พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ตมาลปุปผิยวรรค
๖. กิสลยปูชกเถราปทาน (๑๙๖) เล่ม ๓๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๙๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในตมาลปุปผิยวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ตมาลปุปผิยวรรค กิสลยปูชกเถราปทาน (๑๙๖) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๓๕๘–๓๕๙
๖. กิสลยปูชกเถราปทาน
บุพประวัติของพระกิสลยปูชกเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยใบไม้อ่อน
(ท่านพระกิสลยปูชกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๑๙๘} [๒๘] สวนดอกไม้ของเราได้มีอยู่ในพระนครทวารวดี ในสวนดอกไม้ นั้นนั่นเองมีบ่อนํ้าและต้นไม้ขึ้นงอกงาม
[๒๙] พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะผู้กล้าแข็งด้วยกำลัง ของพระองค์ ไม่ทรงพ่ายแพ้ใคร พระองค์เมื่อจะทรงอนุเคราะห์เรา จึงเสด็จไปทางอากาศ[๓๐] เราไม่เห็นอะไรอื่นอันควรจะบูชาแด่พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เห็นแต่ใบอ่อนของต้นอโศก จึงเอาโยนขึ้นไปบนอากาศ[๓๑] ใบอ่อนเหล่านั้นติดตามไปทางเบื้องพระปฤษฎางค์ของพระพุทธเจ้า ซึ่งกำลังเสด็จไป เราเห็นเช่นนั้นจึงตื่นเต้นว่า “น่าอัศจรรย์ ! พระพุทธเจ้ามีพระคุณยิ่งใหญ่”[๓๒] ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราเอาใบไม้อ่อนบูชาพระพุทธเจ้า ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา[๓๓] ในกัปที่ ๒๗ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง มีพระนามว่าเอกิสสระ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีกำลังมาก[๓๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แล
นัยว่า ท่านพระกิสลยปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ กิสลยปูชกเถราปทานที่ ๖
๗. ตินทุกทายกเถราปทาน
บุพประวัติของพระตินทุกทายกเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมะพลับ
(ท่านพระตินทุกทายกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๑๙๙} [๓๕] เราเป็นลิงมีกำลังแข็งแรงเที่ยวไปตามซอกเขาและลำธาร ได้ เห็นต้นมะพลับกำลังมีผลจึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด[๓๖] เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัสออกค้นหาพระพุทธเจ้าพระนาม ว่าสิทธัตถะผู้นายกของโลกผู้ถึงที่สุดภพอยู่ ๒-๓ วัน[๓๗] พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลกทรงทราบความดำริของเราแล้ว จึงเสด็จมาในสำนักของเราพร้อมด้วยพระขีณาสพหลายพัน[๓๘] เราเกิดความปราโมทย์แล้วถือเอาผลมะพลับเข้าไปเฝ้า พระผู้ มีพระภาคเจ้าผู้สัพพัญญู ผู้ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย ทรงรับไว้แล้ว[๓๙] ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดไว้ในกาลนั้น ด้วย การถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
จบ ๖. กิสลยปูชกเถราปทาน (๑๙๖)