อุปาหนวรรค
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๑๑–๓๓๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในทุกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๙ อุปาหนวคฺโค
๑ อุปาหนชาตกํ
๙. อุปาหนวรรค
๑. อุปาหนชาดก
อนารยชนย่อมใช้ศิลปะในทางผิด
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อุปาหนวรรค อุปาหนชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ยถาปิ กีตา ปุริสสฺสุปาหนา
สุขสฺส อตฺถาย ทุขํ อุทพฺพเห
ฆมฺมาภิตตฺตา ตลสาว ปีฬิตา
ตสฺเสว ปาเท ปุริสสฺส ขาทเร ฯ
๑ ม. วิลปิ ฯ ๒ สี. ยุ. วิฬยฺหเส ฯ
รองเท้าที่คนซื้อมา เพื่อประโยชน์จะให้สบายเท้า กลับนำเอาความทุกข์มาให้ รองเท้านั้น ถูกแดดเผาบ้าง ถูกพื้นเท้าครูดสีบ้าง ก็กลับกัดเท้าของผู้นั้นนั่นแหละ ฉันใด.
เอวเมว โย ทุกฺกุลิโน อนริโย
ตุมฺหากํ วิชฺชญฺจ สุตญฺจ อาทิย
ตเมว โส ตตฺถ สุเตน ขาทติ
อนริโย วุจฺจตุปาหนูปโมติ ๑ ฯ
อุปาหนชาตกํ ปฐมํ ฯ
ผู้ใด เกิดในตระกูลต่ำ ไม่ใช่อารยชน เรียนวิชาและศิลปะมาจากสำนักอาจารย์ได้แล้ว ผู้นั้น ย่อมฆ่าตนเองด้วยศิลปะที่เรียนมาในสำนักของอาจารย์นั้น ฉันนั้น บุคคลนั้น บัณฑิตเรียกว่า ไม่ใช่อารยชน เปรียบด้วยรองเท้าที่ทำไม่ดี ฉะนั้น.
จบ อุปาหนชาดกที่ ๑.
๒ วีณาถูณชาตกํ
๒. วีณาถูณชาดก
รักคนผิด
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อุปาหนวรรค วีณาถูณชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
เอกจินฺติโต อยมตฺโถ พาโล อปริณายโก
น หิ ขุชฺเชน วาเมน โภติ สงฺคนฺตุมรหสิ ฯ
เรื่องนี้เจ้าคิดคนเดียว บุรุษเตี้ย ค่อม ผู้โง่เขลานี้ จะนำทางไปไม่ได้แน่ดูกรเจ้าผู้เจริญ เจ้าไม่สมควรจะไปกับบุรุษเตี้ยค่อมผู้นี้เลย.
ปุริสูสภํ มญฺญมานา อหํ ขุชฺชมกามยึ
โสยํ สงฺกุฏิโต เสติ ฉินฺนตนฺติ ยถา วิณาติ ฯ
วีณาถูณชาตกํ ทุติยํ ฯ
ดิฉันเข้าใจว่า บุรุษค่อมเป็นผู้องอาจ จึงได้รักใคร่บุรุษค่อมผู้นี้นอนตัวงออยู่ ดุจคันพิณที่มีสายขาดแล้ว ฉะนั้น.
จบ วีณาถูณชาดกที่ ๒.
๓ วิกณฺณกชาตกํ
๓. วิกัณณกชาดก
คนเห็นแก่อามิสย่อมเดือดร้อน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อุปาหนวรรค วิกัณณกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
กามํ ยหึ อิจฺฉสิ เตน คจฺฉ
วิทฺโธสิ มมฺมมฺหิ วิกณฺณเกน
หโตสิ ภตฺเตน สวาทิเตน ๒
โลโลว ๓ มจฺเฉ อนุพนฺธมาโน ฯ
เจ้าปรารถนาในที่ใด ก็จงไปในที่นั้นเถิด เจ้าเป็นผู้ถูกชะนักของเราแทงแล้ว เจ้าเป็นผู้โลภด้วยอาหารแท้ เมื่อติดตามปลาทั้งหลายมาก็ถูกอาหารมีเสียงกลองกำจัดเสียแล้ว.
เอวมฺปิ โลกามิสโมปตนฺโต
วิหญฺญติ จิตฺตวสานุวตฺตี
โส หญฺญติ ญาติสขาน มชฺเฌ
มจฺฉานุโค โสริว สสสุมาโรติ ฯ
วิกณฺณกชาตกํ ตติยํ ฯ
๑ ม. วุจฺจติ ทุปาหนูปโม ฯ ๒ ม. สุวาทิเตน ฯ ๓ ม. โลโล จ ฯ
บุคคลเห็นแก่โลกามิสแม้อย่างนี้ ชอบประพฤติตามอำนาจของจิต ย่อมเดือดร้อน เขาย่อมเดือดร้อนอยู่ในท่ามกลางหมู่ญาติและสหาย ดุจจระเข้ตัวติดตามปลาไปถูกแทง ฉะนั้น.
จบ วิกัณณกชาดกที่ ๓.
๔ อสิตาภุชาตกํ
๔. อสิตาภุชาดก
โลภมากลาภหาย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อุปาหนวรรค อสิตาภุชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ตฺวเมวทานิมกริ ๑ ยํ กาโม พฺยคมา ตยิ
โสยํ อปฺปฏิสนฺธิโก ขรา ฉินฺนํว เรนุกํ ๒ ฯ
พระองค์นั่นแหละ ได้กระทำเหตุอันนี้ ในบัดนี้ หม่อมฉันปราศจากความรักในพระองค์แล้ว ความรักนั้น ประสานกันอีกไม่ได้ ดุจงาช้างอันตัดขาดแล้วด้วยเลื่อย ฉะนั้น.
อตฺริจฺฉา ๓ อติโลเภน อติโลภมเทน จ
เอวํ หายติ อตฺถมฺหา อหํว อสิตาภุยาติ ฯ
อสิตาภุชาตกํ จตุตฺถํ ฯ
บุคคลผู้ปรารถนาเกินส่วน ย่อมเสื่อมจากประโยชน์ เพราะความโลภเกินประมาณ และเพราะความมัวเมาอันเกิดจากความโลภเกินประมาณเหมือนเราเสื่อมจากนางอสิตาภู ฉะนั้น.
จบ อสิตาภุชาดกที่ ๔.
๕ วจฺฉนขชาตกํ
๕. วัจฉนขชาดก
ว่าด้วยดาบสผู้มีเล็บงาม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อุปาหนวรรค วัจฉนขชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
สุขา ฆรา วจฺฉนข สหิรญฺญา สโภชนา
ยตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ สเยยฺยาสิ ๔ อนุสฺสุโก ฯ
ข้าแต่ท่านดาบสผู้มีเล็บงาม เรือนทั้งหลายที่มีเงิน และโภชนาหารบริบูรณ์เป็นเรือนมีความสุข ท่านบริโภค และดื่มในเรือนใด ไม่ต้องขวนขวายก็ได้นอน การอยู่ครองเรือนนั้น เป็นสุขอย่างยิ่ง.
ฆรา นานีหมานสฺส ฆรา นาภณโต มุสา
ฆรา นาทินฺนทณฺฑสฺส ปเรสํ อนิกุพฺพโต
เอวํ ฉิทฺทํ ทุรภิสมฺภวํ ๕ โก ฆรํ ปฏิปชฺชตีติ ฯ
วจฺฉนขชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
๑ ม. -มกรํ ฯ ๒ สี. ยุ. เรรุกํ ฯ ๓ ม. อตฺริจฺฉํ ฯ ๔ ม. สเยยฺยาถ ฯ
๕ สี. ยุ. ทุรภิภวํ ฯ
บุคคลผู้เป็นฆราวาส ไม่มีมานะ ทำการงานก็ดี ไม่กล่าวคำมุสาก็ดี ...
ไม่ใช้อำนาจลงโทษผู้อื่น การครองเรือนก็ตั้งอยู่ไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ใครเล่าจะครอบครองเรือนไม่ให้บกพร่อง ให้เกิดความยินดีได้แสนยากเล่า?
จบ วัจฉนขชาดกที่ ๕.
๖ พกชาตกํ
๖. พกชาดก
นกเจ้าเล่ห์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อุปาหนวรรค พกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ภทฺทโก วตายํ ปกฺขี ทิโช กุมุทสนฺนิโภ
วูปสนฺเตหิ ปกฺเขหิ มนฺทมนฺโทว ฌายติ ฯ
นกมีปีกตัวนี้ ดีจริง ยืนนิ่งดังดอกโกมุท หุบปีกทั้ง ๒ ไว้ ง่วงเหงาซบเซาอยู่.
นาสฺส สีลํ วิชานาถ อนญฺญาย ปสํสถ
อเมฺห ทิโช น ปาเลติ เตน ปกฺขี น ผนฺทตีติ ฯ
พกชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
ท่านทั้งหลาย ไม่รู้จักกิริยาของมัน พวกท่านไม่รู้จึงได้พากันสรรเสริญนกตัวนี้ไม่ได้คุ้มครองรักษาพวกเราดอก เพราะเหตุนั้น นกตัวนี้จึงไม่เคลื่อนไหวเลย.
จบ พกชาดกที่ ๖.
๗ สาเกตชาตกํ
๗. สาเกตชาดก
เหตุให้เกิดความรัก
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อุปาหนวรรค สาเกตชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
โก นุ โข ภควา เหตุ เอกจฺเจ อิธ ปุคฺคเล
อตีว หทยํ นิพฺพาติ จิตฺตญฺจาปิ ปสีทติ ฯ
ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เหตุไรหนอ เมื่อบุคคลบางคนในโลกนี้ พอเห็นกันเข้าก็เฉยๆ หัวใจก็เฉย บางคนพอเห็นกันเข้า จิตก็เลื่อมใส.
ปุพฺเพว สนฺนิวาเสน ปจฺจุปฺปนฺนหิเตน วา
เอวนฺตํ ชายเต เปมํ อุปฺปลํว ยโถทเกติ ฯ
สาเกตชาตกํ สตฺตมํ ฯ
ความรักนั้น ย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ ด้วยการอยู่ร่วมกันในกาลก่อน ๑ ด้วยความเกื้อกูลต่อกันในปัจจุบัน ๑ เหมือนดอกอุบลและชลชาติ เมื่อเกิดในน้ำ ย่อมเกิดเพราะอาศัยเหตุ ๒ ประการ คือน้ำและเปือกตม ฉะนั้น.
จบ สาเกตชาดกที่ ๗.
๘ เอกปทชาตกํ
๘. เอกปทชาดก
ความเพียรทำให้เกิดประโยชน์หลายอย่าง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อุปาหนวรรค เอกปทชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
อิงฺฆ เอกปทํ ตาต อเนกตฺถปทสฺสิตํ ๑
กิญฺจิ สงฺคหิตํ พฺรูหิ เยนตฺเถ สาธเยมเส ฯ
คุณพ่อครับ เหตุอย่างเดียวทำให้ได้ประโยชน์หลายอย่างมีอยู่หรือไม่ผมจะพึงทำประโยชน์ให้สำเร็จด้วยเหตุใด ขอคุณพ่อจงบอกเหตุนั้น ซึ่งรวบรวมประโยชน์ได้หลายอย่างแก่ผมเถิด.
ทกฺเขยฺเยกปทํ ตาต อเนกตฺถปทสฺสิตํ
ตญฺจ สีเลน สํยุตฺตํ ขนฺติยา อุปปาทิตํ
อลํ มิตฺเต สุขาเปตุํ อมิตฺตานํ ทุขาย วาติ ๑ ฯ
เอกปทชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
๑ สี. ยุ. -ปทนิสฺสิตํ ฯ
ลูกเอ๋ย เหตุอย่างหนึ่ง คือ ความขยันหมั่นเพียร ทำให้ได้ประโยชน์หลายอย่าง ก็ความขยันหมั่นเพียรนั้น ประกอบด้วยศีล ประกอบด้วยขันติ อาจจะทำมิตรทั้งหลายให้ถึงความสุข หรืออาจทำศัตรูทั้งหลายให้ถึงความทุกข์ได้.
จบ เอกปทชาดกที่ ๘.
๙ หริตมาตชาตกํ ๒
๙. หริตมาตชาดก
ว่าด้วยผู้มีอิสรภาพ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อุปาหนวรรค หริตมาตชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
อาสีวิสมฺปิ มํ สนฺตํ ปวิฏฺฐํ กุมินามุขํ
รุจฺจเต หริตามาตา ยํ มํ ขาทนฺติ มจฺฉกา ฯ
ดูกรท่านผู้เป็นบุตรกบเขียด ปลาทั้งหลายรุมกัดฉันผู้มีพิษแล่นเร็ว เข้าไปยังหน้าลอบ เรื่องนี้ท่านชอบใจหรือ?
วิลุมฺปเตว ปุริโส ยาวสฺส อุปกปฺปติ
ยทา จญฺเญ วิลุมฺปนฺติ โส วิลุตฺโต วิลุมฺปตีติ ฯ
หริตมาตชาตกํ นวมํ ฯ
บุรุษผู้มีอิสรภาพอยู่เพียงใด ก็ย่ำยีผู้อื่นได้อยู่เพียงนั้น คนอื่นมาย่ำยีตนคราวใด คราวนั้น ผู้ที่ถูกย่ำยีก็ย่ำยีตอบบ้าง.
จบ หริตมาตชาดกที่ ๙.
๑๐ มหาปิงฺคลชาตกํ
๑๐. มหาปิงคลชาดก
ว่าด้วยพระเจ้าปิงคละผู้ร้ายกาจ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต อุปาหนวรรค มหาปิงคลชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
สพฺโพ ชโน หึสิโต ปิงฺคเลน
ตสฺมึ มเต ปจฺจยํ ๓ เวทยนฺติ
ปิโย นุ เต อาสิ อกณฺหเนตฺโต
กสฺมา นุ ตฺวํ โรทสิ ทฺวารปาล ฯ
ชนทั้งปวงถูกพระเจ้าปิงคละเบียดเบียนแล้ว เมื่อพระเจ้าปิงคละนั้นสวรรคตแล้ว ชนทั้งหลายก็ได้ความยินดี ดูกรนายประตู พระเจ้าปิงคละผู้ไม่มีพระเนตรดำ เป็นที่รักของท่านหรือ เพราะเหตุไร จึงได้ร้องไห้หนอ?
น เม ปิโย อาสิ อกณฺหเนตฺโต
ภายามิ ปจฺจาคมนาย ตสฺส
อิโต คโต หึเสยฺย มจฺจุราชํ
โส หึสิโต อาเนยฺย ปุน อิธ ฯ
พระเจ้าปิงคละผู้ไม่มีพระเนตรดำ จะเป็นที่รักของข้าพเจ้าก็หามิได้ แต่ข้าพเจ้ากลัวว่า พระเจ้าปิงคละนั้นจะกลับเสด็จมาอีก พระเจ้าปิงคละเสด็จไปจากมนุษย์โลกนี้แล้ว ก็จะเบียดเบียนพระยามัจจุราช พระยามัจจุราชนั้นถูกพระเจ้าปิงคละเบียดเบียนแล้ว ก็จะพึงนำมาส่งมนุษย์โลกนี้อีก.
ทฑฺโฒ วาหสหสฺเสหิ สิตฺโต ฆฏสเตหิ โส
ปริกฺขิตฺตา จ สา ภูมิ มา ภายิ นาคมิสฺสตีติ ๑ ฯ
มหาปิงฺคลชาตกํ ทสมํ ฯ
อุปาหนวคฺโค นวโม ฯ
___________
ตสฺสุทฺทานํ
วรุปาหน ขุชฺช วิกณฺณกโก
อสิตาภุย ปญฺจมวจฺฉนโข
ทิช เปมวรุตฺตม เอกปทํ
กุมินามุข ปิงฺคลเกน ทส ฯ
๑ ม. จาติ ฯ ๒ ม. หริตมณฺฑูกชาตกํ ฯ ๓ ม. ปจฺจยา ฯ
พระเจ้าปิงคละนั้น พวกเราช่วยกันเผาแล้วด้วยฟืนพันเล่มเกวียนรดด้วยน้ำหลายร้อยหม้อ พื้นที่ดินนั้นเราป้องกันไว้อย่างดีแล้ว ท่านอย่ากลัวเลย พระเจ้าปิงคละจักไม่เสด็จกลับมาอีก.
จบ มหาปิงคลชาดกที่ ๑๐.
จบ อุปาหนวรรคที่ ๙.
_________________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อุปาหนชาดก ๒. วีณาถูณชาดก
๓. วิกัณณกชาดก ๔. อสิตาภุชาดก
๕. วัจฉนขชาดก ๖. พกชาดก
๗. สาเกตชาดก ๘. เอกปทชาดก
๙. หริตมาตชาดก ๑๐. มหาปิงคลชาดก.
จบ อุปาหนวรรค