arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · หัตถิวรรค

๘. อักกันตสัญญกเถราปทาน (๒๑๘) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในหัตถิวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน หัตถิวรรค อักกันตสัญญกเถราปทาน (๒๑๘) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๓๘๓–๓๘๔

หน้า ๓๘๓

๘. อักกันตสัญญกเถราปทาน

บุพประวัติของพระอักกันตสัญญกเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการปูผ้าให้ทรงเหยียบ

(ท่านพระอักกันตสัญญกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๒๒๐} [๓๗] เราถือผ้าสาฎกผืนน้อยในผ้าห่มของพระอุปัชฌาย์ พรํ่าศึกษา มนต์อยู่เพื่อบรรลุถึงประเภทวิชาลูกศร[๓๘] ได้พบพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะผู้ปราศจากธุลีกิเลส ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ผู้องอาจในหมู่นรชน ประเสริฐ เลิศ ผู้ตรัสรู้แล้ว ดังพญาคชสาร[๓๙] ผู้สูงสุดกว่านรชน ผู้เลิศลอย เป็นมหาวีระ พระโลกเชษฐ์ ผู้ประเสริฐกว่านรชน ทรงเหยียบผ้าสาฎกผืนน้อยที่เราลาดไว้[๔๐] ครั้นเราได้เห็นพระองค์ผู้ส่องแสงสว่างในโลก ปราศจากมลทินเช่นกับดวงจันทร์ จึงมีใจผ่องใสได้ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระศาสดา[๔๑] ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผ้าสาฎกผืนน้อยใด ด้วย การถวายผ้าสาฎกนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ ถวายผ้าสาฎกผืนน้อย[๔๒] ในกัปที่ ๓๗ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นจอมชนพระองค์หนึ่ง มีพระนามว่าสุนันทะ มีกำลังมาก[๔๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แล

หน้า ๓๘๔

นัยว่า ท่านพระอักกันตสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วย ประการฉะนี้แล

จบ อักกันตสัญญกเถราปทานที่ ๘

๙. สัปปิทายกเถราปทาน

บุพประวัติของพระสัปปิทายกเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการถวายเนยใสและนํ้ามัน

(ท่านพระสัปปิทายกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๒๒๑} [๔๔] เรานั่งอยู่ในปราสาทอันประเสริฐแวดล้อมด้วยหมู่นารี ได้เห็น พระสมณะผู้ทรงประชวร จึงน้อมนมัสการพระมหาวีรนราสภเจ้า ผู้ประเสริฐกว่าเทวดาซึ่งเสด็จเข้ามาสู่เรือน[๔๕] เราได้ถวายเนยใสและนํ้ามันแด่พระพทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้คงที่

[๔๖] เราได้เห็นพระองค์ผู้มีความกระวนกระวายสงบระงับ มีอินทรีย์คือพระพักตร์ผ่องใส จึงถวายบังคมพระยุคลบาทของพระศาสดา แล้วให้ประกาศไปในบุรี[๔๗] พระวีรเจ้าผู้ถึงที่สุดแห่งฤทธิ์ ทรงเห็นเราผู้เลื่อมใสดี จึงเสด็จ เหาะขึ้นสู่นภากาศดังพญาหงส์ในอัมพร

[๔๘] ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายเนยใส และนํ้ามัน

จบ ๘. อักกันตสัญญกเถราปทาน (๒๑๘)