พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ทุกนิบาต · สิคาลวรรค
๑. สัพพทาฐิชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๓๒–๓๓๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในสิคาลวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สิคาลวรรค สัพพทาฐิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๑๒๗–๑๒๗
๑๐. สิคาลวรรค
๑. สัพพทาฐิชาดก (๒๔๑)
ว่าด้วยผู้มีบริวารมากเป็นใหญ่ได้
(พระบรมศาสดาครั้นทรงแสดงพระธรรมเทศนานี้แล้วตรัสสรุปว่า)
{๓๓๒} [๓๓๒] สุนัขจิ้งจอกผู้กระด้างด้วยมานะและมีความต้องการด้วยบริวาร ได้บรรลุถึงสมบัติใหญ่จึงเป็นราชาแห่งสัตว์มีเขี้ยวงาทั้งปวง ฉันใด{๓๓๓} [๓๓๓] ในหมู่มนุษย์ก็ฉันนั้น ผู้ใดมีบริวารมาก ผู้นั้นแลย่อมได้เป็น ใหญ่ในบริวารเหล่านั้น ดุจสุนัขจิ้งจอกได้เป็นราชาแห่งสัตว์ มีเขี้ยวงาทั้งหลายฉะนั้น
๒. สุนขชาดก (๒๔๒)
ว่าด้วยผู้ฉลาดย่อมช่วยตัวเองได้
(พระโพธิสัตว์เห็นสุนัขถูกล่ามไว้ จึงกล่าวว่า)
{๓๓๔} [๓๓๔] สุนัขตัวใดไม่ยอมกัดเชือกหนังให้ขาด สุนัขตัวนั้นช่างโง่เขลาแท้ สุนัขควรจะเปลื้องตนเสียจากเครื่องผูก กินเชือกหนังเสียให้อิ่ม แล้วจึงค่อยกลับไปยังที่อยู่ของตน(สุนัขได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวว่า)
{๓๓๕} [๓๓๕] คำที่ท่านกล่าวนี้ฝังอยู่ในหัวใจของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าได้จำไว้ ในใจแล้ว ข้าพเจ้าขอรอเวลาจนกว่าผู้คนจะหลับ
จบ ๑. สัพพทาฐิชาดก