arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · คันโธทกวรรค

๑๐. อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน (๓๔๐) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในคันโธทกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน คันโธทกวรรค อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน (๓๔๐) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๕๒๘–๕๓๑

หน้า ๕๒๘

นัยว่า ท่านพระธัมมัสสวนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ ธัมมัสสวนิยเถราปทานที่ ๙

๑๐. อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน

บุพประวัติของพระอุกขิตตปทุมิยเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกปทุมดอกเดียว

(ท่านพระอุกขิตตปทุมิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๓๔๒} [๑๒๙] ในกาลนั้น เราเป็นช่างดอกไม้อยู่ในพระนครหังสวดี เราลง สู่สระปทุมเลือกเก็บดอกบัวอยู่[๑๓๐] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระผู้ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง ทรงเป็นอุดมบุรุษ ทรงแสวงหาความเจริญแก่เรา[๑๓๑] เสด็จมาพร้อมด้วยพระขีณาสพ ๑๐๐,๐๐๐ ผู้มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ บริสุทธิ์ ได้อภิญญา ๖ เพ่งฌาน[๑๓๒] เราได้เห็นพระสยัมภูผู้ประเสริฐกว่าเทวดาผู้นายกของโลกจึง เด็ดดอกบัวที่ก้านแล้วโยนขึ้นไป(บูชา)ในอากาศในขณะนั้น[๑๓๓] (พร้อมอธิษฐานว่า) “ข้าแต่พระธีรเจ้า ถ้าพระองค์ทรงเป็น พระโลกเชษฐ์พุทธเจ้าผู้องอาจในหมู่นรชน ขอให้ดอกบัวจงไป ตั้งอยู่เหนือพระเศียรของพระพุทธเจ้าเองเถิด”

หน้า ๕๒๙

[๑๓๔] พระมหาวีรเจ้า พระโลกเชษฐ์ผู้องอาจในหมู่นรชนทรงอธิษฐานแล้ว ดอกบัวเหล่านั้นก็ได้ตั้งอยู่เหนือพระเศียร ด้วยพระพุทธานุภาพ[๑๓๕] ด้วยกุศลธรรมที่เราทำมาแล้วนั้นและด้วยการตั้งเจตจำนงไว้ เราละกายมนุษย์แล้วได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์[๑๓๖] ในชั้นดาวดึงส์นั้น วิมานของเราบุญกรรมสร้างให้อย่างสวยงาม เรียกชื่อว่าสตปัตตะ สูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์[๑๓๗] เราได้เป็นจอมเทวดาเสวยรัชสมบัติในเทวโลก ๑,๐๐๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง[๑๓๘] และเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณานับมิได้ เรา เสวยกรรมของตนที่ทำไว้ดีแล้วในปางก่อน[๑๓๙] ด้วยดอกปทุมดอกเดียวนั้นแล

เราได้เสวยสมบัติแล้ว ได้ทำ ธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าโคดมให้แจ้งชัดแล้ว[๑๔๐] เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว เราตัด กิเลสเครื่องผูกขาดเหมือนช้างตัดเชือกได้แล้ว ไม่มีอาสวะอยู่[๑๔๑] ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งดอกปทุม ดอกเดียว[๑๔๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แล

หน้า ๕๓๐

นัยว่า ท่านพระอุกขิตตปทุมิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ อุกขิตตปทุมิยเถราปทานที่ ๑๐

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. คันธธูปิยเถราปทาน ๒. อุทกปูชกเถราปทาน

๓. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน ๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน

๕. ผุสสิตกัมมิยเถราปทาน ๖. ปภังกรเถราปทาน

๗. ติณกุฏิทายกเถราปทาน ๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน

๙. ธัมมัสสวนิยเถราปทาน ๑๐. อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน

ท่านรวบรวมคาถาทั้งหมดได้ ๑๔๒ คาถา

จบ คันโธทกวรรคที่ ๓๔

หน้า ๕๓๑

๓๕. เอกปทุมวรรค

๑. เอกปทุมิยเถราปทาน

บุพประวัติของพระเอกปทุมิยเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกบัว

(ท่านพระเอกปทุมิยเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๓๔๓} [๑] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระผู้ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง ทรง ทำให้แจ้งซึ่งภพน้อยภพใหญ่ ยังชนเป็นอันมากให้ข้ามพ้นอยู่[๒] ในกาลนั้น เราเป็นพญาหงส์ผู้ประเสริฐกว่านกทั้งหลาย เรา โผลงยังสระนํ้าแล้วเล่นนํ้าอยู่อย่างสำราญใจ[๓] ในขณะนั้น พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา เสด็จมาเหนือสระน้ำ[๔] เราได้เห็นพระสยัมภูผู้ประเสริฐกว่าเทวดา ผู้ทรงเป็นนายก ของโลก จึงหักดอกบัวอันเป็นที่รื่นรมย์ใจที่ก้านแล้ว[๕] เอาจะงอยปากคาบโยนขึ้นไปในอากาศ ได้บูชาพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุดด้วยใจอันเลื่อมใสยิ่งนัก[๖] พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับอยู่ในอากาศได้ทรงทำอนุโมทนาว่า[๗] “ด้วยดอกปทุมดอกเดียวนี้ และด้วยการตั้งเจตจำนงไว้ ท่าน จะไม่ต้องไปสู่วินิบาตตลอดแสนกัป”

จบ ๑๐. อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน (๓๔๐)