arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปทุมุกเขปวรรค

๗. ชวหังสกเถราปทาน (๒๖๗) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๖๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในปทุมุกเขปวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ปทุมุกเขปวรรค ชวหังสกเถราปทาน (๒๖๗) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๔๓๔–๔๓๖

หน้า ๔๓๔

๖. มัจฉทายกเถราปทาน

บุพประวัติของพระมัจฉทายกเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการถวายปลา

(ท่านพระมัจฉทายกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๒๖๘} [๒๓] ในกาลนั้น เราเป็นนกออกอยู่ที่ฝั่งแม่นํ้าจันทภาคา เราได้คาบ ปลาตัวใหญ่มาถวายแด่พระมุนีพระนามว่าสิทธัตถะ[๒๔] ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายปลาใดไว้ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายปลา[๒๕] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระมัจฉทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ มัจฉทายกเถราปทานที่ ๖

หน้า ๔๓๕

๗. ชวหังสกเถราปทาน

บุพประวัติของพระชวหังสกเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการถวายบังคม

(ท่านพระชวหังสกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๒๖๗} [๒๖] ในกาลนั้น เราเป็นพรานป่าอยู่ใกล้ฝั่งแม่นํ้าจันทภาคา เราได้ เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะเสด็จไปในอากาศ[๒๗] เราประนมกรอัญชลีแลดูพระมหามุนีอยู่ ได้ทำจิตของตนให้ เลื่อมใสแล้วถวายบังคมพระองค์ผู้นำโลก

[๒๘] ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายบังคมพระผู้องอาจในหมู่นรชน ด้วยการถวายบังคมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายบังคม[๒๙] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญฌา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระชวหังสกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ ชวหังสกเถราปทานที่ ๗

หน้า ๔๓๖

๘. สลฬปุปผิยเถราปทาน

บุพประวัติของพระสลฬปุปผิยเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกสน

(ท่านพระสลฬปุปผิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๒๗๐} [๓๐] ในกาลนั้น เราเป็นกินนรอยู่ที่ใกล้ฝั่งแม่นํ้าจันทภาคา เราได้ เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสีผู้รุ่งเรืองผ่องใสด้วยพระรัศมี[๓๑] เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส และมีปีติอย่างยิ่ง ถือดอกสน มา โปรยลงบูชาแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้า[๓๒] ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา[๓๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระสลฬปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ สลฬปุปผิยเถราปทานที่ ๘

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑สสฬปุปุผํ บางฉบับแปลว่า ดอกช้างน้าว

จบ ๗. ชวหังสกเถราปทาน (๒๖๗)