พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · อัมพฏผลวรรค
๙. โสณโกฏิวิสเถราปทาน (๓๘๙) เล่ม ๓๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๙๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในอัมพฏผลวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน อัมพฏผลวรรค โสณโกฏิวิสเถราปทาน (๓๘๙) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๕๘๔–๕๘๖
[๔๔] เราถือผลขนุนที่สุกสดโตประมาณเท่าหม้อวางไว้ที่ต้นตีนเป็ดแล้ว ได้ถวายแด่พระศาสดา
[๔๕] ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้[๔๖] เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกขาดดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่[๔๗] การที่เราได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้าของเราเป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราก็ทำเสร็จแล้ว[๔๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระปนสผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบ ปนสผลทายกเถราปทานที่ ๘
๙. โสณโกฏิวิสเถราปทาน
บุพประวัติของพระโสณโกฏิวิสเถระ
ว่าด้วยผลแห่งการถวายถํ้า
(ท่านพระโสณโกฏิวิสเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)
{๓๙๑} [๔๙] ในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี เราได้สร้างถํ้าไว้ ถํ้าหนึ่งถวายแด่สงฆ์ผู้มาจากทิศทั้งสี่ ในพันธุมาราชธานี
[๕๐] เราใช้ผ้าหลายผืนลาดพื้นถํ้าแล้วถวาย ในครั้งนั้น เรามีจิต เบิกบานโสมนัสได้ทำความปรารถนาไว้ว่า
[๕๑] “ขอให้เราได้พบพระสัมพุทธเจ้าผู้ทรงโปรดปราน ได้บรรพชา และได้สัมผัสนิพพานอันยอดเยี่ยม เป็นอุดมสันติ”[๕๒] ด้วยกุศลมูลนั้นนั่นแล เราระลึกชาติได้ตลอด ๙๐ กัป เราจะเกิดเป็นเทวดาก็ดี เป็นมนุษย์ก็ดี ก็เป็นผู้สร้างบุญรุ่งเรืองนัก[๕๓] ด้วยกรรมอันเหลือจากนั้น ในภพหลังสุดนี้ เราเกิดเป็นบุตรชาย คนเดียวของอัครเศรษฐีในจัมปานคร
[๕๔] พอบิดาของเราได้ฟังว่าเราเกิดแล้วก็ได้มีความพอใจว่า ‘เราจะให้ทรัพย์ ๒๐๐ ล้านแก่เด็กน้อยไม่ให้หย่อนเลย’[๕๕] ขนยาวประมาณ ๔ นิ้ว เส้นละเอียด มีสัมผัสอ่อนนุ่ม เสมอเหมือนปุยนุ่นงาม เกิดที่พื้นเท้าทั้งสองของเรา
[๕๖] ข้อนี้เป็นความพิเศษประการหนึ่งตลอด ๙๐ กัปที่ล่วงมา เรา ไม่รู้สึกในเมื่อเท้าวางลงบนภาคพื้นที่ไม่มีเครื่องปูลาด[๕๗] พระสัมพุทธเจ้าเราพอใจแล้ว เราจึงได้บวชเป็นบรรพชิต เราบรรลุอรหัตแล้ว และเป็นผู้เย็น เป็นผู้ดับแล้ว
[๕๘] พระศาสดาผู้ทรงเห็นเหตุทั้งปวงทรงแสดงเราว่าเป็นผู้เลิศกว่า บรรดาภิกษุผู้ปรารภความเพียร เราเป็นพระอรหันตขีณาสพ ได้อภิญญา ๖ มีฤทธิ์มาก[๕๙] ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายทานใดไว้ในกาลนั้น ด้วยการถวายทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายถํ้า
[๖๐] เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้หมดแล้ว ตัด กิเลสเครื่องผูกขาดดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่[๖๑] การที่เราได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้าของเราเป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราก็ทำเสร็จแล้ว[๖๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แล[๖๓] พระโสณโกฏิวิสเถระโดยฐานะเป็นหัวหน้าของภิกษุสงฆ์ถูกถามปัญหาแล้ว ได้พยากรณ์ที่สระใหญ่ชื่ออโนดาต ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระโสณโกฏิวิสเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล
จบโสณโกฏิวิสเถราปทานที่ ๙
๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกัมมปิโลติกะ
บุพประวัติของพระพุทธเจ้าว่าด้วยกรรมเก่าของพระองค์
{๓๙๒} [๖๔] ณ ที่พื้นหินอันเป็นรมณียสถานใกล้สระอโนดาต โชติช่วงด้วยรัตนะต่าง ๆ ในละแวกป่าอันมีกลิ่นหอมนานา
- ๑อโนดาต ตามศัพท์ (อโนตตฺต) แปลว่า สระที่ไม่มีน้ำอุ่น เป็นแหล่งนํ้าขนาดใหญ่ ซึ่งมีแต่นํ้าเย็น เพราะมียอดเขาต่าง ๆ บดบังไม่ให้ได้รับแสงแดดจากดวงอาทิตย์ (ขุ.อป.อ. ๒/๒๔๗) ชื่อสระ ๑ ในสระทั้ง ๗ ในป่าหิมพานต์ (พจนานุกรม ฉบับราชบัณทิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ หน้า ๙๑๖)
จบ ๙. โสณโกฏิวิสเถราปทาน (๓๘๙)