พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · สุภูติวรรค
๕. อันนสังสาวกเถราปทาน (๒๕) เล่ม ๓๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในสุภูติวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
_______
๕. อนฺนสํสาวกตฺเถราปทาน
๕. อันนสังสาวกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระอันนสังสาวกเถระ
(พระอันนสังสาวกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน สุภูติวรรค อันนสังสาวกเถราปทาน (๒๕) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๒ หน้า ๑๑๑–๑๑๑ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๒ หน้า ๑๔๒–๑๔๓
สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ คจฺฉนฺตํ อนฺตราปเณ
กญฺจนคฺฆิยสงฺกาสํ ทวตฺตึสวรลกฺขณํ.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ กำลังเสด็จไปในระหว่างร้านตลาด มีลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ คล้ายแท่งทองคำ
- ๑ลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ คือ (๑) มีพระบาทราบเสมอกัน (๒) พื้นใต้พระบาททั้ง ๒ มีจักร ปรากฏข้างละ ๑,๐๐๐ ซี่ มีกงและดุม มีส่วนประกอบครบบริบูรณ์ทุกอย่าง (๓) ทรงมีส้นพระบาทยาว (๔) มีองคุลียาว (๕) ทรงมีฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทอ่อนนุ่ม (๖) ทรงมีลายดุจตาข่ายที่ฝ่าพระหัตถ์ และฝ่าพระบาท (๗) ทรงมีพระบาทเหมือนสังข์คว่ำ (๘) ทรงมีพระชงฆ์เรียวดุจแข้งเนื้อทราย (๙) เมื่อ ประทับยืน ไม่ต้องทรงก้มก็ทรงลูบคลำถึงพระชานุได้ด้วยพระหัตถ์ทั้ง ๒ ได้ (๑๐) ทรงมีพระคุยหฐาน เร้นอยู่ในฝัก (๑๑) ทรงมีพระฉวีรรณงดงามดุจหุ้มด้วยทองคำ (๑๒) ทรงมีพระฉวีวรรณละเอียดจน ละอองธุลีไม่เกาะติดพระวรกาย (๑๓) ทรงมีพระโลมชาติงอกเส้นเดียวในแต่ละขุม (๑๔) ทรงมีพระโลม ชาติสีเข้มเหมือนดอกอัญชันขดเป็นลอนเวียนขวามีปลายตั้งขึ้น (๑๕) ทรงมีพระวรกายตรงดุจกายพรหม (๑๖) ทรง มีพระมังสะพูนเต็มในที่ ๗ แห่ง (คือ หลังพระหัตถ์ทั้ง ๒ หลังพระบาททั้ง ๒ พระอังสะทั้ง ๒ และ ลำพระศอ) (๑๗) ทรงมีส่วนพระวรกายบริบูรณ์ดุจกึ่งกายท่อนหน้าของพญาราชสีห์ (๑๘) ทรงมี พระปฤษฎางค์เต็มเรียบเสมอกัน (๑๙) ทรงมีพระวรกายเป็นปริมณฑลดุจปริมณฑลต้นไทร พระกายสูง เท่ากับวาของพระองค์ (๒๐) ทรงมีพระศอกลมงามเต็มเสมอ (๒๑) ทรงมีเส้นประสาทสำหรับรับรสพระ กระยาหารได้อย่างดี (๒๒) ทรงมีพระหนุดุจคางราชสีห์ (๒๓) ทรงมีพระทนต์ ๔๐ ซี่ (๒๔) ทรงมีพระทนต์ เรียบเสมอกัน (๒๕) ทรงมีพระทนต์ไม่ห่างกัน (๒๖) ทรงมีพระเขี้ยวแก้วขาวงาม (๒๗) ทรงมีพระทนต์ เรียบเสมอกัน (๒๘) ทรงมีพระสุรเสียงดุจเสียงพรหม ตรัสมีสำเนียงดุจนกการเวก (๒๙) ทรงมีพระเนตร ดำสนิท (๓๐) ทรงมีดวงพระเนตรแจ่มใสดุจลูกโคเพิ่งคลอด (๓๑) ทรงมีพระอุณาโลมระหว่างพระโขนง สีขาวอ่อนเหมือนนุ่น (๓๒) ทรงมีพระเศียรงดงามดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์ (ที.ปา. ๑๑/๑๙๙/ ๑๒๓๑๒๗)
สิทฺธตฺถํ โลกปชฺโชตํ อปฺปเมยฺยํ อโนปมํ
อลตฺถํ ปรมํ ปีตึ ทิสฺวา ทนฺตํ ชุตินฺธรํ.
พระนามว่าสิทธัตถะ ดังดวงประทีปส่องโลกให้สว่างโชติช่วง ผู้มีพระคุณหาประมาณมิได้ หาใครเปรียบเทียบมิได้ ทรงฝึกฝนพระองค์แล้ว ทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรือง ข้าพเจ้าได้เห็นแล้ว ได้ปีติอย่างยิ่ง
สมฺพุทฺธํ อภินาเมตฺวา โภชยินฺตํ มหามุนึ
มุนิ การุณิโก โลเก <427> อนุโมทิ มมํ ตทา.
ข้าพเจ้าถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว นิมนต์พระองค์ผู้เป็นมหามุนีให้เสวยแล้ว พระมุนีทรงประกอบด้วยพระกรุณาในโลก ทรงอนุโมทนาแก่ข้าพเจ้าในครั้งนั้น
ตสฺมึ มหาการุณิเก ปรมสฺสาสการเก
พุทฺเธ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา กปฺปํ สคฺคมฺหิ โมทหํ.
ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา ผู้ทรงก่อให้เกิดความชื่นชมอย่างยิ่ง บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัปหนึ่ง
จตุนวุเต อิโต <428> กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ภิกฺขาทานสฺสิทํ ผลํ.
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภิกษา
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิ จ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ.
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อนฺนสํสาวโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ.
อนฺนสํสาวกตฺเถรสฺส อปทานํ ปญฺจมํ สมตฺตํ.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แลได้ทราบว่า ท่านพระอันนสังสาวกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
อันนสังสาวกเถราปทานที่ ๕ จบ
จบ ๕. อันนสังสาวกเถราปทาน (๒๕)