พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · กุณฑธานวรรค
๒. สาคตเถราปทาน (๓๒) เล่ม ๓๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในกุณฑธานวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ทุติยํ สาคตตฺเถราปทานํ (๓๒)
สาคตเถราปทานที่ ๒ (๓๒)
ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญพระพุทธเจ้า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน กุณฑธานวรรค สาคตเถราปทาน (๓๒) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)
โสภิโต นาม นาเมน อโหสึ พฺราหฺมโณ ตทา
ปุรกฺขโต สสิสฺเสหิ อารามํ อคมาสหํ ฯ
ภควา ตมฺหิ สมเย ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขโต
อารามทฺวารา นิกฺขมฺม อฏฺฐาสิ ปุริสุตฺตโม ฯ
ตมทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ ทนฺตํ ทนฺตปุรกฺขตํ
สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ
เยเกจิ ปาทปา สพฺเพ มหิยา เต วิรูหเร
พุทฺธิมนฺโต ตถา สตฺตา รุหนฺติ ชินสาสเน ฯ
สตฺถวาโหปิ สพฺพญฺญู มเหสี พหุเก ชเน
วิปถา อุทฺธริตฺวาน ปถํ อาจิกฺขเส ตุวํ ฯ
ทนฺโต ทนฺตปุรกฺขโต ๑ ฌายี ฌานรเตหิ จ
อาตาปิปหิตตฺเตหิ อุปสนฺเตหิ ตาทิภิ ฯ
อลงฺกโต ปริสโต ๒ ปุญฺญญาเณหิ ๓ โสภสิ
ปภา นิทฺธาวเต ตุยฺหํ สุริโยทยโน ยถา ฯ
ปสนฺนจิตฺตํ ทิสฺวาน มเหสี ปทุมุตฺตโร
ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา อิมา คาถา อภาสถ ฯ
โย โส หาสํ ชเนตฺวาน มมํ กิตฺเตสิ พฺราหฺมโณ
กปฺปานํ สตสหสฺสํ เทวโลเก รมิสฺสติ ฯ
ตุสิตาหิ จวิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต
โคตมสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิสฺสติ ฯ
ตุฏฺฐหฏฺฐํ ลภิสฺสติ ๔ ปพฺพชิตฺวาน สาสเน
สาคโต นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก ฯ
ปพฺพชิตฺวาน กาเยน ปาปกมฺมํ วิวชฺชยึ
วจีทุจฺจริตํ หิตฺวา อาชีวํ ปริโสธยึ ฯ
เอวํ วิหารมาโนหํ เตโชธาตูสุ โกวิโท
สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สาคโต เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
สาคตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
๑ ม. ยุ. ทนฺตปริกิณฺโณ ฯ ๒ ม. อลงฺกโต ปริสาหิ ฯ ๓ ยุ. สหคเณหิ ฯ ๔ ม. เตน
กมฺเมน สุกเตน อรหตฺตํ ลภิสฺสติ ฯ ยุ. วิมฺภกปสุโต หุตฺวา อรหตฺตํ ลภิสฺสติ ฯ
ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์มีนามชื่อว่า โสภิตะ อันบริวารพร้อมด้วยศิษย์แวดล้อมแล้ว ได้ไปยังอาราม สมัยนั้นพระผู้มีพระภาคผู้อุดมบุรุษแวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จออกจากประตูพระอารามแล้วประทับยืนอยู่เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ฝึกพระองค์แล้ว แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ผู้ฝึกตนแล้ว จึงยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้วเชยชมพระองค์ผู้นำของโลกว่า ต้นไม้ทุกชนิดนั้น งอกงามบนแผ่นดิน ฉันใด สัตว์ผู้มีความรู้ก็ฉันนั้น ย่อมงอกงามในศาสนาของพระชินเจ้า พระองค์สัพพัญญูผู้ทรงนำหมู่แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงถอนคนเป็นอันมากออกจากทางผิดแล้ว ตรัสบอกทางที่ถูก
พระองค์ฝึกพระองค์แล้วแวดล้อมด้วยผู้ฝึกตนแล้ว ทรงเพ่งฌาน แวดล้อมด้วยผู้เพ่งฌาน ทรงมีความเพียร แวดล้อมด้วยผู้ส่งตนไปแล้ว ผู้สงบระงับและผู้คงที่ ประดับด้วยบริษัท ย่อมงามด้วยพระญาณอันเกิดแต่บุญ รัศมีของพระองค์รุ่งเรือง ดังพระอาทิตย์อุทัยฉะนั้น พระศาสดาพระนามว่า ปทุมุตระ ผู้ทรงแสวงหาคุณใหญ่ทอดพระเนตรเห็นเราผู้มีจิตเลื่อมใส ประทับยืนท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า พราหมณ์ใดยังความร่าเริงให้เกิดแล้ว สรรเสริญเรา พราหมณ์นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอดแสนกัลป อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักเคลื่อนจากสวรรค์ชั้นดุสิต แล้วจักบวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม ครั้นบวชในศาสนาแล้วจักได้ความยินดีและความร่าเริง จักเป็นสาวกของพระศาสดามีนามชื่อว่าสาคตะ เราบวชแล้วเว้นกรรมอันลามกด้วยกาย ละวจีทุจริต ยังอาชีพให้บริสุทธิ์ เราเป็นอยู่อย่างนี้ เป็นผู้ฉลาดในเตโชธาตุ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วเป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสาคตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบสาคตเถราปทาน.
จบ ๒. สาคตเถราปทาน (๓๒)