arnon.world

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · กุณฑธานวรรค

๗. ลสุณทายกเถราปทาน (๓๗) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในกุณฑธานวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑธานวรรค ลสุณทายกเถราปทาน (๓๗) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๗๑ หน้า ๑๕๖–๑๕๙

หน้า ๑๕๖

ลสุณทายกเถราปทานที่ ๗ (๓๗)

ว่าด้วยผลแห่งการถวายกระเทียม

[๓๙] ในกาลนั้น เราเป็นดาบสอยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์

เราอาศัยกระเทียมเลี้ยงชีวิต กระเทียมเป็นอาหารของเราเราใส่กระเทียมเต็มหาบแล้ว ได้ไปสู่อารามสงฆ์ เราร่าเริงมีจิตโสมนัส ได้ถวายกระเทียมแก่สงฆ์.

ครั้นถวายกระเทียมแก่สงฆ์ ผู้ให้เกิดควานยินดีเหลือเกินในศาสนาพระวีปัสสี ผู้เลิศกว่านรชนแล้ว ได้บันเทิงในสวรรค์ตลอดกัป.

ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ให้กระเทียมใด ด้วยกรรมนั้น

เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายกระเทียม.

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ

อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระลสุณทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่า ด้วยประการฉะนี้แล.

จบลสุณทานยกเถราปทาน

หน้า ๑๕๗

๓๗. อรรถกถาลุสณทายกเถราปทาน

อปทานของท่านพระลสุณทายกเถระ มีคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสา-วิทูเร ดังนี้.

ท่านลสุณทายกเถระแม้นี้ ได้บำเพ็ญบุญทั้งหลาย ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า วิปัสสี บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว เห็นโทษในการอยู่ครองเรือ ละเรือนบวชเป็นดาบส อาศัยหิมวันตบรรพตอยู่ในป่า ปลูกกระเทียมเป็นอันมากเคี้ยวกินกระเทียมนั้น รากไม้และผลไม้ป่าอยู่. ท่านนำกระเทียมเป็นอันมากหาบมาสู่ถิ่นมนุษย์ เลื่อมใสถวายทานเพื่อเป็นเภสัชแก่ภิกษุสงฆ์มีพระ-พุทธเจ้าเป็นประธานแล้วไป, ท่านบำเพ็ญบุญจนตลอดชีวิตด้วยอาการอย่างนี้ ด้วยกำลังแห่งบุญนั้นนั่นแล แล้วท่องเที่ยวไปโนเทวดาและมนุษย์เสวยสมบัติทั้งสอง เกิดแล้วในพุทธุปบาทกาลนี้ โดยลำดับ ได้ศรัทธาบวชแล้วเจริญวิปัสสนา ไม่นานนักก็บรรลุพระอรหัต ด้วยอำนาจแห่งบุพกรรม ท่านจึงปรากฏนามว่า ลสุณทายกเถระ.

ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพ-จริตาปทาน จึงกล่าวคำนี้อาทิว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้. ในคำนั้นเชื่อมความว่า ในที่เป็นที่สัญจรไปแห่งมนุษย์ทั้งหลาย ในที่สุดแห่งภูเขาหิมาลัยในกาลใดพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสีทรงอุบัติขึ้น ในกาลนั้นเราได้เป็นดาบส. บทว่า ลสุณํ อุปชีวามิ ความว่า ข้าพเจ้าได้ปลูกกระเทียมแดงนั้นนั่นแลให้เป็นอาหารเลี้ยงชีพ. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ลสุณํ มยฺหโภชนํ ดังนี้.

หน้า ๑๕๘

บทว่า ขาริโย ปูรยิตฺวาน ความว่า บรรจุภาชนะของดาบสให้เต็มวัยกระเทียมหาบไป ได้ไปยังสังฆารามคือที่เป็นที่อยู่ของสงฆ์ ได้แก่ไปสู่วิหารอันเป็นที่อยู่ด้วยอิริยาบถทั้ง ๔ ของสงฆ์ ใน ๓ กาล มีฤดูเหมนต์เป็นต้น. บทว่า หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน ความว่า เรายินดีได้ถวายกระเทียมแก่สงฆ์ ด้วยจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส.

บทว่า วิปสฺสิสฺส ฯ เป ฯ นิรตสฺสหํในศาสนาของพระผู้มีพระ-ภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้เลิศคือประเสริฐกว่านระทั้งหลาย. บทว่าสงฺฆสฺส ฯ เป ฯ โมทหํ ความว่า ข้าพเจ้าถวายกระเทียมเป็นทานแก่สงฆ์แล้ว เสวยทิพยสมบัติตลอดอายุกัป ในเทวโลกอันเลิศด้วยดี.

บันเทิงแล้วในสวรรค์. อธิบายว่า เราเป็นผู้ยินดี. คำที่เหลือรู้ได้ง่ายทั้งนั้นแล.

จบอรรถกถาลสุณทายกเถราปทาน

หน้า ๑๕๙

อายาตทายกเถราปทานที่ ๘ (๓๘)

ว่าด้วยผลแห่งการสร้างศาลาโรงฉัน

[๔๐] เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าสิขี ผู้ประเสริฐของพวกคน

ผู้กล่าว (ยกย่องตน) นิพพานแล้ว เราร่าเริง มีจิตโสมนัสได้ให้พระสถูปอันอุดม.

ในกาลนั้น เราร่าเริงมีจิตโสมนัส ให้คนไปบอกกับนายช่างไม้ ให้ทรัพย์แล้ว จ้างให้ทำศาลาโรงฉัน.

เราอยู่ในเทวโลกตลอด ๘ กัปโดยไม่สับสนกันเลย ในกัปที่เหลือ เราท่องเที่ยว ไปสับสนกัน.

ยาพิษย่อมไม่กล้ำกรายในกายเรา และศาสตราไม่กระทบกายเรา เราไม่พึงตายในน้ำ นี้เป็นผลแห่งการสร้างศาลาโรงฉัน.

เราปรารถนาฝนเมื่อใด มหาเมฆย่อมยังฝนให้ตกเมื่อนั้นแม้เทวดาทั้งหลายก็ตกอยู่ในอำนาจของเรา นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม.

เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ๓๐ ครั้ง ใคร ๆ ย่อมไม่ดูหมิ่นเรา นี้เป็นผลแห่งการบุญกรรม.

ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้สร้างศาลาโรงฉันใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งกรรมสร้างศาลาโรงฉัน.

จบ ๗. ลสุณทายกเถราปทาน (๓๗)