของเราสมบูรณ์ดีข้าวของเราออกรวงแล้ว เมื่อถึงเวลาข้าวแก่ดีแล้ว เราคิดอย่างนี้ในกาลนั้นว่า เป็นการไม่เหมาะไม่สมควรแก่เราผู้รู้คุณน้อยใหญ่ที่เราไม่ถวายทานในสงฆ์แล้ว พึงบริโภคส่วนอันเลิศด้วยตนพระสัมพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือนในโลก มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ และพระสงฆ์ผู้มีตนอันอบรมแล้ว เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นจะยิ่งไปกว่า เราจักถวายทาน คือข้าวกล้าใหม่ในพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์นั้นเสียก่อน ครั้นคิดเช่นนี้แล้ว

เราเป็นผู้ร่าเริง มีใจประกอบด้วยปีติ นำเอาข้าวเปลือกมาจากนา เข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า ครั้นเข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน ถวายบังคมพระบาทพระศาสดาแล้ว กราบทูลว่า ข้าแต่พระมุนี ข้าวกล้าสมบูรณ์ทั้งพระองค์ก็กำลังประทับอยู่ ณ ที่นี้ ข้าแต่พระองค์ผู้มีปัญญาจักษุขอพระองค์จงทรงพระกรุณารับเถิด พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตระผู้รู้แจ้งโลกสมควรรับเครื่องบูชา ทรงทราบความดำริของเราแล้วตรัสพระดำรัสนี้ว่า บุรุษบุคคลผู้ปฏิบัติ ๔ จำพวก ผู้ตั้งอยู่ในผล ๔จำพวก นี้ คือสงฆ์ เป็นผู้ตรง มีปัญญา ศีล และมีจิตมั่นคงบุญย่อมเป็นอันสั่งสมแล้ว ในเมื่อมนุษย์ผู้เพ่งบุญบูชากระทำอยู่ทานที่ให้ในสงฆ์ย่อมมีผลมาก

และควรให้ทานในสงฆ์นั้น ข้าวกล้าของท่านนี้ก็เช่นเดียวกัน ควรให้ในสงฆ์ ท่านจงอุทิศแด่สงฆ์นำเอาภิกษุทั้งหลายไปสู่เรือนของตนแล้วจงถวายสิ่งที่มีอยู่ในเรือนซึ่งท่านได้ตกแต่งแล้วเพื่อภิกษุสงฆ์เถิด เราอุทิศแด่สงฆ์ นำภิกษุทั้งหลายไปในเรือน ได้ถวายสิ่งที่เราได้ตกแต่งไว้ในเรือนแด่ภิกษุสงฆ์ เพราะกรรมที่เราได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และเพราะความตั้งเจตนาไว้เราละร่างมนุษย์แล้ว จึงไปยังดาวดึงสพิภพ วิมานทองงามผุดผ่องสูง๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์ บุญกรรมได้สร้างไว้อย่างงามแล้วเพื่อเรา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น.

จบ ภาณวารที่ ๑๙

ภพของเรา เกลื่อนกล่นระคนไปด้วยเทพนารี เรากิน ดื่ม ในภพนั้นอยู่ในสวรรค์ชั้นไตรทศ เราได้เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๓,๐๐๐ครั้ง และได้เสวยราชสมบัติในเทวโลกอีก ๕๐๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าประเทศราช โดยคณนานับมิได้ เราท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยใหญ่ ได้ทรัพย์นับไม่ได้เราไม่มีความบกพร่องในโภคสมบัติเลย นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่ยานช้าง ยานม้า วอ และคานหาม เราได้ทุกสิ่ง นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่ ผ้าใหม่ ผลไม้ใหม่ โภชนะมีรสอันเลิศใหม่ เราได้ทุกอย่าง นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่ ผ้าไหม ผ้ากัมพล ผ้าเปลือกไม้ ผ้าฝ้าย เราได้ทุกอย่าง นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่ หมู่ทาสี หมู่ทาสและนารี ที่ประดับประดาอย่างสวยงาม

เราได้ทุกจำพวก นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่ หนาวหรือร้อน ไม่เบียดเบียนเรา เราไม่มีความเร่าร้อน อนึ่ง ทุกข์ทางใจไม่มีในหทัยของเรา เชิญเคี้ยวสิ่งนี้ เชิญบริโภคสิ่งนี้ เชิญนอนบนที่นอนนี้ คำเช่นนี้ เราได้ทุกประการ นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่ บัดนี้ ชาตินี้เป็นชาติหลังสุด ภพสุดท้ายกำลังเป็นไป ถึงทุกวันนี้ ไทยธรรมของเรา ก็ทำเราให้ยินดีอยู่ทุกเมื่อเราได้ถวายข้าวใหม่ในหมู่สงฆ์ผู้ประเสริฐสุด ย่อมเสวยอานิสงส์ ๘ประการ อันสมควรแก่กรรมของเรา คือเราเป็นผู้มีผิวพรรณผุดผ่อง ๑มียศ ๑ มีโภคทรัพย์มากมายใครๆ ลักไม่ได้ ๑ มีภักษามากทุกเมื่อ ๑ มีบริษัทไม่ร้าวรานกันทุกเมื่อ ๑ สัตว์ที่อาศัยแผ่นดินล้วนยำเกรงเรา ๑ เราได้ไทยธรรมก่อน จะในท่ามกลางสงฆ์ หรือเฉพาะพระพักตร์ พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดก็ตาม พวกทายกเลยองค์อื่นๆ เสียหมด ถวายแก่เราเท่านั้น ๑ เราได้เสวยอานิสงส์เหล่านี้เพราะได้ถวายข้าวใหม่ในหมู่สงฆ์ผู้อุดมก่อนนี้ก็เป็นผลแห่งข้าวใหม่ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใด ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ก็เป็นผลแห่งข้าวใหม่ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...

พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระสุจินติตเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ สุจินติตเถราปทาน.

จบ ๘. สุจินติตเถราปทาน