arnon.worldเข้าสู่ระบบ

สันถวรรค

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๑–๑๙๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในทุกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๒ สนฺถววคฺโค

๑ อินฺทสมานโคตฺตชาตกํ

๒. สันถวรรค

๑. อินทสมานโคตตชาดก

ว่าด้วยการสมาคมกับสัตบุรุษ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สันถวรรค อินทสมานโคตตชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

น สนฺถวํ กาปุริเสน กยิรา

อริโยนริเยน ปชานมตฺถํ

จิรานุวุฏฺโฐปิ กโรติ ปาปํ

คโช ยถา อินฺทสมานโคตฺตํ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลไม่พึงทำความสนิทสนมกับบุรุษชั่วช้า ท่านผู้เป็นอริยะ รู้ประโยชน์อยู่ ไม่พึงทำความสนิทสนมกับอนารยชน เพราะอนารยชนนั้น แม้อยู่ร่วมกันเป็นเวลานาน ก็ย่อมทำบาปกรรม ดุจช้างผู้ทำลายล้างดาบสชื่ออินทสมานโคตร ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ยเทว ๑ ชญฺญา สทิโส มมนฺติ

สีเลน ปญฺญาย สุเตน จาปิ

เตเนว เมตฺตึ กยิราถ สทฺธึ

สุโข หเว ๒ สปฺปุริเสน สงฺคโมติ ฯ

อินฺทสมานโคตฺตชาตกํ ปฐมํ ฯ

___________

๑ ม. ยํ เตฺวว ฯ ๒ สี. ม. สุขาวโห ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลพึงรู้บุคคลใดว่า ผู้นี้เช่นเดียวกับเรา โดยศีล ปัญญา และสุตะพึงทำไมตรีกับบุคคลนั้นนั่นแล เพราะการสมาคมกับสัตบุรุษนำมาซึ่งความสุขแท้.

จบ อินทสมานโคตตชาดกที่ ๑.

๒ สนฺถวชาตกํ

๒. สันถวชาดก

ว่าด้วยความสนิทสนม

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สันถวรรค สันถวชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

น สนฺถวสฺมา ปรมตฺถิ ปาปิโย

โย สนฺถโว กาปุริเสน โหติ

สนฺตปฺปิโต สปฺปินา ปายาเสน

กิจฺฉา กตํ ปณฺณกุฏึ อทฑฺฒหิ ๑ ฯ

ฉบับหลวง

สิ่งอื่นที่จะชั่วช้ายิ่งขึ้นไปกว่าความสนิทสนมเป็นไม่มี ความสนิทสนมกับบุรุษเลวทราม เป็นความชั่วช้า เพราะไฟนี้เราให้อิ่มหนำแล้วด้วยสัปปิและข้าวปายาส ยังไหม้บรรณศาลาที่เราทำได้ยากให้พินาศ.

บาลี (สยามรัฐ)

น สนฺถวสฺมา ปรมตฺถิ เสยฺโย

โย สนฺถโว สปฺปุริเสน โหติ

สีหสฺส พยคฺฆสฺส จ ทีปิโน จ

สามา มุขํ เลหติ สนฺถเวนาติ ฯ

สนฺถวชาตกํ ทุติยํ ฯ

ฉบับหลวง

สิ่งอื่นที่จะประเสริฐยิ่งไปกว่าความสนิทสนมเป็นไม่มี ความสนิทสนมกับสัตบุรุษ เป็นความประเสริฐ สามามฤคีเลียปากราชสีห์ เสือโคร่งและเสือเหลืองได้ ก็เพราะความรักใคร่สนิทสนมกัน.

จบ สันถวชาดกที่ ๒.

๓ สุสีมชาตกํ

๓. สุสีมชาดก

ว่าด้วยพระเจ้าสุสีมะ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สันถวรรค สุสีมชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

กาฬา มิคา เสตทนฺตา ตวีเม

ปโรสตํ เหมชาลาภิฉนฺนา

เต เต ททามีติ สุสีม พฺรูสิ

อนุสฺสรํ เปตฺติปิตามหานํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระนามว่าสุสีมะ ช้างประมาณ ๑๐๐ เชือกเศษนี้ประดับด้วยข่ายทอง เป็นของพระองค์ พระองค์ทรงระลึกถึงการกระทำแห่งพระบิดา และพระอัยยกาของพระองค์อยู่เนืองๆ ตรัสว่า เราจะให้ช้างเหล่านั้นแก่พราหมณ์เหล่าอื่น ดังนี้ เป็นความจริงหรือ พระเจ้าข้า?

บาลี (สยามรัฐ)

กาฬา มิคา เสตทนฺตา มมีเม

ปโรสตํ เหมชาลาภิฉนฺนา

เต เต ททามีติ วทามิ มาณว

อนุสฺสรํ เปตฺติปิตามหานนฺติ ฯ

สุสีมชาตกํ ตติยํ ฯ

๑ ม. อทยฺหิ ฯ ยุ. อทฏฺฐหิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพ่อมาณพ ช้างประมาณ ๑๐๐ เชือกเศษนี้ประดับด้วยข่ายทอง ซึ่งเป็นของเรา เราระลึกถึงการกระทำแห่งพระบิดา และพระอัยยกาอยู่เนืองๆ พูดว่า เราจะให้ช้างเหล่านั้นแก่พราหมณ์เหล่าอื่น ดังนี้ เป็นความจริง.

จบ สุสีมชาดกที่ ๓.

๔ คิชฺฌชาตกํ

๔. คิชฌชาดก

ว่าด้วยสายตาแร้ง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สันถวรรค คิชฌชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ยนฺนุ คิชฺโฌ โยชนสตํ กุณปานิ อเวกฺขติ

กสฺมา ชาลญฺจ ปาสญฺจ อาสชฺชาปิ น พุชฺฌสิ ฯ

ฉบับหลวง

เออก็ (เขากล่าวกันว่า) แร้งย่อมเห็นซากศพทั้งหลายได้ถึงร้อยโยชน์เหตุไร ท่านมาถึงข่ายและบ่วงจึงไม่รู้เล่า?

บาลี (สยามรัฐ)

ยทา ปราภโว โหติ โปโส ชีวิตสงฺขเย

อถ ชาลญฺจ ปาสญฺจ อาสชฺชาปิ น พุชฺฌตีติ ฯ

คิชฺฌชาตกํ จตุตฺถํ ฯ

ฉบับหลวง

ความเสื่อมจะมีในเวลาใด สัตว์ใกล้จะสิ้นชีวิตในเวลาใด ในเวลานั้นถึงจะมาใกล้ข่าย และบ่วงก็รู้ไม่ได้ ฯ

จบ คิชฌชาดกที่ ๔.

๕ นกุลชาตกํ

๕. นกุลชาดก

ว่าด้วยอย่าวางใจมิตร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สันถวรรค นกุลชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

สนฺธึ กตฺวา อมิตฺเตน อณฺฑเชน ชลาพุช

วิวริย ทาฐํ สยสิ ๑ กุโต เต ภยมาคตํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพังพอน ท่านได้ทำมิตรภาพกับงูผู้เป็นศัตรูแล้ว ไฉนจึงยังนอนแยกเขี้ยวอยู่อีกเล่า ภัยที่ไหนจะมาถึงแก่ท่านอีก?

บาลี (สยามรัฐ)

สงฺเกเถว อมิตฺตสฺมึ มิตฺตสฺมิมฺปิ น วิสฺสเส

อภยา ภยมุปฺปนฺนํ อปิ มูลานิ กนฺตตีติ ฯ

นกุลชาตกํ ปญฺจมํ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลพึงระแวงในศัตรูไว้ แม้ในมิตรก็ไม่ควรวางใจ ภัยเกิดขึ้นแล้วจากมิตร ย่อมตัดมูลรากทั้งหลายเสีย.

จบ นกุลชาดกที่ ๕.

๖ อุปสาฬฺหกชาตกํ

๖. อุปสาฬหกชาดก

ว่าด้วยคุณธรรมที่ไม่ตายไปจากโลก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สันถวรรค อุปสาฬหกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อุปสาฬฺหกนามานํ ๒ สหสฺสานิ จตุทฺทส

อสฺมึ ปเทเส ทฑฺฒานิ นตฺถิ โลเก อนามตํ ฯ

๑ ม. เสสิ ฯ ๒ ม. อุปฬาฬฺหกนามานิ ฯ

ฉบับหลวง

พราหมณ์ชื่อว่าอุปสาฬหกทั้งหลาย ถูกญาติทั้งหลายเผาเสียในประเทศนี้ประมาณหมื่นสี่พันชาติแล้ว สถานที่อันใครๆ ไม่เคยตายแล้ว ย่อมไม่มีในโลก.

บาลี (สยามรัฐ)

ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ อหึสา สญฺญโม ทโม

เอตทริยา เสวนฺติ เอตํ โลเก อนามตนฺติ ฯ

อุปสาฬฺหกชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ

ฉบับหลวง

สัจจะ ๑ ธรรม ๑ อหิงสา ๑ สัญญมะ ๑ ทมะ ๑ มีอยู่ในบุคคลใดพระอริยะทั้งหลายย่อมคบหาบุคคลนั้น คุณชาตินี้แลชื่อว่า ไม่ตายในโลก.

จบ อุปสาฬหกชาดกที่ ๖.

๗ สมิทฺธิชาตกํ

๗. สมิทธิชาดก

ว่าด้วยการไม่รู้เวลาตาย

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สันถวรรค สมิทธิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อภุตฺวา ภิกฺขสิ ภิกฺขุ น หิ ภุตฺวาน ภิกฺขสิ

ภุตฺวาน ภิกฺขุ ภิกฺขสฺสุ มา ตํ กาโล อุปจฺจคา ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุ ท่านยังไม่ทันได้บริโภคกามเลย มาเที่ยวภิกษาเสีย ท่านจะบริโภคกามเสียก่อนแล้วจึงเที่ยวภิกษาไม่ดีหรือ ดูกรภิกษุ ท่านจงบริโภคกามเสียก่อนแล้วจึงเที่ยวภิกษาเถิด เวลาบริโภคกามอย่าล่วงเลยท่านไปเสียเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

กาลํ โวหํ น ชานามิ ฉนฺโน กาโล น ทิสฺสติ

ตสฺมา อภุตฺวา ภิกฺขามิ มา มํ กาโล อุปจฺจคาติ ฯ

สมิทฺธิชาตกํ สตฺตมํ ฯ

ฉบับหลวง

เรารู้เวลาตายไม่ได้โดยแท้ เวลาตายยังปกปิดอยู่ หาปรากฏไม่ เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่บริโภคกามแล้วเที่ยวภิกษา เวลากระทำสมณธรรมอย่าล่วงเลยเราไปเสีย.

จบ สมิทธิชาดกที่ ๗.

๘ สกุณคฺฆิชาตกํ

๘. สกุณัคฆิชาดก

ว่าด้วยเหยี่ยวนกเขา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สันถวรรค สกุณัคฆิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

เสโน พลสา ปตมาโน ลาปํ โคจรฏฺฐายินํ

สหสา อชฺฌปตฺโตว มรณํ เตนุปาคมิ ฯ

ฉบับหลวง

เหยี่ยวนกเขาบินโผลงด้วยกำลัง หมายใจว่า จะเฉี่ยวเอานกมูลไถ ซึ่งจับอยู่ที่ชายดงเพื่อหาเหยื่อ โดยฉับพลัน เพราะเหตุนั้น จึงถึงความตาย.

บาลี (สยามรัฐ)

โสหํ นเยน สมฺปนฺโน เปตฺติเก โคจเร รโต

อเปตสตฺตุ โมทามิ สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโนติ ฯ

สกุณคฺฆิชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ

ฉบับหลวง

เรานั้น เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยอุบาย ยินดีแล้วในโคจรอันเนื่องมาแต่บิดาเห็นอยู่ซึ่งประโยชน์ของตน จึงหลีกพ้นไปจากศัตรู ย่อมเบิกบานใจ.

จบ สกุณัคฆิชาดกที่ ๘.

๙ อรกชาตกํ

๙. อรกชาดก

ว่าด้วยการแผ่เมตตา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สันถวรรค อรกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

โย เว เมตฺเตน จิตฺเตน สพฺพโลกานุกมฺปติ

อุทฺธํ อโธ จ ติริยญฺจ อปฺปมาเณน สพฺพโส ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใดแล ย่อมอนุเคราะห์สัตว์โลกทั้งปวง ด้วยจิตเมตตาหาประมาณมิได้ ทั้งเบื้องบน เบื้องต่ำ และเบื้องขวาง โดยประการทั้งปวง.

บาลี (สยามรัฐ)

อปฺปมาณํ หิตํ จิตฺตํ ปริปุณฺณํ สุภาวิตํ

ยํ ปมาณํ กตํ ๑ กมฺมํ น ตํ ตตฺราวสิสฺสตีติ ฯ

อรกชาตกํ นวมํ ฯ

ฉบับหลวง

จิตเกื้อกูลหาประมาณมิได้ เป็นจิตบริบูรณ์อัน ผู้นั้นอบรมดีแล้วกรรมใด ที่เขาทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลืออยู่ในจิตนั้น.

จบ อรกชาดกที่ ๙.

๑๐ กกณฺฏกชาตกํ

๑๐. กกัณฏกชาดก

ว่าด้วยกิ้งก่าได้ทรัพย์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต สันถวรรค กกัณฏกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

นายํ ปุเร อุนฺนมติ ๒ โตรณคฺเค กกณฺฏโก

มโหสธ วิชานาหิ เกน ถทฺโธ กกณฺฏโก ฯ

ฉบับหลวง

กิ้งก่าบนปลายเสาระเนียดนี้ ย่อมไม่อ่อนน้อมเหมือนเมื่อวันก่อน ดูกรมโหสถ ท่านจงรู้ว่า กิ้งก่ากระด้างเพราะเหตุไร?

บาลี (สยามรัฐ)

อลทฺธปุพฺพํ ลทฺธาน อฑฺฒมาสํ กกณฺฏโก

อติมญฺญติ ราชานํ เวเทหํ มิถิลคฺคหนฺติ ฯ

กกณฺฏกชาตกํ ทสมํ ฯ

สนฺถววคฺโค ทุติโย ฯ

___________

ตสฺสุทฺทานํ

อถ อินฺทสมาน สปณฺณกุฏิ

สุสิมุตฺตม คิชฺฌ ชลาพุชโก

อุปสาฬฺหก ภิกฺขุ สลาปวโร

อถ เมตฺตวโร ทส ปุณฺณมาติ ฯ

___________

๑ ม. ปมาณกตํ ฯ ๒ ม. อุณฺณมติ ฯ

ฉบับหลวง

กิ้งก่ามันได้ทรัพย์กึ่งมาสกซึ่งมันไม่เคยได้ จึงได้ดูหมิ่นพระเจ้าวิเทหราชผู้ครองเมืองมิถิลา.

จบ กกัณฏกชาดกที่ ๑๐.

จบ สันถวรรคที่ ๒.

_________________

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อินทสมานโคตตชาดก ๒. สันถวชาดก

๓. สุสีมชาดก ๔. คิชฌชาดก

๕. นกุลชาดก ๖. อุปสาฬหกชาดก

๗. สมิทธิชาดก ๘. สกุณัคฆิชาดก

๙. อรกชาดก ๑๐. กกัณฏกชาดก

จบ สันถวรรค