arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · คันโธทกวรรค

๗. ติณกุฏิทายกเถราปทาน (๓๓๗) เล่ม ๓๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๓๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในคันโธทกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน คันโธทกวรรค ติณกุฏิทายกเถราปทาน (๓๓๗) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๒)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๒ หน้า ๕๒๑–๕๒๓

หน้า ๕๒๑

[๗๐] เพราะเราแผ้วถางที่พระสถูปพระพุทธเจ้า ความอัศจรรย์อย่างอื่นยังมีอีก คือ จิตของเราเป็นธรรมชาติบริสุทธิ์ มีอารมณ์เดียวตั้งมั่นด้วยดี[๗๑] เพราะเราแผ้วถางที่พระสถูปพระพุทธเจ้า ความอัศจรรย์อย่างอื่นยังมีอีก คือ เรานั่งบนอาสนะเดียว ได้บรรลุอรหัต[๗๒] ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ เราได้ทำกรรมใดไว้ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการแผ้วถาง[๗๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระปภังกรเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ ปภังกรเถราปทานที่ ๖

๗. ติณกุฏิทายกเถราปทาน

บุพประวัติของพระติณกุฏิทายกเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการถวายกุฏิหญ้า

(ท่านพระติณกุฏิทายกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๓๓๙} [๗๔] เราเป็นคนรับจ้างทำงานให้คนอื่น ประกอบการงานของคนอื่น อาศัยอาหารของคนอื่น อยู่ในนครพันธุมดี

หน้า ๕๒๒

[๗๕] ในกาลนั้น เราอยู่ในที่สงัดคิดอย่างนี้ว่า “พระพุทธเจ้าเสด็จ อุบัติขึ้นแล้วในโลก แต่การก่อสร้างบุญกุศลของเรายังไม่มี[๗๖] บัดนี้ เป็นเวลาสมควรที่เราจะชำระคติ ถึงเวลาของเราแล้ว การถูกต้องนรกเป็นทุกข์แก่สัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีบุญเป็นแน่แท้”[๗๗] ครั้นเราติดอย่างนี้แล้วจึงเข้าไปหาเจ้าของการงาน ขอหยุด การงานวันหนึ่งแล้วเข้าไปยังป่าใหญ่

[๗๘] ในกาลนั้น เราขนเอาหญ้า ไม้ และเถาวัลย์มาแล้ว ตั้งเสาไม้ ขึ้นสามต้น ได้สร้างเป็นกุฏิหญ้า

[๗๙] เราได้มอบถวายกุฏินั้นเพื่อประโยชน์แก่สงฆ์ แล้วกลับมาหา เจ้าของการงานในวันนั้นนั่นแล

[๘๐] ด้วยกุศลกรรมที่เราทำแล้วนั้น เราได้ไปสู่ดาวดึงส์ วิมานที่ถูก สร้างอย่างดีเพื่อเราในดาวดึงส์นั้นอันบุญกรรมเนรมิตให้เพราะกุฏิหญ้า[๘๑] ปราสาท ๑๐๐ ชั้น สูง ๑,๐๐๐ ชั่วลูกธนู สะพรั่งไปด้วยธง พราว ไปด้วยแก้วมณีสีเขียว และป้อม ๑๐๐,๐๐๐ ป้อม ปรากฏในวิมานของเรา[๘๒] เราอุบัติ ณ กำเนิดใด ๆ คือ เป็นเทวดาหรือเป็นมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้น ๆ ปราสาท (ดังจะ)รู้ความดำริของเราผุดขึ้นตั้งอยู่[๘๓] ความกลัว ความครั่นคร้าม หรือขนลุกชูชันย่อมไม่มีแก่เรา เราไม่รู้สึกความสะดุ้งหวาดเสียวเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายกุฏิหญ้า[๘๔] ราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลือง หมี หมาป่า และเสือดาวทั้งปวง ย่อมละเว้นเรา นี้เป็นผลแห่งการถวายกุฏิหญ้า

หน้า ๕๒๓

[๘๕] สัตว์เลื้อยคลาน ภูตผีปีศาจ งู กุมภัณฑ์ และผีเสื้อนํ้า แม้เหล่านั้นก็ละเว้นเรา นี้เป็นผลแห่งการถวายกุฏิหญ้า[๘๖] เราระลึกไม่ได้ว่าได้เห็นความฝันร้าย สติของเราตั้งมั่น นี้เป็น ผลแห่งการถวายกุฏิหญ้า

[๘๗] เราได้เสวยสมบัติเพราะการถวายกุฏิหญ้านั้นแล้ว ได้ทำธรรม ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าโคดม ให้แจ้งชัดแล้ว[๘๘] ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ทำกรรมใดไว้ในกาลนั้น ด้วยผลกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายกุฏิหญ้า[๘๙] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้แลนัยว่า ท่านพระติณกุฏิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้แล

จบ ติณกุฏิทายกเถราปทานที่ ๗

๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน

บุพประวัติของพระอุตตเรยยทายกเถระ

ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้า

(ท่านพระอุตตเรยยทายกเถระได้กล่าวบุพประวัติของตนไว้ว่า)

{๓๔๐} [๙๐] ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์ผู้เป็นปราชญ์ ทรงจำมนต์ รู้จบ ไตรเพทอยู่ในพระนครหังสวดี

จบ ๗. ติณกุฏิทายกเถราปทาน (๓๓๗)