arnon.worldเข้าสู่ระบบ

อสทิสวรรค

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๑๑–๒๓๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในทุกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๔ อสทิสวคฺโค

๑ อสทิสชาตกํ

๔. อสทิสวรรค

๑. อสทิสชาดก

ว่าด้วยอสทิสกุมาร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อสทิสวรรค อสทิสชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ธนุคฺคโห อสทิโส ราชปุตฺโต มหพฺพโล

ทูเร ปาตี อกฺขณเวธี มหากายปฺปทาลโน ฯ

ฉบับหลวง

เจ้าชายพระนามว่าอสทิสกุมาร เป็นนักธนู มีกำลังมาก ยิงธนูให้ไปตกในที่ไกลๆ ได้ ยิงไม่ค่อยพลาด สามารถทำลายของกองใหญ่ๆ ได้.

บาลี (สยามรัฐ)

สพฺพามิตฺเต รณํ กตฺวา น จ กิญฺจิ วิเหฐยิ

ภาตรํ โสตฺถึ กตฺวาน สญฺญมํ อชฺฌุปาคมีติ ฯ

อสทิสชาตกํ ปฐมํ ฯ

ฉบับหลวง

พระองค์ทรงทำการรบให้ข้าศึกทั้งปวงหนีไป แต่มิได้เบียดเบียนใครๆเลย ทรงทำพระกนิฏฐภาดาให้มีความสวัสดีแล้ว ก็เข้าถึงความสำรวม.

จบ อสทิสชาดกที่ ๑.

๒ สงฺคามาวจรชาตกํ

๒. สังคามาวจรชาดก

ว่าด้วยช้างเข้าสงคราม

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อสทิสวรรค สังคามาวจรชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

สงฺคามาวจโร สูโร พลวา อิติ วิสฺสุโต

กินฺนุ โตรณมาสชฺช ปฏิกฺกมสิ กุญฺชร ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรกุญชร ท่านปรากฏว่า เป็นผู้เคยเข้าสู่สงคราม มีความแกล้วกล้ามีกำลังมาก เข้ามาใกล้เขื่อนประตูแล้ว เหตุไรจึงถอยกลับเสียเล่า?

บาลี (สยามรัฐ)

โอมทฺท ขิปฺปํ ปลีฆํ เอสิกานิ จ อุพฺพห ๑

โตรณานิ จ มทฺทิตฺวา ขิปฺปํ ปวิส กุญฺชราติ ฯ

สงฺคามาวจรชาตกํ ทุติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรกุญชร ท่านจงหักล้างลิ่มกลอน ถอนเสาระเนียด และทำลายเขื่อนทั้งหลายแล้ว เข้าประตูให้ได้โดยเร็วเถิด.

จบ สังคามาวจรชาดกที่ ๒.

๓ วาโลทกชาตกํ

๓. วาโลทกชาดก

ว่าด้วยน้ำหาง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อสทิสวรรค วาโลทกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

วาโลทกํ อปฺปรสํ นิหีนํ

ปิตฺวา มโท ชายติ คทฺรภานํ

อิมญฺจ ปิตฺวาน รสํ ปณีตํ

มโท น สญฺชายติ สินฺธวานํ ฯ

ฉบับหลวง

(พระราชาตรัสถามว่า) ความเมาย่อมเกิดแก่ลาทั้งหลาย เพราะดื่มกินน้ำหาง มีรสน้อย เป็นน้ำเลว แต่ความเมาย่อมไม่เกิดแก่ม้าสินธพเพราะดื่มกินน้ำมีรสอร่อย ประณีต.

บาลี (สยามรัฐ)

อปฺปมฺปิวิตฺวาน นิหีนชจฺโจ

โส มชฺชตี เตน ชนินฺท ผุฏฺโฐ ๒

โธรยฺหสีลี จ กุลมฺหิ ชาโต

น มชฺชตี อคฺครสํ ปิวิตฺวาติ ฯ

วาโลทกชาตกํ ตติยํ ฯ

ฉบับหลวง

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า) ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชน สัตว์ผู้มีชาติอันเลวทราม ดื่มกินน้ำมีรสน้อย อันรสนั้นถูกต้องแล้ว ย่อมเมาส่วนสัตว์ผู้มีปกติทำธุระให้สำเร็จได้ เกิดในตระกูลสูง ดื่มกินรสอันเลิศแล้ว ก็ไม่เมา.

จบ วาโลทกชาดกที่ ๓.

๔ คิริทตฺตชาตกํ

๔. คิริทัตตชาดก

ว่าด้วยการเอาอย่าง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อสทิสวรรค คิริทัตตชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ทูสิโต คิริทตฺเตน ๓ หโย สามสฺส ปณฺฑโว

โปราณํ ปกตึ หิตฺวา ตสฺเสวานุวิธิยฺยติ ฯ

๑ ม. อพฺพห ฯ ๒ ม. ปุฏฺโฐ ฯ ๓ ยุ. คิริทนฺเตน ฯ

ฉบับหลวง

(พระโพธิสัตว์กราบทูลพระราชาว่า) ม้าชื่อปัณฑวะของพระเจ้าสามะถูกนายควาญม้าชื่อคิริทัตต์ประทุษร้าย จึงละปกติเดิมของตน ศึกษาเอาอย่างนายควาญม้านั่นเอง.

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ จ ตนุโช โปโส สิงฺคาราการกปฺปิโต ๑

อานเน ตํ คเหตฺวาน มณฺฑเล ปริวตฺตเย

ขิปฺปเมว ปหนฺตฺวาน ตสฺเสวานุวิธิยฺยตีติ ฯ

คิริทตฺตชาตกํ จตุตฺถํ ฯ

ฉบับหลวง

ถ้าบุรุษผู้บริบูรณ์ด้วยอาการอันงดงาม สมควรแก่ม้านั้น ตบแต่งร่างกายงดงาม จับจูงม้านั้นที่บังเหียนพาเวียนไปรอบๆ สนามม้าไซร้ ไม่ช้าเท่าไร ม้านี้ก็จะละความเป็นกระจอกเสีย ศึกษาเอาอย่างบุรุษนั้นเทียว.

จบ คิริทัตตชาดกที่ ๔.

๕ อนภิรติชาตกํ

๕. อนภิรติชาดก

ว่าด้วยจิตขุ่นมัว-ไม่ขุ่นมัว

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อสทิสวรรค อนภิรติชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ยโถทเก อาวิเล อปฺปสนฺเน

น ปสฺสติ สิปฺปิกสมฺพุกญฺจ

สกฺขรํ วาลุกํ มจฺฉคุมฺพํ

เอวํ อาวิลมฺหิ จิตฺเต

น โส ปสฺสติ อตฺตทตฺถํ ปรตฺถํ ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อน้ำขุ่นมัว ไม่ใส บุคคลย่อมไม่แลเห็นหอยกาบ หอยโข่ง กรวดทราย และฝูงปลา ฉันใด เมื่อจิตขุ่นมัว บุคคลก็ย่อมไม่เห็นประโยชน์ตน และประโยชน์ผู้อื่น ฉันนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ยโถทเก อจฺเฉ วิปฺปสนฺเน

โส ปสฺสติ สิปฺปิกสมฺพุกญฺจ

สกฺขรํ วาลุกํ มจฺฉคุมฺพํ

เอวํ อนาวิลมฺหิ จิตฺเต

โส ปสฺสติ อตฺตทตฺถํ ปรตฺถนฺติ ฯ

อนภิรติชาตกํ ปญฺจมํ ฯ

___________

๑ สี. ม. สิขราการกปฺปิโต ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อน้ำไม่ขุ่นมัว ใสบริสุทธิ์ บุคคลย่อมแลเห็นหอยกาบ หอยโข่งกรวด ทราย และฝูงปลา ฉันใด เมื่อจิตไม่ขุ่นมัว บุคคลก็ย่อมเห็นประโยชน์ตน และประโยชน์ผู้อื่น ฉันนั้น.

จบ อนภิรติชาดกที่ ๕.

๖ ทธิวาหนชาตกํ

๖. ทธิวาหนชาดก

ว่าด้วยพระเจ้าทธิวาหนะ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อสทิสวรรค ทธิวาหนชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

วณฺณคนฺธรสูเปโต อมฺโพยํ อหุวา ปุเร

ตเมว ปูชํ ลภมาโน เกนมฺโพ กฏุกปฺผโล ฯ

ฉบับหลวง

(พระเจ้าทธิวาหนะตรัสถามว่า) แต่ก่อนมา มะม่วงต้นนี้บริบูรณ์ด้วยสีกลิ่น และรส ได้รับการบำรุงอยู่เช่นเดิม เหตุไรจึงมีผลขื่นขมไปเล่า?

บาลี (สยามรัฐ)

ปุจิมนฺทปริวาโร อมฺโพ เต ทธิวาหน

มูลํ มูเลน สํสฏฺฐํ สาขา สาขํ นิเสวเร ๑

อสาตสนฺนิวาเสน เตนมฺโพ กฏุกปฺผโลติ ฯ

ทธิวาหนชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ

ฉบับหลวง

(พระโพธิสัตว์ทูลว่า) ข้าแต่พระเจ้าทธิวาหนะ มะม่วงของพระองค์มีต้นสะเดาแวดล้อมอยู่ รากต่อรากเกี่ยวพันกัน กิ่งต่อกิ่งเกี่ยวประสานกัน เหตุที่อยู่ร่วมกันกับต้นสะเดาที่มีรสขม มะม่วงจึงมีผลขมไปด้วย.

จบ ทธิวาหนชาดกที่ ๖.

๗ จตุมฏฺฐชาตกํ

๗. จตุมัฏฐชาดก

ผู้เลวทราม ๔ อย่าง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อสทิสวรรค จตุมัฏฐชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อุจฺเจ วิฏปิมารุยฺห มนฺตยโวฺห รโหคตา

นีเจ โอรุยฺห มนฺตโวฺห มิคราชาปิ โสสฺสติ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านทั้งสองพากันขึ้นไปบนค่าคบไม้อันสูง อยู่ในที่ลับแล้วปรึกษากันเชิญท่านลงมาปรึกษากันในที่ต่ำเถิด พระยาเนื้อจักได้ฟังบ้าง.

บาลี (สยามรัฐ)

ยํ สุปณฺโณ สุปณฺเณน ๒ เทโว เทเวน มนฺตเย

กึ ตตฺถ ๓ จตุมฏฺฐสฺส วิลํ ปวิส ชมฺพุกาติ ฯ

จตุมฏฺฐชาตกํ สตฺตมํ ฯ

ฉบับหลวง

สุบรรณกับสุบรรณเขาปรึกษากัน เทวดากับเทวดาเขาพูดกันในเรื่องนี้จะมีประโยชน์อะไรแก่สุนัขจิ้งจอกเลวทราม ๔ อย่าง (สรีระ ๑ ชาติ ๑เสียง ๑ คุณ ๑) เล่า แน่ะสุนัขจิ้งจอกตัวชาติชั่ว เจ้าจงเข้าไปสู่ปล่องเถิด.

จบ จตุมัฏฐชาดกที่ ๗.

๘ สีหโกตฺถุกชาตกํ

๘. สีหโกตถุกชาดก

ตัวเหมือนราชสีห์แต่เสียงไม่เหมือน

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อสทิสวรรค สีหโกตถุกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

สีหงฺคุลิ สีหนโข สีหปาทปฺปติฏฺฐิโต

โส สีโห สีหสงฺฆมฺหิ เอโก นทติ อญฺญถา ฯ

๑ ม. นิวีสเร ฯ ๒ ม. ยํ สุวณฺโณ สุวณฺเณน ฯ ๓ ม. กึเตตฺถ ฯ

ฉบับหลวง

ราชสีห์ตัวนั้น นิ้วก็นิ้วราชสีห์ เล็บก็เล็บราชสีห์ ยืนก็ยืนด้วยเท้าราชสีห์มีอยู่ตัวเดียวในหมู่ราชสีห์ ย่อมบรรลือด้วยเสียงอีกอย่างหนึ่ง.

บาลี (สยามรัฐ)

มา ตฺวํ นทิ ราชปุตฺต อปฺปสทฺโท วเน วส

สเรน โข ตํ ชาเนยฺยุํ น หิ เต เปตฺติโก สโรติ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรเจ้าเป็นบุตรแห่งราชสีห์ เจ้าอย่าบรรลือเสียงอีกเลย จงมีเสียงเบาๆ อยู่ในป่า เขาทั้งหลายพึงรู้จักเจ้าด้วยเสียงนั่นแหละ เพราะเสียงของเจ้า ไม่เหมือนกับเสียงราชสีห์ผู้เป็นบิดา.

จบ สีหโกตถุกชาดกที่ ๘.

สีหโกตฺถุกชาตกํ อฏฺฐมํ

๙ สีหจมฺมชาตกํ

๙. สีหจัมมชาดก

ลาปลอมเป็นราชสีห์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อสทิสวรรค สีหจัมมชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

เนตํ สีหสฺส นทิตํ น พยคฺฆสฺส น ทีปิโน

ปารุโต สีหจมฺเมน ชมฺโม นทติ คทฺรโภ ฯ

ฉบับหลวง

นี่ไม่ใช่เสียงบรรลือของราชสีห์ ไม่ใช่เสียงบรรลือของเสือโคร่ง ไม่ใช่เสียงบรรลือของเสือเหลือง ลาผู้ลามกคลุมตัวด้วยหนังราชสีห์บรรลือเสียง.

บาลี (สยามรัฐ)

จิรมฺปิโข ตํ ขาเทยฺย คทฺรโภ หริตํ ยวํ

ปารุโต สีหจมฺเมน รวมาโนว ทูสยีติ ฯ

สีหจมฺมชาตกํ นวมํ ฯ

ฉบับหลวง

ลาเอาหนังราชสีห์คลุมตัว เที่ยวกินข้าวกล้านานมาแล้ว ร้องให้เขารู้ว่า เป็นตัวลา ได้ประทุษร้ายตนเองแล้ว.

จบ สีหจัมมชาดกที่ ๙.

๑๐ สีลานิสํสชาตกํ

๑๐. สีลานิสังสชาดก

ว่าด้วยอานิสงส์ศีล

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อสทิสวรรค สีลานิสังสชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ปสฺส สทฺธาย สีลสฺส จาคสฺส จ อยํ ผลํ

นาโค นาวาย วณฺเณน สทฺธํ วหตุปาสกํ ฯ

ฉบับหลวง

จงดูผลของศรัทธา ศีล และจาคะ นี้เถิด พระยานาคนิรมิตเพศเป็นเรือ พาอุบาสกผู้มีศรัทธาไป.

บาลี (สยามรัฐ)

สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ

สตํ หิ สนฺนิวาเสน โสตฺถึ คจฺฉติ นฺหาปิโตติ ฯ

สีลานิสํสชาตกํ ทสมํ ฯ

อสทิสวคฺโค จตุตฺโถ ฯ

___________

ตสฺสุทฺทานํ

ธนุคฺคห กุญฺชร อปฺปรโส

คิริทตฺต มนาวิลจิตฺตวรํ

ทธิวาหน ชมฺพุก สีหนโข

หริตยว นาควเรน ทส ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลพึงสมาคมกับสัตบุรุษทั้งหลายเถิด พึงทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษทั้งหลายเถิด ด้วยว่าช่างกัลบกถึงความสวัสดีได้ ก็เพราะการอยู่ร่วมกับสัตบุรุษทั้งหลาย.

จบ สีลานิสังสชาดกที่ ๑๐.

จบ อสทิสวรรคที่ ๔.

_________________

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อสทิสชาดก ๒. สังคามาวจรชาดก

๓. วาโลทกชาดก ๔. คิริทัตตชาดก

๕. อนภิรติชาดก ๖. ทธิวาหนชาดก

๗. จตุมัฏฐชาดก ๘. สีหโกตถุกชาดก

๙. สีหจัมมชาดก ๑๐. สีลานิสังสชาดก.

จบ อสทิสวรรค