arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปทุมเกสริยวรรค

๕. ผลทายกเถราปทาน (๓๐๕) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๐๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในปทุมเกสริยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ปทุมเกสริยวรรค ผลทายกเถราปทาน (๓๐๕) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๔๗๖–๔๗๗

หน้า ๔๗๖

นัยว่า ท่านพระธัมมสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ ธัมมสัญญกเถราปทานที่ ๔

๕. ผลทายกเถราปทาน

บุพประวัติของพระผลทายกเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลไม้

(ท่านพระผลทายกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๓๐๗} [๒๐] ในกาลนั้น มีอาศรมอยู่ที่ฝั่งแม่นํ้าภาคีรถี เราถือผลไม้เดิน มายังอาศรมนั้นช้า ๆ

[๒๑] ณ ที่นั้น เราได้พบพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสีผู้มีพระรัศมี เปล่งปลั่งดังดวงจันทร์ จึงได้ถวายผลไม้ของเราที่มีอยู่ทั้งหมด แด่พระศาสดา[๒๒] ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดไว้ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้[๒๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ ผลทายกเถราปทานที่ ๕

หน้า ๔๗๗

๖. สัมปสาทิกเถราปทาน

บุพประวัติของสัมปสาทิกเถระ

ว่าด้วยผลแห่งความเลื่อมใสคุณวิเศษ

(ท่านพระสัมปสาทิกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๓๐๘} [๒๔] ขอนอบน้อมแด่พระองค์ผู้เป็นพระพุทธวีรเจ้า พระองค์พ้นแล้ว ในที่ทั้งปวง ข้าพระองค์เป็นผู้ถึงความวิบัติ ขอพระองค์ ได้โปรดเป็นที่พึ่งของข้าพระองค์นั้นด้วยเถิด[๒๕] พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เป็นบุคคลไม่มีใครเปรียบ ในโลกทรงพยากรณ์แก่เราว่า “พระสงฆ์เสมอด้วยมหาสมุทร ประมาณมิได้ สูงสุด[๒๖] ท่านจงทำจิตให้เลื่อมใสในพระสงฆ์นั้น ผู้ปราศจากธุลีกิเลส ผู้ เป็นเขตบุญที่ให้ผลไม่สิ้นสุด ดังปลูกพืชที่ดีไว้ฉะนั้น”[๒๗] พระสัพพัญญูผู้เป็นพระโลกเชษฐ์ ผู้องอาจในหมู่นรชนตรัสไว้ ดังนี้ ทรงพร่ำสอนเราอย่างนี้แล้วเสด็จเหาะขึ้นสู่พื้นเวหาส[๒๘] เมื่อพระสัพพัญญูผู้องอาจในหมู่นรชนพอเสด็จไปไม่นาน เรา ก็ถึงกาลกิริยาแล้วได้อุบัติยังชั้นดุสิต

[๒๙] ในกาลนั้น เราทำจิตให้เลื่อมใสในพระสงฆ์ผู้ปราศจากธุลีกิเลส ผู้เป็นเขตบุญที่ให้ผลไม่สิ้นสุดแล้วบันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัป[๓๐] ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ความเลื่อมใสในกาลนั้น ด้วยความเลื่อมใสนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งความเลื่อมใส

จบ ๕. ผลทายกเถราปทาน (๓๐๕)