arnon.worldเข้าสู่ระบบ

ทสกนิบาต

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๑๙–๑๔๙๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๒๒ ในชาดกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ทสกนิปาตชาตกํ

๑ จตุทฺวารชาตกํ

ทสกนิบาตชาดก

๑. จตุทวารชาดก

ว่าด้วยจักรกรดพัดบนศีรษะ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต จตุทวารชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

จตุทฺวารมิทํ นครํ อายสํ ทฬฺหโตรณํ ๑

โอรุทฺธปฏิรุทฺโธสฺมิ กึ ปาปํ ปกตํ มยา ฯ

ฉบับหลวง

เมืองนี้มีประตู ๔ ประตู มีกำแพงมั่นคงล้วนแล้วไปด้วยเหล็กแดง ข้าพเจ้าถูกล้อมไว้ด้วยกำแพง ข้าพเจ้าได้ทำบาปอะไรไว้?

บาลี (สยามรัฐ)

สพฺเพ อปิหิตา ทฺวารา โอรุทฺโธสฺมิ ยถา ทิโช

กิมาธิกรณํ ยกฺข จกฺกาภินิหโต อหํ ฯ

ฉบับหลวง

ประตูทั้งหมดจึงปิดแน่น ข้าพเจ้าถูกขังเหมือนนก ข้าแต่เทวดา เหตุเป็นมาอย่างไร ข้าพเจ้าจึงลูกจักรกรดพัดศีรษะ?

บาลี (สยามรัฐ)

ลทฺธา สตสหสฺสานิ อติเรกานิ วีสติ

อนุกมฺปกานํ ญาตีนํ วจนํ สมฺมนากริ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านได้ทรัพย์มากมายถึงสองล้านแล้ว มิได้ทำตามคำชอบของญาติทั้งหลายผู้เอ็นดู.

บาลี (สยามรัฐ)

ลงฺฆึ สมุทฺทํ ปกฺขนฺทิ สาครํ อปฺปสิทฺธิยํ ๒

จตุพฺภิ อฏฺฐชฺฌคมา อฏฺฐาภิปิ จ โสฬส ฯ

ฉบับหลวง

ท่านแล่นเรือไปสู่สมุทรซึ่งอาจยังเรือให้โลดขึ้นได้ เป็นสาครมีสิทธิ์น้อยได้ประสบนางเวมานิกเปรต ๔ นาง จาก ๔ นางเป็น ๘ นาง จาก ๘นางเป็น ๑๖ นาง.

บาลี (สยามรัฐ)

โสฬสาภิ จ พตฺตึส อตฺริจฺฉํ จกฺกมาสโท

อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส จกฺกํ ภมติ มตฺถเก ฯ

ฉบับหลวง

ถึงจะได้ประสบนางเวมานิกเปรตจาก ๑๖ นางเป็น ๓๒ นาง ก็ยังปรารถนายิ่งไปกว่านั้น จึงได้ประสบจักรนี้ จักรกรดย่อมพัดผันบนศีรษะของคนผู้ถูกความอยากครอบงำ.

บาลี (สยามรัฐ)

อุปริ วิสาลํ ทุปฺปูรํ อิจฺฉาวิสตคามินํ ๓

เย จ ตํ อนุคิชฺฌนฺติ เต โหนฺติ จกฺกธาริโน ฯ

ฉบับหลวง

ความอยากเป็นของสูงใหญ่ไพศาล ยากที่จะให้เต็มได้ มักให้ถึงความวิบัติ ชนเหล่าใดย่อมยินดีไปตามความอยาก ชนเหล่านั้นต้องเป็นผู้ทรงจักรกรดไว้.

บาลี (สยามรัฐ)

พหุภณฺฑํ อวหาย มคฺคํ อปฺปฏิเวกฺขิย

เยสํ เจตํ อสงฺขาตํ เต โหนฺติ จกฺกธาริโน ฯ

ฉบับหลวง

อนึ่ง ชนเหล่าใดละทิ้งสิ่งของมากมายเสีย ไม่พิจารณาหนทางให้ถ่องแท้ไม่ใคร่ครวญเหตุนั้นให้ถี่ถ้วน ชนเหล่านั้นต้องเป็นผู้ทรงจักรกรดไว้.

บาลี (สยามรัฐ)

กมฺมํ สเมกฺเข วิปุลญฺจ โภคํ

อิจฺฉํ น เสเวยฺย อนตฺถสญฺหิตํ

กเรยฺย วากฺยํ อนุกมฺปกานํ

ตํ ตาทิสํ นาติวเตยฺย จกฺกํ ฯ

๑ ม. ทฬฺหปาการํ ฯ ๒ ม. อปฺปสิทฺธิกํ ฯ ๓ อฺปริ วิสาลา ทุปฺปูรา

อิจฺฉาวิปตฺติคามินีติปิ .. อิจฺฉาวิสฏคามินีติปิ ขายติ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใดพึงพิจารณาถึงการงาน และโภคะอันไพบูลย์ ไม่ส้องเสพความอยากอันประกอบด้วยความฉิบหาย ทำตามถ้อยคำของผู้เอ็นดูทั้งหลาย ผู้เช่นนั้นไม่พึงถูกจักรกรดพัดผัน.

บาลี (สยามรัฐ)

กีวจิรนฺนุ เม ยกฺข จกฺกํ สิรสิ ฐสฺสติ

กตี วสฺสสหสฺสานิ ตมฺเม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่เทวดา จักรกรดจักตั้งอยู่บนศีรษะของข้าพเจ้านานสักเท่าไรหนอสักกี่พันปี ข้าพเจ้าขอถามความนั้น ขอท่านได้โปรดบอกแก่ข้าพเจ้าเถิด?

บาลี (สยามรัฐ)

อติสโร อจฺจสโร ๑ มิตฺตวินฺท สุโณหิ เม

จกฺกนฺเต สิรสฺมิมาวิทฺธํ ๒ น ตํ ชีวํ ปโมกฺขสีติ ฯ

จตุทฺวารชาตกํ ปฐมํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรมิตตวินทุกะ ท่านจงฟังเรา ท่านจะต้องทนทุกข์ทรมานไปอีกนานจักรกรดจะพัดผันอยู่บนศีรษะของท่าน เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ จะพ้นจักรกรดนั้นไปไม่ได้.

จบ จตุทวารชาดกที่ ๑.

๒ กณฺหชาตกํ

๒. กัณหชาดก

ว่าด้วยขอพร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต กัณหชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

กโณฺห วตายํ ปุริโส กณฺหํ ภุญฺชติ โภชนํ

กเณฺห ภูมิปฺปเทสสฺมึ น มยฺหํ มนโส ปิโย ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษนี้ดำจริงหนอ บริโภคโภชนะก็ดำ อยู่ในภูมิประเทศก็ดำ ไม่เป็นที่ชอบใจของเราเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

น กโณฺห ตจสา โหติ อนฺโตสาโร หิ พฺราหฺมโณ

ยสฺมึ ปาปานิ กมฺมานิ สเว กโณฺห สุชมฺปติ ฯ

ฉบับหลวง

คนไม่ชื่อว่าเป็นคนดำเพราะผิวหนัง เพราะคนที่มีแก่นภายในจึงชื่อว่าเป็นพราหมณ์ ผู้ใดมีบาปกรรม ผู้นั้นแหละชื่อว่าเป็นคนดำ นะท้าวสุชัมบดี.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ พฺราหฺมณ เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านพราหมณ์ คำนั้นท่านกล่าวดีแล้ว สมควรเป็นสุภาษิต ข้าพเจ้าจะให้พรแก่ท่านอย่างหนึ่ง ตามแต่ใจท่านปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

สุนิกฺโกธํ สุนิทฺโทสํ นิลฺโลภํ วุตฺติมตฺตโน

นิเสฺนหมภิกงฺขามิ เอเต เม จตุโร วเร ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าภูตทั้งปวง ถ้าจะโปรดประทานพรแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์ปรารถนาให้ความประพฤติของตน อย่าให้มีความโกรธ อย่าให้มีโทสะ อย่าให้มีความโลภ อย่าให้มีความสิเนหาขอได้ทรงโปรดประทานพร ๔ ประการนี้แก่ข้าพระองค์เถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

กินฺนุ โกเธ วา โทเส วา โลเภ เสฺนเหว พฺราหฺมณ

อาทีนวํ [๑] สมฺมสสิ ๒ ตมฺเม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ

๑ ม. ปจฺจสโร ฯ ๒ ม. สิรสิ มาวิทฺธํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านเห็นโทษในความโกรธ ในโทสะ ในโลภะและในสิเนหาเป็นอย่างไรหรือ ข้าพเจ้าขอถามความนั้น ขอท่านจงบอกแก่ข้าพเจ้าเถิด?

บาลี (สยามรัฐ)

อปฺโป หุตฺวา พหุ โหติ วฑฺฒเต โส อขนฺติโช

อาสงฺคิ พหุปายาโส ตสฺมา โกธํ น โรจเย ฯ

ฉบับหลวง

ความโกรธเกิดแต่ความไม่อดทน ทีแรกเป็นของน้อย แต่ภายหลังเป็นของมาก ย่อมเจริญขึ้นโดยลำดับ ความโกรธมักทำความเกี่ยวข้อง มีความคับแค้นมาก เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จึงไม่ชอบใจความโกรธ.

บาลี (สยามรัฐ)

ทุฏฺฐสฺส ผรุสา ๓ วาจา ปรามาโส อนนฺตรา

ตโต ปาณิ ตโต ทณฺโฑ สตฺถสฺส ปรมา คติ

โทโส โกธสมุฏฺฐาโน ตสฺมา โทสํ น โรจเย ฯ

ฉบับหลวง

วาจาของผู้ประกอบด้วยโทสะ เป็นวาจาหยาบคาย ถัดจากนั้นก็เกิดปรามาสถูกต้องกัน ต่อจากนั้นก็ชกต่อยกันด้วยมือ ต่อไปก็หยิบท่อนไม้เข้าทุบตีกัน จนถึงจับศาตราเข้าฟันแทงกันเป็นที่สุด โทสะเกิดแต่ความโกรธ เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จึงไม่ชอบใจโทสะ.

บาลี (สยามรัฐ)

อาโลปสาหสาการา นิกติ วญฺจนานิ จ

ทิสฺสนฺติ โลภธมฺเมสุ ตสฺมา โลภํ น โรจเย ฯ

ฉบับหลวง

ความโลภเป็นอาการหยาบ เป็นเหตุให้เที่ยวปล้นขู่เอาสิ่งของแสดงของปลอมเปลี่ยนเอาของคนอื่น ทำอุบายล่อลวง บาปธรรมทั้งหลายนี้ มีปรากฏอยู่เพราะโลภธรรม เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จึงไม่ชอบใจโลภะ.

บาลี (สยามรัฐ)

เสฺนหสงฺคนฺถิตา ๔ คนฺถา เสนฺติ มโนมยา ปุถู

เต ภุสํ อุปตาเปนฺติ ตสฺมา เสฺนหํ น โรจเย ฯ

ฉบับหลวง

กิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งหลาย อันสิเนหาผูกรัดเข้าอีก เป็นของสำเร็จด้วยใจ นอนเนื่องอยู่เป็นอันมาก ย่อมทำให้บุคคลเดือดร้อนยิ่งนัก เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จึงไม่ชอบใจความสิเนหา.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ พฺราหฺมณ เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านพราหมณ์ คำนั้นท่านกล่าวดีแล้ว สมควรเป็นสุภาษิต ข้าพเจ้าจะให้พรแก่ท่านอย่างหนึ่ง ตามแต่ใจท่านปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

อรญฺเญ เม วิหรโต นิจฺจํ เอกวิหาริโน

อาพาธา น ๕ อุปฺปชฺเชยฺยุํ อนฺตรายกรา ภุสา ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าภูตทั้งปวง ถ้าจะโปรดประทานพรแก่ข้าพระองค์ ขออาพาธทั้งหลายอันเป็นของร้ายแรง ซึ่งจะทำอันตรายตบะกรรมได้ อย่าพึงบังเกิดแก่ข้าพระองค์ผู้อยู่ในป่า ซึ่งอยู่แต่ผู้เดียวเป็นนิตย์.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ พฺราหฺมณ เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านพราหมณ์ คำนั้นท่านกล่าวดีแล้ว สมควรเป็นสุภาษิต ข้าพเจ้าจะให้พรแก่ท่านอย่างหนึ่ง ตามแต่ใจท่านปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

น มโน วา สรีรํ วา มงฺกุเต ๖ สกฺก กสฺสจิ

กทาจิ อุปหญฺเญถ เอตํ สกฺก วรํ วเรติ ฯ

กณฺหชาตกํ ทุติยํ ฯ

๑ ม. ตฺวํ ฯ ๒ สมฺปสฺสสีติปิ ฯ ๓ สี. ยุ. ปฐมา ฯ ๔ ม. สงฺคถิตา ฯ

๕ ม. มา ฯ ๖ ม. มํ กเต ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าภูตทั้งปวง ถ้าจะโปรดประทานพรแก่ข้าพระองค์ ขอใจหรือร่างกายของข้าพระองค์ อย่าเข้าไปกระทบกระทั่งใครๆ ในกาลไหนๆ เลย ขอได้ทรงโปรดประทานพรนี้เถิด.

จบ กัณหชาดกที่ ๒.

๓ จตุโปสถชาตกํ

๓. จตุโปสถชาดก

ว่าด้วยสมณะ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต จตุโปสถชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

โย โกปเนยฺเย น กโรติ โกปํ

น กุชฺฌติ สปฺปุริโส กทาจิ

กุทฺโธปิ โส นาวิกโรติ โกปํ

ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใด ไม่ทำความโกรธในบุคคลผู้ควรโกรธ ผู้นั้นเป็นสัตบุรุษ ย่อมไม่โกรธ ณ ในกาลไหนๆ บุคคลนั้นแม้จะโกรธ ก็ไม่ทำความโกรธให้ปรากฏ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวบุคคลนั้นแล ว่าเป็นสมณะในโลก.

บาลี (สยามรัฐ)

โอโนทโร โย สหเต ชิฆจฺฉํ

ทนฺโต ตปสฺสี มิตปานโภชโน

อาหารเหตุ น กโรติ ปาปํ

ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ

ฉบับหลวง

นรชนใดมีท้องพร่อง ย่อมทนความหิวได้ นรชนนั้นเป็นผู้ฝึกตนแล้ว มีตบะ มีข้าวและน้ำพอประมาณ ย่อมไม่ทำบาปเพราะเหตุแห่งอาหาร นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวนรชนนั้นแล ว่าเป็นสมณะในโลก.

บาลี (สยามรัฐ)

ขิฑฺฑํ รตึ วิปฺปชหิตฺวาน สพฺพํ

น จาลิกํ ภาสติ กิญฺจิ โลเก

วิภูสนฏฺฐานา วิรโต เมถุนสฺมา

ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลละการเล่นและความยินดีทั้งปวงได้เด็ดขาด ไม่กล่าวคำเหลาะแหละนิดหน่อยในโลก เว้นจากการแต่งเนื้อแต่งตัว และเว้นจากเมถุนธรรมนักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวบุคคลนั้นแล ว่าเป็นสมณะในโลก.

บาลี (สยามรัฐ)

ปริคฺคหํ โลภธมฺมญฺจ สพฺพํ

โย เว ปริญฺญาย ปริจฺจเชติ

ทนฺตํ ฐิตตฺตํ อมมํ นิราสํ

ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลใด ละสิ่งที่เขาหวงแหน และโลภธรรมทั้งปวงเสีย ด้วยปัญญาเครื่องกำหนดรู้ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวบุคคลนั้นแล ผู้ฝึกตนแล้วมีจิตตั้งมั่น ไม่มีตัณหา ไม่มีความหวังว่า เป็นสมณะในโลก.

บาลี (สยามรัฐ)

ปุจฺฉาม กตฺตารมโนมปญฺญ ๑

กถาสุ โน วิคฺคโห อตฺถิ ชาโต

ฉินฺทชฺช กงฺขํ วิจิกิจฺฉิตานิ

ตทชฺช กงฺขํ วิตเรมุ สพฺเพ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้มีปัญญาสามารถจะรู้เหตุและมิใช่เหตุที่ควรทำ เราขอถามท่านความทุ่มเถียงกันในถ้อยคำทั้งหลาย บังเกิดมีแก่เราทั้งหลาย ขอท่านโปรดช่วยตัดเสียซึ่งความสงสัยความเคลือบแคลงในวันนี้ ขอได้โปรดช่วยเราทั้งหมดให้ข้ามพ้นความสงสัยนั้นในวันนี้?

บาลี (สยามรัฐ)

เย ปณฺฑิตา อตฺถทสา ภวนฺติ

ภาสนฺติ เต โยนิโส ตตฺถ กาเล

กถนฺนุ กถานํ อภาสิตานํ

อตฺถํ นเยยฺยุํ กุสลา ชนินฺทา ฯ

ฉบับหลวง

บัณฑิตเหล่าใดเป็นผู้สามารถเห็นเนื้อความ บัณฑิตเหล่านั้นจึงจะกล่าวได้โดยแยบคายในกาลนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้จอมประชานิกร ท่านผู้ฉลาดทั้งหลาย จะพึงวินิจฉัยเนื้อความแห่งถ้อยคำทั้งหลาย ที่ยังไม่ได้กล่าวแล้วได้อย่างไรหนอ?

บาลี (สยามรัฐ)

กถํ หเว ภาสติ นาคราชา

ครุโฬ ปน เวนเตยฺโย กิมาห

คนฺธพฺพราชา ปน กึ วเทสิ

กถํ ปน กุรูนํ ราชเสฏฺโฐ ฯ

ฉบับหลวง

พญานาคกล่าวอย่างไร พญาครุฑกล่าวอย่างไร ท้าวสักกะผู้เป็นพระราชาของคนธรรพ์ตรัสอย่างไร และพระราชาผู้ประเสริฐของชาวกุรุรัฐตรัสอย่างไร?

บาลี (สยามรัฐ)

ขนฺตึ หเว ภาสติ นาคราชา

อปฺปาหารํ ครุโฬ เวนเตยฺโย

คนฺธพฺพราชา รติวิปฺปหานํ

อกิญฺจนํ กุรูนํ ราชเสฏฺโฐ ฯ

ฉบับหลวง

พญานาคกล่าวสรรเสริญขันติ พญาครุฑกล่าวยกย่องการไม่ประหาร ท้าวสักกะผู้เป็นพระราชาของคนธรรพ์ตรัสชมการละความยินดี พระราชาผู้ประเสริฐของชาวกุรุรัฐ ตรัสสรรเสริญความไม่กังวล.

บาลี (สยามรัฐ)

สพฺพานิ เอตานิ สุภาสิตานิ

น เหตฺถ ทุพฺภาสิตมตฺถิ กิญฺจิ

ยสฺมิญฺจ เอตานิ ปติฏฺฐิตานิ

อราวนพฺภา ๑ สุสโมหิตานิ

จตุพฺภิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภูตํ

ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ

๑ ม. - ปญฺญํ ฯ

ฉบับหลวง

คำเหล่านี้ทั้งหมดเป็นสุภาษิต ในถ้อยคำของท่านทั้ง ๔ นี้ ไม่มีคำทุพภาษิตแม้นิดหน่อยเลย คุณทั้ง ๔ มีขันติเป็นต้นนี้ ตั้งมั่นอยู่ในผู้ใด ก็เปรียบได้กับกำรถ หยั่งเข้าเป็นอันดีที่ดุมรถ ฉะนั้น นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยธรรม ๔ ประการนั้นแล ว่าเป็นสมณะในโลก.

บาลี (สยามรัฐ)

ตุวํ หิ ๒ เสฏฺโฐ ตฺวมนุตฺตโรสิ

ตฺวํ ธมฺมคู ธมฺมวิทู สุเมโธ

ปญฺญาย ปญฺหํ สมวิคฺคเหตฺวา ๓

อจฺเฉชฺชิ ๔ ธีโร วิจิกิจฺฉิตานิ

อจฺเฉชฺชิ ๔ กงฺขํ วิจิกิจฺฉิตานิ

ฉินฺเท ๕ ยถา นาคทนฺตํ ขเรน ฯ

ฉบับหลวง

ท่านนั้นแลเป็นผู้ประเสริฐ ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นผู้ถึงธรรม รู้แจ้งธรรมมีปัญญาดี พิจารณาปัญหาด้วยปัญญา เป็นนักปราชญ์ ตัดความสงสัยความเคลือบแคลงทั้งหลายเสีย ได้ตัดความสงสัยความเคลือบแคลงทั้งหลายสำเร็จแล้ว ดุจนายช่างงาตัดงาช้างด้วยเครื่องมืออันคมฉะนั้น

บาลี (สยามรัฐ)

นีลุปฺปลาภํ วิมลํ อนคฺฆํ

วตฺถํ อิทํ ธูมสมานวณฺณํ

ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ

ททามิ เต ธมฺมปูชาย ธีร ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจด้วยการพยากรณ์ปัญหาของท่าน จึงขอให้ผ้าผืนนี้ซึ่งมีสีสดใสดุจสีอุบลเขียว ไม่หม่นหมองหาค่ามิได้ มีสีเสมอด้วยควันไฟ เพื่อเป็นธรรมบูชาแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

สุวณฺณมาลํ สตปตฺตผุลฺลิตํ

สเกสรํ รตฺนสหสฺสมณฺฑิตํ

ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ

ททามิ เต ธมฺมปูชาย ธีร ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจด้วยการพยากรณ์ปัญหาของท่าน จึงขอให้ดอกไม้ทองมีกลีบตั้งร้อยอันแย้มบาน มีเกสร ประดับด้วยรัตนะจำนวนพัน เพื่อเป็นธรรมบูชาแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

มณึ อนคฺฆํ รุจิรํ ปภสฺสรํ

กณฺฐาวสตฺตํ มณิภูสิตมฺเม

ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ

ททามิ เต ธมฺมปูชาย ธีร ฯ

๑ อาราวนาภฺยาติปิ อราปนเพฺยติปิ ฯ ม. อราวนาภฺยา ฯ ๒ สี. ยุ. ตุวํ นุ ฯ

๓ ม. สมธิคฺคเหตฺวา ฯ ๔ ม. อจฺเฉจฺฉิ ฯ ๕ ม. จุนฺโท ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจด้วยการพยากรณ์ปัญหาของท่าน จึงขอให้แก้วมณีอันหาค่ามิได้ งามผ่องใส คล้องอยู่ที่คอ เป็นแก้วมณีเครื่องประดับคอของข้าพเจ้า เพื่อเป็นธรรมบูชาแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

ควํ สหสฺสํ อุสภญฺจ นาคํ

อาชญฺญยุตฺเต จ รเถ ทส อิเม

ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ

ททามิ เต คามวรานิ โสฬส ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้เป็นปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจด้วยการพยากรณ์ปัญหาของท่าน จึงขอให้โคนม โคผู้ และช้าง อย่างละพัน รถเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑๐คัน และบ้านส่วย ๑๖ ตำบลแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

สารีปุตฺโต ตทา นาโค สุปณฺโณ ปน โกลิโต

คนฺธพฺพราชา อนุรุทฺโธ ราชา อานนฺทปณฺฑิโต

วิธุโร โพธิสตฺโตว เอวํ ธาเรถ ชาตกนฺติ ฯ

จตุโปสถชาตกํ ตติยํ ฯ

ฉบับหลวง

พญานาคในกาลนั้น เป็นพระสารีบุตร พญาครุฑเป็นพระโมคคัลลานะท้าวสักกเทวราชเป็นพระอนุรุทธะ พระเจ้าโกรัพยะเป็นพระอานนท์บัณฑิต วิธูรบัณฑิตเป็นพระโพธิสัตว์นั่นเอง ขอท่านทั้งหลายจงจำ

ชาดกไว้อย่างนี้.

จบ จตุโปสถชาดกที่ ๓.

๔ สงฺขชาตกํ

๔. สังขชาดก

ว่าด้วยอานิสงส์ถวายรองเท้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต สังขชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

พหุสฺสุโต สุตธมฺโมสิ สงฺข

ทิฏฺฐา ตยา สมณพฺราหฺมณา จ

อถกฺขเณ ทสฺสยเส วิลาปํ

อญฺโญ นุ โก เต ปฏิมนฺตโก มยา ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่สังขพราหมณ์ ท่านเป็นพหูสูต ได้ฟังธรรมมาแล้ว และสมณะพราหมณ์ทั้งหลาย ท่านก็ได้เห็นมาแล้ว เหตุไร ท่านจึงแสดงคำพร่ำเพ้อในขณะอันไม่สมควร คนอื่นนอกจากข้าพเจ้า ใครเล่าที่จะมาเจรจากับท่านได้?

บาลี (สยามรัฐ)

สุพฺภา ๑ สุภา สุปฺปฏิมุกฺกกมฺพู ๒

ปคฺคยฺห โสวณฺณมยาย ปาฏิยา

ภุญฺชสฺสุ ภตฺตํ อิติ มํ วเทติ

สทฺธา วิตฺตา ๓ ตมหํ โนติ พฺรูมิ ฯ

๑ ม. สุพภู ฯ ๒ ม. - กมฺพุ ฯ ๓ สี. ยุ. จิตฺตา ฯ

ฉบับหลวง

นางเทพธิดามีหน้างาม เลอโฉม ประดับเครื่องประดับทอง ยกถาดทองเต็มด้วยอาหารทิพย์ มาร้องเชิญให้ข้าพเจ้าบริโภค นางเป็นผู้มีศรัทธาและปลื้มใจ ข้าพเจ้าตอบกะนางว่า ไม่บริโภค.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตาทิสํ พฺราหฺมณ ทิสฺวาน ยกฺขํ

ปุจฺเฉยฺย โปโส สุขมาสสาโน ๑

อุฏฺเฐหิ นํ ปญฺชลิกาภิปุจฺฉ

เทวี นุสิ ตฺวํ อุท มานุสีนุ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านพราหมณ์ บุรุษผู้ปรารถนาความสุขได้พบเห็นเทวดาเช่นนั้นแล้วควรถามให้ได้ความ ขอท่านจงลุกขึ้นประนมมือ ถามเทวดานั้นว่า ท่านเป็นเทวดาหรือมนุษย์?

บาลี (สยามรัฐ)

ยํ ตฺวํ สุเขนาภิสเมกฺขเส มํ

ภุญฺชสฺสุ ภตฺตํ อิติ มํ วเทสิ

ปุจฺฉามิ ตํ นาริ มหานุภาเว

เทวี นุสิ ตฺวํ อุท มานุสีนุ ฯ

ฉบับหลวง

เพราะเหตุว่า ท่านมามองดูข้าพเจ้าด้วยสายตาอันแสดงความรัก ร้องเชิญให้ข้าพเจ้าบริโภคอาหาร ดูกรนางผู้มีอานุภาพมาก ข้าพเจ้าขอถามท่าน ท่านเป็นเทวดาหรือมนุษย์?

บาลี (สยามรัฐ)

เทวี อหํ สงฺข มหานุภาวา

อิธาคตา สาครวาริมชฺเฌ

อนุกมฺปิกา โน จ ปทุฏฺฐจิตฺตา

ตเวว อตฺถาย อิธาคตาสฺมิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านสังขพราหมณ์ ข้าพเจ้าเป็นเทวดาผู้มีอานุภาพมากมาในกลางสมุทรนี้ ก็เพราะเป็นผู้มีความเอ็นดู จะได้มีจิตประทุษร้ายก็หาไม่ข้าพเจ้ามาในที่นี้เพื่อประโยชน์แก่ท่านนั่นเอง.

บาลี (สยามรัฐ)

อิธนฺนปานํ สยนาสนญฺจ

ยานานิ นานาวิวิธานิ สงฺข

สพฺพสฺส ตฺยาหํ ปฏิปาทยามิ

ยงฺกิญฺจิ ตุยฺหํ มนสาภิปตฺถิตํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านสังขพราหมณ์ ในสมุทรนี้มีข้าวน้ำ ที่นอน ที่นั่ง และยานพาหนะ มากมายหลายอย่าง ใจของท่านปรารถนาสิ่งใด ข้าพเจ้าจะให้สิ่งนั้นทุกอย่างแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

ยงฺกิญฺจิ ยิฏฺฐญฺจ หุตญฺจ มยฺหํ

สพฺพสฺส โน อิสฺสรา ตฺวํ สุคตฺเต

สุสฺโสณิ สุพฺภา สุวิลากมชฺเฌ ๒

กิสฺส เม กมฺมสฺส อยํ วิปาโก ฯ

๑ ม. สุขมาสิสาโน ฯ ๒ ม. สุพฺภมุ สุวิลกฺกมชฺเฌ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่เทพธิดาผู้มีร่างกายสวยงาม ตะโพกผึ่งผาย คิ้วงาม เอวบางร่างน้อยยัญ และการเส้นสรวงของข้าพเจ้าอย่างใด อย่างหนึ่งที่มีอยู่ ท่านเป็นผู้สามารถรู้วิบากแห่งกรรมของข้าพเจ้าทุกอย่าง การที่ข้าพเจ้าได้ที่พึ่งในมหาสมุทรนี้ เป็นวิบากแห่งกรรมอะไร?

บาลี (สยามรัฐ)

ฆมฺเม ปเถ พฺราหฺมณ เอกภิกฺขุํ

อุสฺสฏฺฐปาทํ ๑ ตสิตํ กิลนฺตํ

ปฏิปาทยิ สงฺข อุปาหนานิ ๒

สา ทกฺขิณา กามทุหา ตวชฺช ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านสังขพราหมณ์ ท่านได้ถวายรองเท้ากะพระภิกษุรูปหนึ่ง ผู้เดินกระโหย่งเท้า เดินสะดุ้งลำบากในหนทางอันร้อน ทักขิณานั้นอำนวยผลสิ่งที่น่าปรารถนาแก่ท่านในวันนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

สา โหตุ นาวา ผลกูปปนฺนา

อนวสฺสุตา เอรกวาตยุตฺตา

อญฺญสฺส ยานสฺส น เหตฺถ ภูมิ

อชฺเชว มํ โมลินึ ปาปยสฺสุ ฯ

ฉบับหลวง

ขอเรือต่อด้วยแผ่นกระดาน น้ำไม่รั่ว มีใบสำหรับพาเรือให้แล่นไปจงบังเกิดมี เพราะในสมุทรนี้ ไม่มีพื้นที่สำหรับยานพาหนะอย่างอื่นขอท่านได้ส่งข้าพเจ้าให้ถึงเมืองโมลินีในวันนี้เถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

สา ตุฏฺฐจิตฺตา สุมนา ปตีตา

นาวํ สุจิตฺตํ อภินิมฺมินิตฺวา

อาทาย สงฺขํ ปุริเสน สทฺธึ

อุปานยี นครํ สาธุรมฺมนฺติ ฯ

สงฺขชาตกํ จตุตฺถํ ฯ

ฉบับหลวง

นางเทพธิดานั้น มีจิตชื่นชมโสมนัสปราโมทย์ นิรมิตเรืออันงดงามแล้วพาสังขพราหมณ์กับบุรุษคนใช้มาส่งถึงเมืองอันเป็นที่รื่นรมย์ยินดีอย่างยิ่ง.

จบ สังขชาดกที่ ๔.

๕ จุลฺลโพธิชาตกํ

๕. จุลลโพธิชาดก

ว่าด้วยความโกรธ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต จุลลโพธิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

โย เต อิมํ วิสาลกฺขึ ปิยํ สมฺมิลฺลหาสินึ ๓

อาทาย พลา คจฺเฉยฺย กึ นุ กยิราสิ พฺราหฺมณ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพราหมณ์ ผู้ใดมาพาเอานางปริพาชิกาผู้มีนัยน์ตางามน่ารัก มีใบหน้ายิ้มแย้มของท่านไปด้วยพลการ ท่านจะทำอย่างไร?

บาลี (สยามรัฐ)

อุปฺปชฺเช ๔ เม น มุญฺเจยฺย น เม มุญฺเจยฺย ชีวโต

รชํว วิปุลา วุฏฺฐิ ขิปฺปเมว นิวารเย ฯ

๑ สี. ม. อุคฺฆฏฺฏปาทํ ฯ ๒ สี. ยุ. อุปาหนาหิ ฯ ๓ สํสิลหาสินินฺติปิ ปาโฐ ฯ

ม. สมฺหิตภาสินึ ฯ สี. ยุ. สมฺมิลฺลภาสินึ ฯ ๔ สี. ยุ. อุปฺปชฺช ฯ

ฉบับหลวง

ถ้าความโกรธบังเกิดขึ้นแก่อาตมภาพแล้ว ยังไม่เสื่อมคลายไป เมื่ออาตมภาพยังมีชีวิตอยู่ก็ยังไม่หาย อาตมภาพจะห้ามกันเสียโดยพลันทีเดียว ดังฝนห่าใหญ่ชำระล้างธุลี ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ยนฺนุ ปุพฺเพ วิกตฺถิโต ๑ พลมฺหิว อปสฺสิโต

สฺวาชฺช ตุณฺหิกโตทานิ สงฺฆาฏึ สิพฺพมจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านกล่าวอวดอ้างไว้ในวันก่อนอย่างไรหนอ วันนี้เป็นเหมือนว่ามีกำลังทำเป็นไม่เห็น นั่งนิ่งเย็บสังฆาฏิอยู่ในบัดนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

อุปฺปชฺชิ เม น มุญฺจิตฺถ น เม มุญฺจิตฺถ ชีวโต

รชํว วิปุลา วุฏฺฐิ ขิปฺปเมว นิวารยึ ฯ

ฉบับหลวง

ความโกรธบังเกิดแก่อาตมภาพแล้ว ยังไม่ได้เสื่อมคลายไป เมื่ออาตมภาพยังมีชีวิตอยู่ก็ยังไม่หาย อาตมภาพจะห้ามกันเสียโดยพลันทีเดียว ดังฝนห่าใหญ่ชำระล้างธุลี ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

กินฺเต อุปฺปชฺชิ โน มุญฺจิ กินฺเต น มุญฺจิ ชีวโต

รชํว วิปุลา วุฏฺฐิ กตมํ ตฺวํ นิวารยิ ฯ

ฉบับหลวง

ความโกรธบังเกิดขึ้นแก่ท่านแล้ว ยังไม่ได้เสื่อมคลายไปอย่างไร เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ความโกรธยังไม่หายอย่างไร ท่านได้ห้ามความโกรธ ดังฝนห่าใหญ่ชำระล้างธุลี ฉะนั้น เป็นไฉน?

บาลี (สยามรัฐ)

ยมฺหิ ชาเต น ปสฺสติ อชาเต สาธุ ปสฺสติ

โส เม อุปฺปชฺชิ โน มุญฺจิ โกโธ ทุมฺเมธโคจโร ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อความโกรธเกิดขึ้นแล้ว บุคคลย่อมไม่เห็นประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น เมื่อความโกรธไม่เกิดขึ้น บุคคลย่อมเห็นได้ดี ความโกรธนั้นเกิดขึ้นแก่อาตมภาพแล้ว ยังไม่เสื่อมคลายไป ความโกรธเป็นอารมณ์ของคนไร้ปัญญา.

บาลี (สยามรัฐ)

เยน ชาเตน นนฺทนฺติ อมิตฺตา ทุกฺขเมสิโน

โส เม อุปฺปชฺชิ โน มุญฺจิ โกโธ ทุมฺเมธโคจโร ฯ

ฉบับหลวง

ชนทั้งหลายย่อมยินดีด้วยความโกรธที่เกิดขึ้นแล้ว ชื่อว่าเป็นศัตรูหาทุกข์ให้แก่ตนเอง ความโกรธนั้นเกิดขึ้นแก่อาตมภาพแล้ว ยังไม่เสื่อมคลายไป ความโกรธเป็นอารมณ์ของคนไร้ปัญญา.

บาลี (สยามรัฐ)

ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ สทตฺถํ นาวพุชฺฌติ

โส เม อุปฺปชฺชิ โน มุญฺจิ โกโธ ทุมฺเมธโคจโร ฯ

ฉบับหลวง

อนึ่ง เมื่อความโกรธเกิดขึ้น บุคคลไม่รู้จักประโยชน์ตน ความโกรธนั้นเกิดขึ้นแก่อาตมภาพแล้ว ยังไม่เสื่อมคลายไป ความโกรธเป็นอารมณ์ของคนไร้ปัญญา.

บาลี (สยามรัฐ)

เยนาภิภูโต กุสลํ ชหาติ

ปรกฺกเร วิปุลญฺจาปิ อตฺถํ

ส ภีมเสโน พลวา ปมทฺทิ

โกโธ มหาราช น เม อมุจฺจถ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลถูกความโกรธครอบงำแล้ว ย่อมละทิ้งกุศลเสีย ย่อมซัดส่ายประโยชน์แม้มากมายได้ เขาประกอบด้วยเสนา คือ กิเลสหมู่ใหญ่ที่น่ากลัว มีกำลัง สามารถปราบผู้อื่นให้อยู่ในอำนาจได้ ความโกรธนั้นยังไม่เสื่อมคลายไปจากอาตมภาพ ขอถวายพระพร.

บาลี (สยามรัฐ)

กฏฺฐสฺมึ มตฺถมานสฺมึ ๒ ปาวโก นาม ชายติ

ตเมว กฏฺฐํ ทหติ ยสฺมา โส ชายเต คินิ ฯ

ฉบับหลวง

ธรรมดาไฟย่อมเกิดขึ้นที่ไม้สีไฟอันบุคคลสีอยู่ ไฟเกิดขึ้นแต่ไม้ใด ย่อมเผาไม้นั้นเองให้ไหม้.

บาลี (สยามรัฐ)

เอวํ มนฺทสฺส โปสสฺส พาลสฺส อวิชานโต

สารมฺภา ชายเต โกโธ โสปิ เตเนว ฑยฺหติ ฯ

๑ ม. วิกตฺถิตฺโถ ฯ ๒ ยุ. มนฺถมานสฺมึ ฯ

ฉบับหลวง

ความโกรธย่อมเกิดขึ้นแก่คนโง่เขลา เบาปัญญา ไม่รู้จริง เพราะความแข่งดี แม้เขาก็ถูกความโกรธนั้นแหละเผาลน.

บาลี (สยามรัฐ)

อคฺคีว ติณกฏฺฐสฺมึ โกโธ ยสฺส ปวฑฺฒติ

นิหียติ ตสฺส ยโส กาฬปกฺเขว จนฺทิมา ฯ

ฉบับหลวง

ความโกรธย่อมเจริญขึ้นแก่ผู้ใด ดุจไฟเจริญขึ้นในกองหญ้าและไม้ ฉะนั้นยศของบุคคลนั้นย่อมเสื่อมไป เหมือนพระจันทร์ข้างแรม ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อนินฺโท ๑ ธูมเกตูว โกโธ ยสฺสูปสมฺมติ

อาปูรติ ตสฺส ยโส สุกฺกปกฺเขว จนฺทิมาติ ฯ

จุลฺลโพธิชาตกํ ปญฺจมํ ฯ

ฉบับหลวง

ความโกรธของผู้ใดย่อมสงบลง เหมือนไฟหมดเชื้อ ฉะนั้น ยศของผู้นั้นย่อมเต็มเปี่ยม เหมือนพระจันทร์ข้างขึ้น ฉะนั้น.

จบ จุลลโพธิชาดกที่ ๕.

๖ มณฺฑพฺยชาตกํ ๒

๖. มัณฑัพยชาดก

ว่าด้วยความรักที่มีต่อบุตร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต มัณฑัพยชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

สตฺตาหเมวาหํ ปสนฺนจิตฺโต

ปุญฺญตฺถิโก อาจริ ๓ พฺรหฺมจริยํ

อถาปรํ ยํ จริตํ มมยิทํ ๔

วสฺสานิ ปญฺญาส สมาธิกานิ

อกามโก วาปิ อหํ จรามิ

เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ

หตํ วิสํ ชีวตุ ยญฺญทตฺโต ฯ

ฉบับหลวง

เราเป็นผู้ต้องการบุญ ได้มีจิตเลื่อมใสประพฤติพรหมจรรย์อยู่เพียง ๗ วันเท่านั้น ต่อจากนั้นมา แม้เราจะไม่มีความใคร่บรรพชา ก็ได้ประพฤติพรหมจรรย์ของเราอยู่ได้ถึง ๕๐ ปีกว่า ด้วยความสัจนี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ยัญญทัตตกุมาร พิษจงคลาย ยัญญทัตตกุมาร จงรอดชีวิตเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

ยสฺมา ทานํ นาภินนฺทึ กทาจิ

ทิสฺวานหํ อติถึ วาสกาเล

น จาปิ เม อปฺปิยตํ อเวทุํ

พหุสฺสุตา สมณพฺราหฺมณา จ

อกามโก วาปิ อหํ ททามิ

เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ

หตํ วิสํ ชีวตุ ยญฺญทตฺโต ฯ

๑ ม. อเนโธ ฯ ๒ สี. ม. กณฺหทีปายนชาตกํ ฯ ๓ ม. อาจรึ ฯ ๔ ม. มเมทํ ฯ

ยุ. มมายิทํ ฯ

ฉบับหลวง

เพราะเหตุที่เราเห็นแขกในเวลาที่มาถึงบ้าน เพื่อจะพักอยู่ บางครั้งไม่พอใจจะให้เลย แม้สมณพราหมณ์ผู้เป็นพหูสูต ก็ไม่ทราบความไม่พอใจของเขา แม้เราไม่ประสงค์จะให้ก็ให้ได้ ด้วยความสัจนี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ยัญญทัตตกุมาร พิษจงคลาย ยัญญทัตตกุมาร จงรอดชีวิตเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

อาสีวิโส ตาต ปหูตเตโช

โย ตํ อฑํสี พิฬารา อุทฺธจฺจ ๑

ตสฺมิญฺจ เม อปฺปิยตาย อชฺช

ปิตริ จ เต นตฺถิ โกจิ วิเสโส

เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ

หตํ วิสํ ชีวตุ ยญฺญทตฺโต ฯ

ฉบับหลวง

ลูกรัก อสรพิษที่ออกจากโพรงกัดเจ้านั้น มีเดชมาก ไม่เป็นที่รักของแม่ในวันนี้เลย อสรพิษนั้นกับบิดาของเจ้า ไม่แปลกอะไรกันเลย ด้วยความสัจนี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ยัญญทัตตกุมาร พิษจงคลาย ยัญญทัตตกุมาร จงรอดชีวิตเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

สนฺตา ทนฺตา เย จ ๒ ปริพฺพชนฺติ

อญฺญตฺร กณฺหา อนกามรูปา ๓

ทีปายน กิสฺส ชิคุจฺฉมาโน

อกามโก จรสิ พฺรหฺมจริยํ ฯ

ฉบับหลวง

ก็นักพรตทั้งหลายเป็นผู้สงบระงับ ฝึกฝนตนแล้ว ย่อมเว้นรอบ นอกจากท่านกัณหะแล้วที่จะเป็นผู้ทนฝืนใจ ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีเลยดูกรท่านทีปายนะ ท่านเกลียดชังอะไร จึงสู่ฝืนใจประพฤติพรหมจรรย์อยู่ได้.

บาลี (สยามรัฐ)

สทฺธาย นิกฺขมฺม ปุน นิวตฺโต

โส เอฬมูโค จปโล ๔ วตายํ

เอตสฺส วาทสฺส ชิคุจฺฉมาโน

อกามโก จรามิ พฺรหฺมจริยํ

วิญฺญูปสตฺถญฺจ สตญฺจ ฐานํ

เอวมฺปหํ ปุญฺญกโร ภวามิ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลออกบวชด้วยศรัทธาแล้ว กลับเข้าบ้านอีก เป็นคนเหลวไหลเป็นคนกลับกลอก เราเกลียดต่อถ้อยคำเช่นนี้ จึงสู้ฝืนใจ ประพฤติพรหมจรรย์อยู่ นี้เป็นฐานะที่วิญญูชนสรรเสริญ และเป็นฐานะของสัตบุรุษทั้งหลาย เราเป็นผู้กระทำบุญด้วยเหตุนี้แหละ.

บาลี (สยามรัฐ)

สมเณ ตุวํ พฺราหฺมเณ อทฺธิเก จ

สนฺตปฺปยาสิ อนฺนปาเนน ภิกฺขํ

โอปานภูตํว ฆรํ ตวยิทํ

อนฺเนน ปาเนน อุเปตรูปํ

อถ กิสฺส วาทสฺส ชิคุจฺฉมาโน

อกามโก ทานมิมํ ททาสิ ฯ

๑ ม. อทํสี สจรา อุทิจฺจ ฯ ๒ ม. ทนฺตาเยว ฯ ๓ ม. นตฺถากามรูปา ฯ

๔ ม. เอฬมูโคว พาโล ฯ

ฉบับหลวง

ท่านเลี้ยงสมณะ พราหมณ์และคนเดินทาง ให้อิ่มหนำสำราญด้วยข้าวและน้ำ เรือนของท่าน บริบูรณ์ด้วยข้าวและน้ำเป็นเหมือนบ่อน้ำ เออก็ท่านเกลียดต่อถ้อยคำอะไร แม้ไม่ประสงค์ ก็ให้ทานนี้ได้?

บาลี (สยามรัฐ)

ปิตโร จ เม อาสุ ๑ ปิตามหา จ

สทฺธา อหุ ๒ ทานปตี วทญฺญู

ตํ กูลวตฺตํ ๓ อนุวตฺตมาโน

มาหํ กุเล อนฺติมคนฺธิโน ๔ อหุํ

เอตสฺส วาทสฺส ชิคุจฺฉมาโน

อกามโก ทานมิมํ ททามิ ฯ

ฉบับหลวง

มารดาบิดาและปู่ย่าตายายของดิฉัน เป็นผู้มีศรัทธา เป็นทานบดี รู้ความประสงค์ของผู้ขอ ดิฉันอนุวัตรตามธรรมเนียมของตระกูลนั้น กำหนดใจไว้ว่า อย่าได้เป็นคนตัดธรรมเนียมแห่งตระกูลนี้เสียเลย ดิฉันเกลียดถ้อยคำเช่นนี้ แม้ไม่ประสงค์ก็ให้ทานนี้ได้.

บาลี (สยามรัฐ)

ทหรึ กุมารึ อสมตฺถปญฺญํ

ยนฺตานยึ ญาติกุลา สุคตฺเต

น จาปิ เม อปฺปิยตํ อเวทิ

อญฺญตฺร กามา ปริจารยนฺตา ๕

อถ เกน วณฺเณน มยา หิ ๖ โภติ

สํวาสธมฺโม อหุ เอวรูโป ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรนางผู้มีร่างกายงาม เรานำเจ้าผู้ยังเป็นสาวน้อย ฯ ยังไม่มีปัญญาสามารถที่จะจับจ่ายมาแต่ตระกูลญาติ แม้เจ้าไม่ได้แสดงความไม่รักใคร่เราเจ้าปฏิบัติเราเว้นจากความรักใคร่ เออก็นางผู้เจริญ การที่เจ้าอยู่ร่วมกับเราเห็นปานนี้ได้ เพราะเหตุอะไร?

บาลี (สยามรัฐ)

อารา ทูเร นยิธ กทาจิ อตฺถิ

ปรมฺปรา นาม กุเล อิมสฺมึ

ตํ กูลวตฺตํ ๓ อนุวตฺตมานา

มาหํ กุเล อนฺติมคนฺธินี อหุํ

เอตสฺส วาทสฺส ชิคุจฺฉมานา

อกามิกา ปฏฺฐจรามิ ๑ ตุยฺหํ ฯ

๑ ม. อาสุํ ฯ ๒ ม. อหุํ ฯ ๓ ม. กุลฺลวตฺตํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ

๔ ม. อนฺติมคนฺธโน ฯ สี. คนฺธินี ฯ ๕ สี. ยุ. ปริจารยนฺตี ฯ ๖ ม. เต ฯ

ฉบับหลวง

ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา อันภรรยาที่มีสามีบ่อยๆ มิได้มีอยู่ในตระกูลนี้ดิฉันได้อนุวัตรตามธรรมเนียมของตระกูลนั้น กำหนดใจไว้ว่า ขออย่าให้เป็นคนตัดธรรมเนียมของตระกูลในภายหลังเลย ดิฉันเกลียดต่อถ้อยคำเช่นนี้ แม้ไม่ประสงค์ก็ปฏิบัติท่านได้.

บาลี (สยามรัฐ)

มณฺฑพฺย ภาสิสฺสํ อภาสเนยฺยํ ๒

ตํ ขมฺยตํ ปุตฺตเหตุ มมชฺช ๓

ปุตฺตเปมา นยิธ ปรตฺถิ กิญฺจิ

โส โน อยํ ชีวติ ยญฺญทตฺโตติ ฯ

มณฺฑพฺยชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านมัณฑัพยะ วันนี้ดิฉันพูดถ้อยคำที่ไม่ควรจะพูด ขอท่านจงอดโทษถ้อยคำนั้นให้แก่ดิฉัน เพราะเหตุแห่งบุตรเถิด สิ่งอื่นอะไรๆ ในโลกนี้ ที่จะรักยิ่งไปกว่าบุตรมิได้มี ยัญญทัตตกุมารของเรานี้รอดชีวิตแล้ว.

จบ มัณฑัพยชาดกที่ ๖.

๗ นิโคฺรธชาตกํ

๗. นิโครธชาดก

ว่าด้วยการคบคนดี

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต นิโครธชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

น วาหเมตํ ๔ ชานามิ โกวายํ กสฺส จาริ วา ๕-

ยถา สาโข วทิ ๖ เอวํ นิโคฺรธ กินฺติ มญฺญสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระนามว่านิโครธ ท่านสาขะเสนาบดีพูดว่า เราไม่รู้จักคนนี้เลยว่าเป็นใครกัน หรือเป็นเพื่อนของใคร พระองค์จะทรงเข้าพระทัยอย่างไร?

บาลี (สยามรัฐ)

ตโต คลวินีเตน ปุริสา นีหรึสุ มํ

ทตฺวา มุขปฺปหารานิ สาขสฺส วจนํ กรา ฯ

ฉบับหลวง

ลำดับนั้น บุรุษผู้ทำตามคำของท่านสาขะเสนาบดี เข้าจับคอตบหน้าข้าพระองค์ ขับไสออกไป.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตาทิสํ ทุมฺมตินา อกตญฺเญน ๗ ทุพฺภินา

กตํ อนริยํ สาเขน สขินา เต ชนาธิป ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชานิกร กรรมอันไม่ประเสริฐเช่นนี้ อันท่านสาขะเสนาบดี ผู้เป็นเพื่อนเก่าของพระองค์ เป็นคนมีความคิดทรามเป็นคนอกตัญญู ประทุษร้ายมิตรได้ทำแล้ว.

บาลี (สยามรัฐ)

น วาหเมตํ ชานามิ นปิ เม โกจิ สํสติ

ยํ เม ตฺวํ สมฺม อกฺขาสิ สาเขน กฑฺฒนํ ๘ กตํ ฯ

๑ สี. พทฺธจรามิ ฯ ม. ปทฺธจรามฺหิ ฯ ๒ ม. มณฺฑพฺย ภาสึ ยมภาสเนยฺยํ ฯ

๓ ม. ปุตฺตกเหตุ มชฺช ฯ ๔ สี. จาหเมตํ ฯ ๕ ม. วาติ วา ฯ ๖ ม. จริ ฯ

๗ ม. อกตญฺญุน ฯ ๘ ม. การณํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสหาย เรื่องนี้เราไม่รู้เลย ใครก็ไม่ได้บอกแก่เรา ท่านมาบอกแก่เราว่า ท่านสาขะเสนาบดีฉุดคร่าท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

สขีนํ สาชีวงฺกโร มม สาขสฺส จูภยํ

ตฺวํ โนสิสฺสริยํ ทาตา มนุสฺเสสุ มหคฺคตํ ๑

ตุยฺหมฺหา ลพฺภิตา อิทฺธิ เอตฺถ เม นตฺถิ สํสโย ฯ

ฉบับหลวง

ท่านเป็นคนทำเพื่อให้มีชีวิตอยู่สบายดี ท่านเป็นคนให้อิศริยยศ คือความเป็นใหญ่ ในหมู่มนุษย์แก่เราและสาขะเสนาบดีทั้งสองคน เราได้รับความสำเร็จเพราะท่านในเรื่องนี้ เราไม่มีความสงสัยเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

ยถาปิ วีชํ อคฺคิสฺมึ ฑยฺหติ น วิรูหติ

เอวํ กตํ อสปฺปุริเส นสฺสติ น วิรูหติ ฯ

ฉบับหลวง

กรรมที่บุคคลทำในอสัตบุรุษ ย่อมฉิบหายไม่งอกงาม เหมือนพืชที่บุคคลหว่านลงในไฟ ย่อมถูกไฟไหม้ ไม่งอกงามฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

กตญฺญุมฺหิ จ โปสมฺหิ สีลวนฺเต อริยวุตฺติเน

สุเขตฺเต วิย พีชานิ กตํ ตมฺหิ น นสฺสติ ฯ

ฉบับหลวง

ส่วนกรรมที่บุคคลทำในคนกตัญญู มีศีล มีความประพฤติประเสริฐ ย่อมไม่ฉิบหายไป เหมือนพืชที่บุคคลหว่านลงในนาดีฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อิมญฺจ ๒ ชมฺมํ เนกติกํ อสปฺปุริสจินฺตกํ

หนนฺตุ สาขํ สตฺตีหิ นาสฺส อิจฺฉามิ ชีวิตํ ฯ

ฉบับหลวง

ราชบุรุษทั้งหลาย จงฆ่าสาขะเสนาบดีผู้ชั่วช้า มักหลอกลวง มีความคิดอย่างอสัตบุรุษคนนี้เสีย ด้วยหอกทั้งหลาย เราไม่ปรารถนาให้เขามีชีวิตอยู่เลย.

บาลี (สยามรัฐ)

ขมตสฺส มหาราช ปาณา ทุปฺปฏิอานยา ๓

ขม เทว อสปฺปุริสสฺส นาสฺส อิจฺฉามหํ วธํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราชา ขอพระองค์ได้โปรดอดโทษให้แก่เขาเถิด ชีวิตของคนตายแล้วไม่อาจจะนำกลับคืนมาได้ ขอได้ทรงโปรดอดโทษ แก่อสัตบุรุษเถิด พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระบาทไม่ปรารถนาให้ฆ่าเขา.

บาลี (สยามรัฐ)

นิโคฺรธเมว เสเวยฺย น สาขมุปสํวเส

นิโคฺรธสฺมึ มตํ เสยฺโย ยญฺเจ สาขสฺมิ ชีวิตนฺติ ฯ

นิโคฺรธชาตกํ สตฺตมํ ฯ

ฉบับหลวง

ควรคบหาแต่นิโครธเท่านั้น ไม่ควรเข้าไปอาศัยเจ้าสาขะอยู่ ความตายในสำนักท่านนิโครธประเสริฐกว่า ความเป็นอยู่ในสำนักเจ้าสาขะจะประเสริฐอะไร.

จบ นิโครธชาดกที่ ๗.

๘ ตกฺกลชาตกํ

๘. ตักกลชาดก

ว่าด้วยการเลี้ยงดูบิดามารดา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต ตักกลชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

น ตกฺกลา สนฺติ น อาลุปานิ ๔

น วิลาลิโย น กลมฺพานิ ตาต

เอโก อรญฺญมฺหิ สุสานมชฺเฌ

กิมตฺถิโก ตาต ขณาสิ กาสุํ ฯ

๑ ม. มหนฺตตํ ฯ ๒ ม. จสทฺโท นตฺถิ ฯ ๓ ม. นปฏิอานยา ฯ ๔ ม. อาลุวานิ ฯ

ฉบับหลวง

พ่อจ๋า มันนก มันเทศ มันมือเสือ ผักทอดยอด ก็มิได้มี พ่อต้องการอะไร จึงขุดหลุม อยู่คนเดียวในป่ากลางป่าช้าเช่นนี้เล่า?

บาลี (สยามรัฐ)

ปิตามโห ตาต สุทุพฺพโล เต

อเนกพฺยาธีหิ ทุกฺเขหิ ผุฏฺโฐ

ตมชฺชหํ นิกฺขณิสฺสามิ โสพฺเภ

น หิสฺส ตํ ชีวิตํ โรจยามิ ฯ

ฉบับหลวง

ลูกเอ๋ย ปู่ของเจ้าทุพพลภาพมากแล้ว ถูกกองทุกข์อันเกิดจากโรคภัยหลายอย่างเบียดเบียน วันนี้พ่อจะฝังปู่ของเจ้านั้นเสียในหลุม เพราะพ่อไม่ปรารถนา จะให้ปู่ของเจ้ามีชีวิตอยู่อย่างลำบากเลย ลูกเอ๋ย.

บาลี (สยามรัฐ)

สงฺกปฺปเมตํ ปฏิลทฺธปาปกํ

อจฺจาหิตํ กมฺมํ กโรสิ ลุทฺทํ

มยาปิ ตาต ปฏิลจฺฉเส ตุวํ

เอตาทิสํ กมฺม ชรูปนีโต

ตํ กูลวตฺตํ อนุวตฺตมาโน

อหมฺปิ ตํ นิกฺขณิสฺสามิ โสพฺเภ ฯ

ฉบับหลวง

พ่อได้ความดำริอันลามกนี้แล้ว ได้กระทำกรรมที่หยาบช้า อันล่วงเสียซึ่งประโยชน์ พ่อจ๋า แม้เมื่อพ่อแก่ลงแล้ว ก็จักได้รับกรรมเช่นนี้เพราะลูกบ้าง แม้ลูกเองก็จะอนุวัตรตามธรรมเนียมของตระกูลนั้น จักฝังพ่อเสียในหลุมบ้าง.

บาลี (สยามรัฐ)

ผรุสาหิ วาจาหิ ปกุพฺพมาโน

อาสชฺช มํ ตฺวํ วทเส กุมาร

ปุตฺโต มมํ โอรสโก สมาโน

อหิตานุกมฺปี เม ตฺวํสิ ปุตฺต ฯ

ฉบับหลวง

ลูกเอ๋ย เจ้ามากล่าวกระทบกระเทียบขู่เข็ญพ่อ ด้วยถ้อยคำหยาบคายเจ้าเป็นลูกเกิดแต่อกของพ่อ แต่หามีความอนุเคราะห์เกื้อกูลแก่พ่อไม่.

บาลี (สยามรัฐ)

น ตฺยาหํ ๑ ตาต อหิตานุกมฺปี

หิตานุกมฺปี เต อหญฺหิ ๒ ตาต

ปาปญฺจ ตํ กมฺม ปกุพฺพมานํ

อรหามิ โน วารยิตุํ ตโต หิ ฯ

ฉบับหลวง

พ่อจ๋า มิใช่ฉันจะไม่มีความอนุเคราะห์เกื้อกูลแก่พ่อ ฉันเป็นผู้มีความอนุเคราะห์เกื้อกูลแก่พ่อ แต่เพราะฉันไม่กล้าพอที่จะห้ามพ่อ ผู้ทำบาปกรรมโดยตรงได้ จึงได้พูดกระทบกระเทียบเช่นนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

โย มาตรํ วา ปิตรํ สวิฏฺฐ ๓

อทูสเก หึสติ ปาปธมฺโม

กายสฺส เภทา อภิสมฺปรายํ

อสํสยํ โส นิรยํ อุเปติ ๑ ฯ

๑ ม. น ตาหํ ฯ ๒ ม. อหมฺปิ ฯ ๓ สี. ยุ. มาตรํ ปิตรํ วา วสิฏฺฐ ฯ

ฉบับหลวง

พ่อจ๋า ผู้ใดเป็นคนมีธรรมอันลามก เบียดเบียนมารดาหรือบิดาผู้ไม่ประทุษร้าย ผู้นั้นครั้นตายไปภายหน้า ต้องเข้าถึงนรกโดยไม่ต้องสงสัย.

บาลี (สยามรัฐ)

โย มาตรํ วา ปิตรํ สวิฏฺฐ

อนฺเนน ปาเนน อุปฏฺฐหาติ

กายสฺส เภทา อภิสมฺปรายํ

อสํสยํ โส สุคตึ อุเปติ ฯ

ฉบับหลวง

พ่อจ๋า ผู้ใดบำรุงเลี้ยงมารดาบิดาด้วยข้าวน้ำ ผู้นั้นครั้นตายไปภายหน้าย่อมเข้าถึงสุคติ โดยไม่ต้องสงสัย.

บาลี (สยามรัฐ)

น เม ตฺวํ ปุตฺต อหิตานุกมฺปี

หิตานุกมฺปี เม ตฺวํสิ ปุตฺต

อหญฺจ เต ๒ มาตรา วุจฺจมาโน

เอตาทิสํ กมฺม กโรมิ ลุทฺทํ ฯ

ฉบับหลวง

ลูกเอ๋ย เจ้าจะเป็นผู้ไม่เกื้อกูลอนุเคราะห์แก่พ่อก็หาไม่ เจ้าชื่อว่าเป็นผู้เกื้อกูลอนุเคราะห์แก่พ่อ แต่พ่อถูกแม่ของเจ้าว่ากล่าว จึงได้กระทำกรรมอันหยาบช้าเช่นนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

ยา เต สา ภริยา อนริยรูปา

มาตา มเมสา สกิยา ๓ ชเนตฺติ

นิทฺธาปเย ตญฺจ สกา อคารา

อญฺญมฺปิ เต สา ทุขมาวเหยฺย ฯ

ฉบับหลวง

หญิงชั่วเป็นภรรยาของพ่อ เป็นแม่บังเกิดเกล้าของฉัน พ่อจงขับไล่ไปเสียจากเรือนของตน เพราะแม่จะนำทุกข์อย่างอื่นมาให้พ่ออีก.

บาลี (สยามรัฐ)

ยา เต สา ภริยา อนริยรูปา

มาตา มเมสา สกิยา ๓ ชเนตฺติ

ทนฺตา กเรณูว วสูปนีตา

สา ปาปธมฺมา ปุนราวชาตูติ ฯ

ตกฺกลชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ

๑ สี. ยุ. ปเรติ ฯ ๒ ม. ตํ ฯ ๓ ม. ชาติยา ฯ

ฉบับหลวง

หญิงชั่วผู้เป็นภรรยาของพ่อ เป็นแม่บังเกิดเกล้าของฉัน เป็นหญิงมีบาปธรรม ถูกทรมาน ดังช้างพัง ที่นายควาญฝึกให้อยู่ในอำนาจแล้วจงกลับมาเรือนเถิด.

จบ ตักกลชาดกที่ ๘.

๙ มหาธมฺมปาลชาตกํ

๙. มหาธรรมปาลชาดก

ว่าด้วยเหตุที่ไม่ตายในวัยหนุ่ม

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต มหาธรรมปาลชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

กินฺเต วตํ กึ ปน พฺรหฺมจริยํ

กิสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก

อกฺขาหิ เม พฺราหฺมณ เอตมตฺถํ

กสฺมา นุ ตุมฺหํ ทหรา น มิยฺยเร ฯ

ฉบับหลวง

อะไรเป็นวัตรของท่าน อะไรเป็นพรหมจรรย์ของท่าน การที่คนหนุ่มๆในตระกูลของท่านไม่ตายนี้ เป็นผลของกรรมอะไรที่ท่านได้ประพฤติมาเป็นอย่างดีแล้ว ดูกรพราหมณ์ ขอท่านช่วยบอกเนื้อความนี้แก่เราเหตุไรหนอคนหนุ่มๆ ของท่านจึงไม่ตาย?

บาลี (สยามรัฐ)

ธมฺมํ จราม น มุสา ภณาม

ปาปานิ กมฺมานิ วิวชฺชยาม ๑

อนริยํ ปริวชฺเชม ๒ สพฺพํ

ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา น มิยฺยเร ฯ

ฉบับหลวง

พวกเราประพฤติธรรม ไม่กล่าวมุสา งดเว้นกรรมชั่ว งดเว้นกรรมอันไม่ประเสริฐทั้งปวง เพราะเหตุนี้แหละ คนหนุ่มๆ ของพวกเราจึงไม่ตาย.

บาลี (สยามรัฐ)

สุโณม ธมฺมํ อสตํ สตญฺจ

น จาปิ ธมฺมํ อสตํ โรจยาม

หิตฺวา อสนฺเต น ชหาม สนฺเต

ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา น มิยฺยเร ฯ

ฉบับหลวง

พวกเราได้ฟังธรรมของอสัตบุรุษ และสัตบุรุษแล้ว ไม่ชอบใจธรรมของอสัตบุรุษเลย ละทิ้งอสัตบุรุษเสีย แต่ไม่ละทิ้งสัตบุรุษ เพราะเหตุนี้แหละ คนหนุ่มๆ ของพวกเราจึงไม่ตาย.

บาลี (สยามรัฐ)

ปุพฺเพว ทานา สุมนา ภวาม

ททํปิ เว อตฺตมนา ภวาม

ทตฺวาปิ เว นานุตปาม ปจฺฉา

ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา น มิยฺยเร ฯ

ฉบับหลวง

ก่อนจะให้ทาน พวกเราก็เป็นผู้ตั้งใจดี แม้กำลังให้ก็ชื่นชมยินดี ครั้นให้แล้วก็ไม่เดือดร้อน ในภายหลัง เพราะเหตุนี้แหละ คนหนุ่มๆ ของพวกเราจึงไม่ตาย.

บาลี (สยามรัฐ)

สมเณ มยํ พฺราหฺมเณ อทฺธิเก จ

วณิพฺพเก ยาจนเก ทลิทฺเท

อนฺเนน ปาเนน อภิตปฺปยาม

ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา น มิยฺยเร ฯ

๑ ม. ปริวชฺชยาม ฯ ๒ ม. ปริวชฺเชมุ ฯ

ฉบับหลวง

พวกเราเลี้ยงดูสมณะ พราหมณ์ คนเดินทาง วณิพก ยาจก และคนขัดสนทั้งหลาย ให้อิ่มหนำสำราญด้วยข้าวน้ำ เพราะเหตุนี้แหละคนหนุ่มๆ ของพวกเราจึงไม่ตาย.

บาลี (สยามรัฐ)

มยญฺจ ภริยํ นาติกฺกมาม

ภริยาปิ อเมฺห ๑ นาติกฺกมนฺติ

อญฺญตฺร ตาหิ พฺรหฺมจริยํ จราม

ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา น มิยฺยเร ฯ

ฉบับหลวง

พวกเราไม่นอกใจภรรยา ถึงภรรยาก็ไม่นอกใจพวกเรา พวกเราประพฤติพรหมจรรย์นอกจากภรรยาของตน เพราะเหตุนี้แหละ คนหนุ่มๆ ของพวกเราจึงไม่ตาย.

บาลี (สยามรัฐ)

ปาณาติปาตา วิรมาม สพฺเพ

โลเก อทินฺนํ ปริวชฺชยาม

อมชฺชปา โนปิ มุสา ภณาม

ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา น มิยฺยเร ฯ

ฉบับหลวง

เราทุกคนงดเว้นจากปาณาติบาต งดเว้นสิ่งที่เขาไม่ให้ในโลก ไม่กล่าวมุสา ไม่ดื่มน้ำเมา เพราะเหตุนี้แหละ คนหนุ่มๆ ของพวกเราจึงไม่ตาย.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตาสุ เว ชายเร สุตฺตมาสุ

เมธาวิโน โหนฺติ พหูตปญฺญา

พหุสฺสุตา เวทคุนา ๒ จ โหนฺติ

ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา น มิยฺยเร ฯ

ฉบับหลวง

บุตรของพวกเราเกิดในหญิงที่ดีเหล่านั้น เป็นผู้ฉลาดเฉลียว มีปัญญามากเป็นพหูสูต เรียนจบไตรเพท เพราะเหตุนี้แหละ คนหนุ่มๆ ของพวกเราจึงไม่ตาย.

บาลี (สยามรัฐ)

มาตาปิตโร [๓] ภคินีภาตโร จ

ปุตฺตา จ ทารา จ มยญฺจ สพฺเพ

ธมฺมํ จราม ปรโลกเหตุ

ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา น มิยฺยเร ฯ

ฉบับหลวง

มารดาบิดา พี่น้องหญิงชาย บุตรภรรยา และเราทุกคนประพฤติธรรมเพราะเหตุแห่งโลกหน้า เพราะเหตุนี้แหละ คนหนุ่มๆ ของพวกเราจึงไม่ตาย.

บาลี (สยามรัฐ)

ทาสา จ ทาสี ๔ อนุชีวิโน จ

ปริจารกา กมฺมกรา จ สพฺเพ

ธมฺมํ จรนฺติ ปรโลกเหตุ

ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา น มิยฺยเร ฯ

๑ ม. อเมฺห จ ภริยา ฯ ๒ ม. เวทคุโน ฯ ๓ ม. จ ฯ

๔ ม. ทาโสฺย ฯ สี. ยุ. ทาสฺโส ฯ

ฉบับหลวง

ทาส ทาสี คนอาศัยเลี้ยงชีพ คนใช้ และกรรมกรทั้งหมด ก็ประพฤติธรรมเพราะเหตุแห่งโลกหน้า เพราะเหตุนี้แหละ คนหนุ่มๆ ของพวกเราจึงไม่ตาย.

บาลี (สยามรัฐ)

ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ

ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ

เอสานิสํโส ธมฺเม สุจิณฺเณ

น ทุคฺคตึ คจฺฉติ ธมฺมจารี ฯ

ฉบับหลวง

ธรรมแลย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ธรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้ นี้เป็นอานิสงส์ในธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ผู้ประพฤติธรรมย่อมไม่ไปสู่ทุคติ.

บาลี (สยามรัฐ)

ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ

ฉตฺตํ มหนฺตํ วิย วสฺสกาเล

ธมฺเมน คุตฺโต มม ธมฺมปาโล

อญฺญสฺส อฏฺฐีนิ สุขี กุมาโรติ ฯ

มหาธมฺมปาลชาตกํ นวมํ ฯ

ฉบับหลวง

ธรรมแลย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม เหมือนร่มใหญ่ในฤดูฝนฉะนั้น ธรรมปาละบุตรของเรา อันธรรมคุ้มครองแล้ว กระดูกที่ท่านนำเอามานี้เป็นกระดูกสัตว์อื่น บุตรของเรายังมีความสุข.

จบ มหาธรรมปาลชาดกที่ ๙.

๑๐ กุกฺกุฏชาตกํ

๑๐. กุกกุฏชาดก

ว่าด้วยพ้นศัตรูเพราะรู้เท่าทัน

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต กุกกุฏชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

นาสฺมเส กตปาปมฺหิ นาสฺมเส อลิกวาทิเน

นาสฺมเส อตฺตตฺถปญฺญมฺหิ อติสนฺเตปิ นาสฺมเส ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลไม่พึงคุ้นเคยในคนทำบาป คนมักพูดเหลาะแหละ คนมีปัญญาคิดแต่ประโยชน์ตน และคนทำเป็นสงบแต่ภายนอก.

บาลี (สยามรัฐ)

ภวนฺติ เหเก ปุริสา โคปิปาสิกชาติกา ๑

ฆสนฺติ มญฺเญ มิตฺตานิ วาจาย น จ กมฺมุนา ฯ

ฉบับหลวง

มีบุรุษพวกหนึ่ง มีปกติเหมือนโคกระหายน้ำ ทำทีเหมือนจะกล้ำกลืนมิตรด้วยวาจา แต่ไม่ใช้ด้วยการงาน ไม่ควรคุ้นเคยในคนเช่นนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

สุกฺขญฺชลิปคฺคหิตา วาจาย ปลิคุณฺฐิตา

มนุสฺสเผคฺคู นาสิเท ยสฺมึ นตฺถิ กตญฺญุตา ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษพวกหนึ่ง เป็นคนชูมือเปล่า พัวพันอยู่ แต่ด้วยวาจาเป็นมนุษย์กระพี้ ไม่มีความกตัญญู ไม่ควรคุ้นเคยในคนเช่นนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

น หิ อญฺโญญฺญจิตฺตานํ ๒ อิตฺถีนํ ปุริสาน วา

นานาวิกตฺวา สํสคฺคํ ตาทิสมฺปิ น วิสฺสเส ๓ ฯ

๑ สี. ยุ. โคปิปาสกชาติกา ฯ ๒ ม. อญฺญญฺญจิตฺตานํ ฯ ๓ ม. จ นาสฺมเส ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลไม่ควรคุ้นเคยต่อหญิง หรือบุรุษ ผู้มีจิตกลับกลอก ไม่ทำความข้องเกี่ยวให้แจ้งชัด.

บาลี (สยามรัฐ)

อนริยกมฺมอุกฺกนฺตํ ๑ อตฺเถตํ ๒ สพฺพฆาตินํ

นิสิตํว ปฏิจฺฉนฺนํ ตาทิสมฺปิ น วิสฺสเส ๓ ฯ

ฉบับหลวง

ไม่ควรคุ้นเคยกับบุคคลผู้หยั่งลงสู่กรรม อันไม่ประเสริฐ เป็นคนไม่แน่นอน กำจัดคนไม่เลือก เหมือนดาบที่เขาลับแล้วปกปิดไว้ ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

มิตฺตวเสนิเธกจฺเจ ๔ สาขลฺเยน อเจตสา

วิวิเธหิ อุปายนฺติ ตาทิสมฺปิ น วิสฺสเส ฯ

ฉบับหลวง

คนบางพวกในโลกนี้ คอยเพ่งโทษ เข้าไปหาด้วยอุบายต่างๆ ด้วยคำพูดอันคมคายซึ่งไม่ตรงกับน้ำใจ ด้วยสามารถแห่งมิตรเทียม แม้คนเช่นนี้ ก็ไม่ควรคุ้นเคย.

บาลี (สยามรัฐ)

อามิสํ วา ธนํ วาปิ ยตฺถ ปสฺสติ ตาทิโส

ทุพฺภึ กโรติ ทุมฺเมโธ ตญฺจ หนฺตฺวาน คจฺฉติ ฯ

ฉบับหลวง

คนมีปัญญาทรามเช่นนั้น พบเห็นอามิส หรือทรัพย์เข้า ณ ที่ใด ย่อมคิดประทุษร้าย และย่อมละทิ้งเพื่อนนั้นไป แม้คนเช่นนั้น ก็ไม่ควรคุ้นเคย.

บาลี (สยามรัฐ)

มิตฺตรูเปน พหโว ฉนฺนา เสวนฺติ สตฺตโว

ชเห กาปุริเส เหเต กุกฺกุโฏ วิย เสนกํ ฯ

ฉบับหลวง

มีคนเป็นจำนวนมาก ที่ปลอมเป็นมิตรคบหา บุคคลพึงละบุรุษชั่วเหล่านั้นเสีย เหมือนไก่ละเหยี่ยว ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

โย จ อุปฺปติตํ อตฺถํ ขิปฺปเมว น พุชฺฌติ

อมิตฺตวสมเนฺวติ ปจฺฉาว อนุตปฺปติ ฯ

ฉบับหลวง

อนึ่ง บุคคลใดไม่รู้เท่าทันเหตุที่เกิดขึ้นได้ฉับพลัน หลงไปตามอำนาจศัตรู บุคคลนั้น ย่อมเดือดร้อนในภายหลัง.

บาลี (สยามรัฐ)

โย จ อุปฺปติตํ อตฺถํ ขิปฺปเมว นิโพธติ

มุจฺจเต สตฺตุสมฺพาธา กุกฺกุโฏ วิย เสนกา ฯ

ฉบับหลวง

ส่วนบุคคลใดรู้เท่าทันเหตุที่เกิดขึ้นได้ ฉับพลัน บุคคลนั้นย่อมพ้นจากความเบียดเบียนของศัตรู เหมือนไก่พ้นจากเหยี่ยว ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ตํ ตาทิสํ กูฏมิโวฑฺฑิตํ วเน

อธมฺมิกํ นิจฺจวิธํสการินํ

อารา วิวชฺเชยฺย นโร วิจกฺขโณ

เสนํ ยถา กุกฺกุโฏ วํสกานเนติ ฯ

กุกฺกุฏชาตกํ ทสมํ ฯ

___________

๑ ม. กมฺมโมกฺกนฺตํ ฯ ๒ ม. อเถตํ ฯ ๓ ม. จ นาสฺมเส ฯ เอวมุปริปิ ฯ

๔ มิตฺตรูเป อิเธกจฺเจติปิ ปาโฐ ฯ สี. ม. มิตฺตรูเปนิเธกจฺเจ ฯ

ฉบับหลวง

นรชนผู้มีปัญญาเครื่องพิจารณา ควรละเว้นบุคคลผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม มักทำการกำจัดอยู่เป็นนิตย์ ดังแร้วที่เขาดักไว้ในป่าเช่นนั้นเสียให้ห่างไกลเหมือนไก่ในป่าไผ่ละเว้นเหยี่ยว ฉะนั้น.

จบ กุกกุฏชาดกที่ ๑๐.

๑๑ มฏฺฐกุณฺฑลิชาตกํ

๑๑. มัฏฐกุณฑลิชาดก

คนร้องไห้ถึงคนตายเป็นคนโง่เขลา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต มัฏฐกุณฑลิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อลงฺกโต มฏฺฐกุณฺฑลี

มาลธารี ๑ หริจนฺทนุสฺสโท

พาหา ปคฺคยฺห กนฺทสิ

วนมชฺเฌ กึ ทุกฺขิโต ตุวํ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านประดับแล้วด้วยอาภรณ์ต่างๆ มีต่างหูเกลี้ยงเกลา ทัดทรงระเบียบดอกไม้ ลูบไล้กระแจะจันทน์สีเหลือง ท่านมีทุกข์อะไรหรือ จึงมากอดอกคร่ำครวญอยู่ในกลางป่า?

บาลี (สยามรัฐ)

โสวณฺณมโย ปภสฺสโร

อุปฺปนฺโน รถปญฺชโร มม

ตสฺส จกฺกยุคํ น วินฺทามิ

เตน ทุกฺเขน ชหามิ ชีวิตํ ฯ

ฉบับหลวง

เรือนรถงามแพรวพราวแล้วไปด้วยทองคำ ของเรามีอยู่แล้ว เราหาล้อทั้งสองของรถนั้นยังไม่ได้ ด้วยความทุกข์อันนี้ เราจะตายเป็นแน่ๆ.

บาลี (สยามรัฐ)

โสวณฺณมยํ มณิมยํ

โลหมยํ อถ รูปิยมยํ ๒

ปาวท รถํ กริสฺสามิ เต

จกฺกยุคํ ปฏิลาภยามิ ๓ ตํ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านต้องการรถชนิดไร รถทำด้วยทองคำ แก้วมณี โลหะ หรือรูปิยะจงบอกรถชนิดนั้นแก่เราเถิด เราจักทำให้ท่าน จะหาล้อทั้งคู่ให้ท่าน?

บาลี (สยามรัฐ)

อถ ๔ มาณโว ตสฺส ปาวทิ

จนฺทิมสุริยา อุภยตฺถ ๕ ภาตโร

โสวณฺณมโย รโถ มม

เตน จกฺกยุเคน โสภติ ฯ

ฉบับหลวง

ลำดับนั้น มาณพจึงบอกแก่พราหมณ์นั้นว่า พระจันทร์และพระอาทิตย์ย่อมงามผ่องใสอยู่ในวิถีทั้งสอง รถทองของเราย่อมจะงามด้วยพระจันทร์และพระอาทิตย์นั้น อันเป็นล้อทั้งคู่.

บาลี (สยามรัฐ)

พาโล โข ตฺวํสิ มาณว

โย ตฺวํ ปตฺถยสิ อปตฺถยํ ๖

มญฺญามิ ตุวํ มริสฺสสิ

น หิ ตฺวํ ลจฺฉสิ จนฺทสุริเย ฯ

๑ สี. ยุ. มาลภารี ฯ ๒ ม. รูปิยามยํ ฯ ๓ ม. ปฏิปาทยามิ ฯ ๔ ม. โส ฯ

๕ ม. จนฺทสูริยา อุภเยตฺถ ฯ ๖ ม. ปตฺถยเส อปตฺถิยํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรมาณพ ท่านเป็นคนพาลแท้ เพราะท่านปรารถนาสิ่งที่เขาไม่พึงปรารถนากัน เราสำคัญว่าท่านจักตายเสียเปล่า ท่านจักไม่ได้พระจันทร์พระอาทิตย์เลย.

บาลี (สยามรัฐ)

คมนาคมนมฺปิ ทิสฺสติ

วณฺณธาตุ อุภเยตฺถ วีถิโย

เปโต ปน เนว ทิสฺสติ

โก นุ โข กนฺทตํ พาลฺยตโร ฯ

ฉบับหลวง

แม้ความอุทัยและอัสดงของพระจันทร์และพระอาทิตย์นั้น ก็ยังปรากฏอยู่ สีสรรวรรณะ และวิถีทางของพระจันทร์และพระอาทิตย์ทั้งสอง ก็ยังปรากฏอยู่ ส่วนบุคคลผู้ล่วงลับไปแล้ว ย่อมไม่ปรากฏเลย เราทั้งสองผู้คร่ำครวญอยู่ ใครเล่าหนอจะเป็นคนโง่เขลายิ่งกว่ากัน?

บาลี (สยามรัฐ)

สจฺจํ โข วเทสิ มาณว

อหเมว กนฺทตํ พาลฺยตโร

จนฺทํ วิย ทารโก รุทํ

เปตํ กาลกตํภิปตฺถเย ๑ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรมาณพ ท่านพูดจริง บรรดาเราทั้งสองผู้คร่ำครวญอยู่ เรานี่แหละคนโง่เขลายิ่งกว่าท่าน เราปรารถนาผู้ตายไปยังปรโลกแล้ว เหมือนเด็กร้องไห้อยากได้พระจันทร์ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ ฆตสิตฺตํว ปาวกํ

วารินา วิย โอสิญฺจิ ๒ สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านมารดาเราผู้เร่าร้อนให้สงบระงับ ดับความกระวนกระวายทั้งปวงได้เหมือนบุคคลดับไฟ ที่ติดเปรียงด้วยน้ำฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อพฺพุหิ ๓ วต เม สลฺลํ ยมาสิ หทยสฺสิตํ

โย เม โสกปเรตสฺส ปุตฺตโสกํ อปานุทิ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านได้ถอนลูกศรที่เสียบแทงหทัยของเรา ออกไปแล้ว ได้บรรเทาความโศกถึงบุตรของเรา ผู้ถูกความโศกครอบงำแล้วหนอ.

บาลี (สยามรัฐ)

โสหํ อพฺพูฬฺหสลฺโลสฺมิ วีตโสโก อนาวิโล

น โสจามิ น โรทามิ ตว สุตฺวาน มาณวาติ ฯ

มฏฺฐกุณฺฑลิชาตกํ เอกาทสมํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรมาณพ เราเป็นผู้ถอนลูกศรได้แล้ว ปราศจากความโศก ไม่มีความขุ่นมัว เราจะไม่เศร้าโศก จะไม่ร้องไห้ เพราะได้ฟังถ้อยคำของท่าน.

จบ มัฏฐกุณฑลิชาดกที่ ๑๑.

๑๒ พิลารโกสิยชาตกํ

๑๒. พิลารโกสิยชาดก

ให้ทานไม่ได้เพราะเหตุ ๒ อย่าง

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต พิลารโกสิยชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อปจนฺตาปิ อิจฺฉนฺติ สนฺโต ลทฺธาน โภชนํ

กิเมว ตฺวํ ปจมาโน ยํ น ทชฺชา น ตํ สมํ ฯ

๑ ม. กาลกตาภิปตฺถเย ฯ ๒ ม. โอสิญฺจํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๓ ม. อพฺพหี ฯ

เอวมุปริปิ ฯ

ฉบับหลวง

สัตบุรุษทั้งหลายแม้ไม่หุงกินเอง ได้โภชนะมาแล้ว ย่อมปรารถนาจะให้ท่านหุงโภชนะ ไว้มิใช่หรือ ไม่พึงให้โภชนะนั้น ไม่สมควรแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

มจฺเฉรา จ ปมาทา จ เอวํ ทานํ น ทิยฺยติ

ปุญฺญํ อากงฺขมาเนน เทยฺยํ โหติ วิชานตา ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลให้ทานไม่ได้ด้วยเหตุ ๒ อย่างคือ ความตระหนี่ ๑ ความประมาท๑ บัณฑิตผู้รู้แจ้ง เมื่อต้องการบุญพึงให้ทานแท้.

บาลี (สยามรัฐ)

ยสฺเสว ภีโต น ททาติ (มจฺฉรี) ตเทวาททโต ภยํ

ชิฆจฺฉา จ ปิปาสา จ ยสฺส ภายติ มจฺฉรี

ตเมว พาลํ ผุสติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ ฯ

ฉบับหลวง

คนผู้ตระหนี่กลัวยากจน ย่อมไม่ให้อะไรๆ แก่ผู้ใดเลย ความกลัวจนนั่นแลจะเป็นภัยแก่คนผู้ไม่ให้ คนตระหนี่ย่อมกลัวความอยากข้าวอยากน้ำ ความกลัวนั้นแหละ จะกลับมาถูกต้องคนพาลทั้งในโลกนี้และโลกหน้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ ทชฺชา ทานํ มลาภิภู

ปุญฺญํ ๑ หิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหติ ปาณินํ ฯ

ฉบับหลวง

เพราะเหตุนั้น บัณฑิตพึงครอบงำมลทิน กำจัดตระหนี่เสียแล้ว พึงให้ทานเถิด เพราะบุญย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ทุทฺททํ ททมานานํ ทุกฺกรํ กมฺมกุพฺพตํ

อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติ สตํ ธมฺโม ทุรนฺนโย ฯ

ฉบับหลวง

ทานผู้ให้ได้ยาก เพราะต้องครอบงำความตระหนี่ก่อน แล้วจึงให้ได้อสัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมไม่ทำทานตามที่สัตบุรุษทำแล้ว ธรรมของสัตบุรุษอันคนอื่นรู้ได้ยาก.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺมา สตญฺจ อสตญฺจ ๒ นานา โหติ อิโต คติ

อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ สนฺโต สคฺคปรายนา ฯ

ฉบับหลวง

เพราะเหตุนั้น คติจากโลกนี้ของสัตบุรุษ กับอสัตบุรุษจึงต่างกัน

อสัตบุรุษย่อมไปนรก สัตบุรุษย่อมไปสวรรค์.

บาลี (สยามรัฐ)

อปฺปมฺเปเก ๓ ปเวจฺฉนฺติ พหุนาเก ๔ น ทิจฺฉเร

อปฺปสฺมา ทกฺขิณา ทินฺนา สหสฺเสน สมํ มิตา ฯ

ฉบับหลวง

บัณฑิตพวกหนึ่ง ย่อมให้ไทยธรรมแม้มีส่วนเล็กน้อยได้ สัตว์พวกหนึ่งแม้มีไทยธรรมมาก ก็ให้ไม่ได้ ทักขิณาทานที่บุคคลให้จากของเล็กน้อยก็นับว่าเสมอด้วยการให้จำนวนพัน.

บาลี (สยามรัฐ)

ธมฺมญฺจเร โยปิ สมุจฺฉกํ จเร

ทารญฺจ โปสํ ททมปฺปกสฺมึ

สตสหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ

กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต ฯ

ฉบับหลวง

แม้ผู้ใดเที่ยวไปขออาหารมา ผู้นั้นชื่อว่า ประพฤติธรรม อนึ่ง บุคคลผู้เลี้ยงบุตรและภรรยาของตน เมื่อไทยธรรมมีน้อยก็เฉลี่ย ให้แก่สมณะและพราหมณ์ บุคคลนั้นชื่อว่า ประพฤติธรรม ยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์มาบูชาแก่คนผู้ควรบูชาจำนวนพัน ยัญของคนเช่นนั้น ย่อมไม่ถึงแม้เสี้ยวแห่งผลทาน ของคนเข็ญใจผู้ยังไทยธรรมให้เกิดโดยชอบให้อยู่.

บาลี (สยามรัฐ)

เกเนส ยญฺโญ วิปุโล มหคฺฆโต

สเมน ทินฺนสฺส อนคฺฆเมติ

กถํ [๔] สหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ

กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต ฯ

๑ ม. ปุญฺญานิ ฯ ๒ ม. จสทฺโท นตฺถิ ฯ ๓ ม. อุปสเมเก ฯ ๔ ม. พหุเนเก ฯ

๕ ม. สตํ ฯ

ฉบับหลวง

เพราะเหตุไร ยัญนี้ก็ไพบูลย์ มีค่ามาก จึงไม่เท่าค่าแห่งผลทานของบุคคลที่ให้โดยชอบธรรมเล่า ไฉนยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์มาบูชา แก่แก่คนที่ควรบูชาจำนวนพันๆ จึงไม่เท่าแม้ส่วนเสี้ยวแห่งผลทาน ของคนเข็ญใจผู้ยังไทยธรรม ให้เกิดโดยชอบให้อยู่?

บาลี (สยามรัฐ)

ททนฺติ เหเก วิสเม นิวิฏฺฐา

ฆตฺวา ๑ วธิตฺวา อถ โสจยิตฺวา

สา ทกฺขิณา อสฺสุมุขา สทณฺฑา

สเมน ทินฺนสฺส น อคฺฆเมติ

เอวํ [๒] สหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ

กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เตติ ฯ

พิลารโกสิยชาตกํ ทฺวาทสมํ ฯ

ฉบับหลวง

เพราะว่า คนบางพวกตั้งอยู่ในกายกรรมเป็นต้น อันไม่เสมอกันทำสัตว์ให้ลำบากบ้าง ฆ่าให้ตายบ้าง ทำให้เศร้าโศกบ้าง แล้วจึงให้ทานทักขิณาทานนั้น มีหน้าชุ่มไปด้วยน้ำตา พร้อมทั้งอาชญา จึงไม่เท่าถึงส่วนเสี้ยวแห่งผลทานที่บุคคลให้แล้วโดยชอบธรรม เพราะอย่างนี้ยัญที่คนตั้งแสนฆ่าสัตว์มาบูชายัญ แก่คนที่ควรบูชาจำนวนพันๆ จึงไม่เท่าถึงส่วนเสี้ยวแห่งผลทาน ของคนเข็ญใจผู้ยังไทยธรรมให้เกิดโดยชอบให้อยู่.

จบ พิลารโกสิยชาดกที่ ๑๒.

๑๓ จกฺกวากชาตกํ

๑๓. จักกวากชาดก

ว่าด้วยนกจักรพราก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต จักกวากชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

วณฺณวา อภิรูโปสิ ฆโน สญฺชาตโรหิโต

จกฺกวาก สุรูโปสิ วิปฺปสนฺนมุขินฺทฺริโย ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรนกจักรพราก ท่านมีสีสวย รูปงาม ร่างกายแน่นแฟ้น มีสีแดงดังทอง ทรวดทรงงาม ใบหน้าผุดผ่อง.

บาลี (สยามรัฐ)

ปาฏีนํ ปาวุสํ มจฺฉํ พลชฺชํ ๓ มุญฺชโรหิตํ

คงฺคาตีเร นิสินฺโนสิ ๔ เอวํ ภุญฺชสิ โภชนํ ฯ8

ฉบับหลวง

ท่านจับอยู่ที่ฝั่งคงคา เห็นจะได้กินอาหารอย่างนี้ คือ ปลากา ปลากะบอกปลาหมอ ปลาเค้า ปลาตะเพียน กระมัง?

บาลี (สยามรัฐ)

น วาหเมตํ ภุญฺชามิ ชงฺคลานูทกานิ วา

อญฺญตฺร เสวาลปณกา อญฺญํ ๕ เม สมฺม โภชนํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสหาย นอกจากสาหร่ายและแหนแล้ว เรามิได้ถือเอาเนื้อสัตว์บกหรือสัตว์น้ำมากินเป็นอาหารเลย นั่นเป็นอาหารของเรา.

บาลี (สยามรัฐ)

น วาหเมตํ สทฺทหามิ จกฺกวากสฺส โภชนํ

อหมฺปิ สมฺม ภุญฺชามิ คาเม โลณิกเตลิกํ ฯ

ฉบับหลวง

เราไม่เชื่อว่า นกจักรพรากกินอาหารอย่างนั้นเลย เพื่อนเอ๋ย แม้เรากินอาหารที่คลุกเคล้าด้วยเกลือและน้ำมันในบ้าน.

บาลี (สยามรัฐ)

มนุสฺเสสุ กตํ ภตฺตํ สุจิมํสูปเสจนํ

น จ เม ตาทิโส วณฺโณ จกฺกวาก ยถา ตุวํ ฯ

๑ ม. เฉตฺวา ฯ สี. ยุ. ฌตฺวา ฯ ๒ ม. สตํ ฯ ๓ ม. พลชํ ฯ สี. ยุ. วาลชํ ฯ

๔ ม. คงฺคาย ตีเร นิสินฺโน ฯ ๕ สี. ม. เอตํ ฯ

ฉบับหลวง

ปรุงด้วยเนื้ออันสะอาด ซึ่งเขาทำกินกันในหมู่มนุษย์ ดูกรนกจักรพรากถึงกระนั้น สีของเราก็ไม่เหมือนท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

สมฺปสฺสํ อตฺตนิ เวรํ หึสาย ๑ มานุสึ ปชํ

อุตฺรโสฺต ฆสสี ภีโต เตน วณฺโณ ตเวทิโส ฯ

ฉบับหลวง

ท่านเบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย จึงต้องคอยมองดูผู้ที่ผูกเวรในตน แม้จะกินก็สะดุ้งกลัว เพราะเหตุนั้น สีกายของท่านจึงเป็นเช่นนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

สพฺพโลกวิรุทฺโธสิ ธงฺก ปาเปน กมฺมุนา

ลทฺโธ ปิณฺโฑ น ปีเณติ เตน วณฺโณ ตเวทิโส ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรกา ท่านเป็นผู้ถูกคนทั่วโลกโกรธเคือง อาหารที่ท่านได้มาด้วยกรรมอันลามก ก็หาอิ่มท้องไม่ เพราะเหตุนั้น สีกายของท่าน จึงเป็นเช่นนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

อหมฺปิ สมฺม ภุญฺชามิ อหึสํ สพฺพปาณินํ

อปฺโปสฺสุกฺโก นิราสงฺโก อโสโก อกุโตภโย ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสหาย ส่วนเรามิได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวงมากิน มีความขวนขวายน้อย ไม่มีใครรังเกียจ ใจไม่ห่อเหี่ยว ภัยแต่ที่ไหนๆ ก็มิได้มี.

บาลี (สยามรัฐ)

โส กรสฺสุ อานุภาวํ วีติวตฺตสฺสุ สีลิยํ

อหึสาย จรํ ๒ โลเก ปิโย โหหิสิ มมฺมิว ฯ

ฉบับหลวง

ท่านนั้นจงทำอานุภาพ ละปกติคือความทุศีลของตนเสีย ไม่เบียดเบียนใครเที่ยวไปในโลก จักเป็นที่รักใคร่ของสัตว์โลกเหมือนเรา ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

โย น หนฺติ น ฆาเตติ น ชินาติ น ชาปเย

เมตฺตํ โส สพฺพภูเตสุ เวรํ ตสฺส น เกนจีติ

จกฺกวากชาตกํ เตรสมํ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใดไม่ฆ่าเอง ไม่ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า ไม่ทำทรัพย์ให้เสื่อมเอง ไม่ใช้ผู้อื่นทำให้เสื่อม มีเมตตาจิตในสัตว์ทั่วไป ผู้นั้นย่อมไม่มีเวรกับใคร.

จบ จักกวากชาดกที่ ๑๓.

๑๔ ภูริปญฺหาชาตกํ

๑๔. ภูริปัญหาชาดก

ว่าด้วยคนไม่ดี ๔ จำพวก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต ภูริปัญหาชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

สจฺจํ กิร ตุวมฺปิ ๓ ภูริปญฺญ

ยา ตาทิสี สิรี ธิติ มติ จ

น ตายเต ภาววสูปนีตํ

โย ยวกํ ภุญฺชสิ อปฺปสูปํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้มีปัญญากว้างขวาง ได้ยินว่า คำที่ท่านอาจารย์เสนกกล่าวนั้นเป็นความจริง ท่านเป็นผู้มีปัญญา มีศิริ มีความเพียร มีความคิดมั่นคงแม้ท่านเป็นผู้มีปัญญา มีศิริ มีความเพียร มีความคิดมั่นคงเช่นนั้นก็ป้องกันความเข้าถึงอำนาจแห่งความฉิบหายไม่ได้ ท่านจึงต้องกินข้าวแดงไม่มีแกง.

บาลี (สยามรัฐ)

สุขํ ทุกฺเขน ปริปาจยนฺโต

กาลากาลํ วิจินํ ฉนฺทฉนฺโน

อตฺถสฺส ทฺวารานิ อปาปุรนฺโต

เตนาหํ ตุสฺสามิ ยโวทเนน ฯ

๑ ม. หึสยํ ฯ ๒ ม. จร ฯ ๓ ม. ตฺวํ อปิ ฯ

ฉบับหลวง

เราทำความสุขเดิมของเราให้เจริญได้ด้วยความยาก เมื่อพิจารณากาลอันควรและไม่ควร จึงหลบอยู่ตามความพอใจ เปิดช่องประโยชน์ให้แก่ตนด้วยเหตุนั้น เราได้ยินดีด้วยข้าวแดง.

บาลี (สยามรัฐ)

กาลญฺจ ญตฺวา อภิชิหนาย

มนฺเตหิ อตฺถํ ปริปาจยิตฺวา

วิชมฺภิสํ สีหวิชมฺภิตานิ

ตายิทฺธิยา ทกฺขสิ มํ ปุนาปิ ฯ

ฉบับหลวง

ก็เรารู้จักกาลเพื่อกระทำความเพียร ยังประโยชน์ให้เจริญด้วยความรู้ของตนเอง อาจอยู่ เหมือนความองอาจแห่งราชสีห์ ฉะนั้น ท่านจักได้เห็นเราพร้อมด้วยความสำเร็จนั้นอีก.

บาลี (สยามรัฐ)

สุขีปิ เหเก น กโรนฺติ ปาปํ

อวณฺณสํสคฺคภยา ปุเนเก

ปหูสมาโน วิปุลตฺถจินฺตี

กึการณา เม น กโรสิ ทุกฺขํ ฯ

ฉบับหลวง

ก็บุคคลบางพวก แม้จะมีความสุขก็ไม่ทำบาป บุคคลอีกพวกหนึ่งไม่ทำบาป เพราะเกรงกลัวต่อการเกี่ยวข้องด้วยความติเตียน ท่านเป็นคนสามารถ มีความคิดกว้างขวาง เหตุไร จึงไม่ทำทุกข์ให้เกิดแก่เรา?

บาลี (สยามรัฐ)

น ปณฺฑิตา อตฺตสุขสฺส เหตุ

ปาปานิ กมฺมานิ สมาจรนฺติ

ทุกฺเขน ผุฏฺฐา ขลิตาปิ สนฺตา

ฉนฺทา จ โทสา น ชหนฺติ ธมฺมํ ฯ

ฉบับหลวง

บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่ประพฤติกรรมอันเป็นบาป เพราะเหตุแห่งความสุขของตน ถูกทุกข์กระทบแล้ว แม้จะพลาดพลั้งลงไปก็สงบอยู่ได้ ไม่ละทิ้งธรรมเพราะความรักและความชัง.

บาลี (สยามรัฐ)

เยนเกนจิ วณฺเณน มุทุนา ทารุเณน วา

อุทฺธเร ทีนมตฺตานํ ปจฺฉา ธมฺมํ สมาจเร ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลควรถอนตนผู้เข็ญใจขึ้น ด้วยเพศที่อ่อนแอหรือแข็งแรงอย่างใดอย่างหนึ่ง ภายหลังจึงประพฤติธรรม.

บาลี (สยามรัฐ)

ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีเทยฺย สเยยฺย วา

น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลนอน หรือนั่งที่ร่มเงาแห่งต้นไม้ใด ไม่พึงหักรานกิ่งแห่งต้นไม้นั้น เพราะบุคคลผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนชั่วช้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ยสฺสาปิ ๑ ธมฺมํ ปุริโส ๒ วิชญฺญา

เย จสฺส กงฺขํ วินยนฺติ สนฺโต

ตํ หิสฺส ทีปญฺจ ปรายนญฺจ

น เตน เมตฺตึ ชิรเยถ ๑ ปญฺโญ ฯ

๑ สี. ยสฺส หิ ฯ ๒ สี. มนุโช ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษรู้แจ้งธรรมแต่สำนักอาจารย์ใด อนึ่ง การที่สัตบุรุษทั้งหลาย กำจัดความสงสัยของบุรุษนั้นนั่นและ ชื่อว่าเป็นดังเกาะหรือเป็นที่พึ่งพา ของบุรุษนั้น คนมีปัญญาไม่พึงละมิตรภาพ กับอาจารย์เช่นนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อลโส คิหี กามโภคี น สาธุ

อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ

ราชา น สาธุ อนิสมฺมการี

โย ปณฺฑิโต โกธโน ตํ น สาธุ ฯ

ฉบับหลวง

คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามคุณ เป็นคนเกียจคร้าน ไม่ดี บรรพชิต ผู้ไม่สำรวมระวัง ไม่ดี พระราชาไม่ทรงพิจารณาเสียก่อน แล้วประกอบราชกิจไม่ดี บัณฑิตมักโกรธ ก็ไม่ดี.

บาลี (สยามรัฐ)

นิสมฺม ขตฺติโย กยิรา นานิสมฺม ทิสมฺปติ

นิสมฺมการิโน ราช ยโส กิตฺตี จ วฑฺฒตีติ ฯ

ภูริปญฺหาชาตกํ จุทฺทสมํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระราชา กษัตริย์ควรพิจารณาก่อน แล้วจึงค่อยประกอบราชกิจไม่พิจารณาก่อนไม่ควรประกอบราชกิจ พระยศและพระเกียรติ ย่อมเจริญแก่พระราชาผู้ทรงพิจารณาเสียก่อน แล้วจึงประกอบราชกิจ.

จบ ภูริปัญหาชาดกที่ ๑๔.

๑๕ มหามงฺคลชาตกํ

๑๕. มหามังคลชาดก

ว่าด้วยมงคล

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต มหามังคลชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

กึสุ นโร ชปฺปมธิจฺจ กาเล

กํ วา วิชฺชํ กตมํ วา สุตานํ

โส มจฺโจ อสฺมึ จ ปรมฺหิ โลเก

กถํกโร โสตฺถาเนน คุตฺโต ฯ

ฉบับหลวง

นรชนรู้วิชาอะไรก็ดี รู้สุตะทั้งหลายอะไรก็ดี กระซิบถามกันว่า อะไรเป็นมงคล ในเวลาปรารถนามงคล นรชนนั้นจะทำอย่างไร จึงจะเป็นผู้อันความสวัสดีคุ้มครองแล้ว ทั้งในโลกนี้ และโลกหน้าฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ยสฺส เทวา ปิตโร จ สพฺเพ

สิรึสปา ๒ สพฺพภูตานิ จาปิ

เมตฺตาย นิจฺจํ อปจิตานิ โหนฺติ

ภูเตสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ

ฉบับหลวง

เทวดาและพรหมทั้งปวง ทีฆชาติและสรรพสัตว์ทั้งหลาย บุคคลใดอ่อนน้อมอยู่เป็นนิตย์ ด้วยเมตตา บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวเมตตา ของบุคคลนั้นแลว่า เป็นสวัสดิมงคลในสัตว์ทั้งหลาย.

บาลี (สยามรัฐ)

โย สพฺพโลกสฺส นิวาตวุตฺติ

อิตฺถีปุมานํ สหทารกานํ

ขนฺตา ทุรุตฺตานํ อปฺปฏิกูลวาที

อธิวาสนํ โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ

๑ ม. ชรเยถ ฯ ๒ ม. สรีสปา ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใดประพฤติถ่อมตนแก่สัตว์โลกทั้งปวง แก่หญิงและชาย พร้อมทั้งเด็กเป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำชั่วร้าย ไม่กล่าวลำเลิกถึงเรื่องเก่าๆ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวความอดกลั้น ของผู้นั้นว่า เป็นสวัสดิมงคล.

บาลี (สยามรัฐ)

โย นาวชานาติ สหายมิตฺเต ๑

สิปฺเปน กุลฺยาภิ ธเนน ชจฺจา

รุจิปญฺโญ อตฺถกาเล ๒ มตีมา ๓

สหาเยสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใดเป็นผู้มีปัญญาดี มีความรู้ปรุโปร่งในเมื่อเหตุเกิดขึ้น ไม่ดูหมิ่นมิตรสหายทั้งหลายด้วย ศิลป สกุล ทรัพย์ และด้วยชาติ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการไม่ดูหมิ่นสหายของผู้นั้นว่า เป็นสวัสดิมงคลในสหายทั้งหลาย.

บาลี (สยามรัฐ)

มิตฺตานิ เว ยสฺส ภวนฺติ สนฺโต

สํวิสฺสตฺถา อวิสํวาทกสฺส

น มิตฺตทุพฺภี สํวิภาคี ธเนน

มิตฺเตสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ

ฉบับหลวง

สัตบุรุษทั้งหลายเป็นผู้ชอบพอคุ้นเคยกัน เป็นมิตรแท้ของผู้ใด ผู้มีคำพูดมั่นคง อนึ่ง ผู้ใดเป็นผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร แบ่งปันทรัพย์ของตน ให้แก่มิตร บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการได้ประโยชน์เพราะอาศัยมิตร และการแบ่งปันของผู้นั้นว่า เป็นความสวัสดิมงคลในมิตรทั้งหลาย.

บาลี (สยามรัฐ)

ยสฺส ภริยา ตุลฺยวยา สมคฺคา

อนุพฺพตา ธมฺมกามา ปชาตา

โกลินิยา สีลวตี ปติพฺพตา

ทาเรสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ

ฉบับหลวง

ภรรยาของผู้ใดมีวัยเสมอกัน อยู่รวมกันด้วยความปรองดอง ประพฤติตามใจกัน เป็นคนใคร่ธรรม ไม่เป็นหญิงหมัน มีศีลโดยสมควรแก่สกุลรู้จักปรนนิบัติสามี บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวคุณความดีในภรรยาของผู้นั้นว่าเป็นสวัสดิมงคลในภรรยาทั้งหลาย.

บาลี (สยามรัฐ)

ยสฺส ราชา ภูตปตี ยสสฺสี

ชานาติ โสเจยฺย ๔ ปรกฺกมญฺจ

อเทฺวชฺฌตา สุหทยํ มมนฺติ

ราชูสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ

๑ สี. ยุ. สหายมตฺเต ฯ ๒ อตฺถทสฺสีติปิ ปาโฐ ฯ ๓ สี. ยุ. มุตีมา ฯ

๔ ม. โสเจยฺยํ ฯ

ฉบับหลวง

พระราชาเป็นเจ้าแผ่นดิน ทรงพระอิศริยยศใหญ่ ทรงทราบความสะอาดและความขยันหมั่นเพียรของราชเสวกคนใด และทรงทราบราชเสวกคนใด ด้วยความเป็นผู้ไม่ร้าวรานกับพระองค์ และทรงทราบราชเสวกคนใดว่ามีใจจงรักภักดีต่อเรา บัณฑิตทั้งหลายกล่าวคุณความดีของราชเสวกนั้นๆ ว่าเป็นสวัสดิมงคล ในพระราชาทั้งหลาย.

บาลี (สยามรัฐ)

อนฺนญฺจ ปานญฺจ ททาติ สทฺโธ

มาลญฺจ คนฺธญฺจ วิเลปนญฺจ

ปสนฺนจิตฺโต อนุโมทมาโน

สคฺเคสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลใดมีศรัทธาให้ข้าวน้ำ ให้ดอกไม้ของหอม และเครื่องลูบไล้ มีจิตเลื่อมใสอนุโมทนา บัณฑิตทั้งหลายกล่าวคุณข้อนั้นของบุคคลนั้นแล

ว่าเป็นความสวัสดีในสวรรค์ทั้งหลาย.

บาลี (สยามรัฐ)

ยมริยธมฺเมน ปุนนฺติ วทฺธา ๑

อาราธิตา สมจริยาย สนฺโต

พหุสฺสุตา อิสโย สีลวนฺโต

อรหนฺตมชฺเฌ โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ

ฉบับหลวง

สัตบุรุษทั้งหลายผู้รู้แจ้งด้วยญาณ ผู้ยินดีแล้ว ในสัมมาปฏิบัติ เป็นพหูสูต แสวงหาคุณ เป็นผู้มีศีล ยังบุคคลใดให้บริสุทธิ์ด้วยอริยธรรมบัณฑิตทั้งหลายยกย่องคุณความดีของสัตบุรุษนั้น ว่าเป็นความสวัสดีในท่ามกลางพระอรหันต์.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตานิ โข โสตฺถานานิ โลเก

วิญฺญูปสตฺถานิ สุขุทฺรยานิ ๒

ตานีธ เสเวถ นโร สปญฺโญ

น หิ มงฺคเล กิญฺจินมตฺถิ ๓ สจฺจนฺติ ฯ

มหามงฺคลชาตกํ ปณฺณรสมํ ฯ

ฉบับหลวง

ความสวัสดีเหล่านี้แล ผู้รู้สรรเสริญแล้ว มีสุขเป็นผลกำไรในโลก นรชนผู้มีปัญญา พึงเสพความสวัสดีเหล่านั้นไว้ในโลกนี้ ก็ในมงคลมีประเภทคือ ทิฏฐมงคล สุตมงคล และมุตมงคล มงคลสักนิดหนึ่งที่จะเป็นมงคลจริงๆ ไม่มีเลย.

จบ มหามังคลชาดกที่ ๑๕.

๑๖ ฆตปณฺฑิตชาตกํ

๑๖. ฆตปัณฑิตชาดก

ว่าด้วยความดับความโศก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต ฆตปัณฑิตชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อุฏฺเฐหิ กณฺห กึ เสสิ โก อตฺโถ สุปเนน เต

โยปิ ตุยฺหํ ๔ สโก ภาตา หทยํ จกฺขุทกฺขิณํ ๕

ตสฺส วาตา พลิยฺยนฺติ ฆโต ชปฺปติ เกสว ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้กัณหวงศ์ เชิญพระองค์เสด็จลุกขึ้นเถิด จะมัวทรงบรรทมอยู่ทำไม ความเจริญอะไรจะมีแก่พระองค์ด้วยพระสุบินเล่าพระภาดาของพระองค์แม้ใด เสมอด้วยพระหทัย และเสมอด้วยพระเนตรข้างขวา ลมกระทบดวงหทัยของพระภาดานั้น ข้าแต่พระเจ้าเกสวะ ฆตบัณฑิตทรงเพ้อไป.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา โรหิเณยฺยสฺส เกสโว

ตรมานรูโป วุฏฺฐาสิ ภาตุโสเกน อฏฺฏิโต ฯ

๑ ม. วุทฺธา ฯ ๒ ยุ. สุขินฺทฺริยานิ ฯ ๓ ม. กิญฺจนมตฺถิ ฯ ๔ ยุ. ตายํ ฯ

๕ ม. จกฺขุ จ ทกฺขิณํ ฯ ยุ. จกฺขุํว ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้าเกสวะทรงสดับคำของโรหิเณยยอำมาตย์ นั้นแล้ว อัดอั้นพระหฤทัยด้วยความเศร้าโศก ถึงพระภาดา มีพระวรกายกระสับกระส่ายเสด็จลุกขึ้น.

บาลี (สยามรัฐ)

กินฺนุ อุมฺมตฺตรูโปว เกวลํ ทฺวารกํ อิมํ

สโส สโสติ ลปสิ โก นุ เต สสมาหริ ฯ

ฉบับหลวง

เหตุไรหนอ เจ้าจึงเป็นเหมือนคนบ้า เที่ยวบ่นเพ้ออยู่ทั่วนครทาวราวดีนี้ว่า กระต่าย กระต่าย ใครมาลักเอากระต่ายของเจ้าไปหรือ?

บาลี (สยามรัฐ)

โสวณฺณมยํ มณิมยํ (โลหมยํ) อถ วา รูปิยมยํ

สงฺขสิลาปวาฬมยํ การยิสฺสามิ เต สสํ ฯ

สนฺติ อญฺเญปิ สสกา อรญฺเญ วนโคจรา

เตปิ เต อานยิสฺสามิ กีทิสํ สสมิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

เจ้าปรารถนากระต่ายทอง กระต่ายเงิน กระต่ายแก้วมณี กระต่ายสังขสิลา หรือกระต่ายแก้วประพาฬประการใด จงบอกแก่เรา เราจะให้เขาทำให้เจ้า. ถ้าแม้เจ้าไม่ชอบกระต่ายเหล่านี้ แม้กระต่ายอื่นๆมีอยู่ในป่า เราจะให้เขานำเอากระต่ายเหล่านั้นมาให้ เจ้าต้องการกระต่ายชนิดใดเล่า?

บาลี (สยามรัฐ)

น วาหเมเต ๑ อิจฺฉามิ เย สสา ปฐวึสิตา

จนฺทโต สสมิจฺฉามิ ตมฺเม โอหร เกสว ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระเจ้าเกสวะ กระต่ายเหล่าใดที่อาศัยอยู่บนแผ่นดิน หม่อมฉันไม่ปรารถนากระต่ายเหล่านั้น หม่อมฉันปรารถนากระต่ายจากดวงจันทร์ขอพระองค์ได้ทรงโปรดสอยกระต่ายนั้นมาให้หม่อมฉันเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

โส นูน มธุรํ ญาติ ชีวิตํ วิชหิสฺสสิ

อปตฺถยํ โย ปตฺถยสิ จนฺทโต สสมิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

น้องรัก เจ้าปรารถนาสิ่งที่เขาไม่พึงปรารถนากัน อยากได้กระต่ายจากดวงจันทร์ จะละชีวิตไปเสียเป็นแน่.

บาลี (สยามรัฐ)

เอวญฺเจ กณฺห ชานาสิ ยทญฺญมนุสาสสิ

กสฺมา ปุเร มตํ ปุตฺตํ อชฺชาปิ อนุโสจสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้กัณหวงศ์ ถ้าพระองค์ทรงทราบและตรัสสอนผู้อื่นอย่างนี้ เหตุไรพระองค์จึงทรงเศร้าโศกถึงพระราชโอรส ผู้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ในกาลก่อน จนกระทั่งถึงวันนี้เล่า?

บาลี (สยามรัฐ)

ยํ น ลพฺภา มนุสฺเสน อมนุสฺเสน วา ปุน

ชาโต เม มา มรี ปุตฺโต กุโต ลพฺภา อลพฺภิยํ ฯ

น มนฺตา มูลเภสชฺชา โอสเธหิ ธเนน วา

สกฺกา อานยิตุํ กณฺห ยํ เปตมนุโสจสิ ฯ

ฉบับหลวง

มนุษย์ หรือเทวดาไม่พึงได้ฐานะอันใด คือความมุ่งหวังว่า บุตรของเราที่เกิดมาแล้วอย่าตายเลย พระองค์ทรงปรารถนาข้า ฐานะนั้นอยู่ จะพึงทรงได้ฐานะที่ไม่ควรได้แต่ที่ไหน ข้าแต่พระองค์ผู้กัณหวงศ์ พระองค์ทรงเศร้าโศกถึงพระโอรสองค์ใด ผู้ไปรโลกแล้ว พระองค์ก็ไม่สามารถจะนำพระโอรสนั้นมาได้ด้วยมนต์ ยารากไม้ โอสถ หรือ พระราชทรัพย์เลย.

บาลี (สยามรัฐ)

ยสฺส เอตาทิสา อสฺสุ อมจฺจา ปุริสปณฺฑิตา

ยถา นิชฺฌาปเย อชฺช ฆโต ปุริสปณฺฑิโต ฯ

อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ ฆตสิตฺตํว ปาวกํ

วารินา วิย โอสิญฺจิ สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ ฯ

อพฺพุหิ วต เม สลฺลํ ยมาสิ หทยสฺสิตํ

โย เม โสกปเรตสฺส ปุตฺตโสกํ อปานุทิ ฯ

โสหํ อพฺพูฬฺหสลฺโลสฺมิ วีตโสโก อนาวิโล

น โสจามิ น โรทามิ ตว สุตฺวาน มาณว ฯ

๑ สี. จาหเมตํ ฯ ม. น จาหเมเต ฯ ยุ. วาหเมตํ ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษผู้เป็นบัณฑิตเช่นนี้ เป็นอำมาตย์ ของพระราชาพระองค์ใด พระราชาพระองค์นั้น จะมีความโศกมาแต่ไหน เหมือนฆตบัณฑิต ดับความโศกของเราในวันนี้. ฆตบัณฑิตได้รดเรา ผู้เร่าร้อนให้สงบระงับดับความกระวนกระวายทั้งปวงได้ เหมือนบุคคลดับไฟที่ติดเปรียงด้วยน้ำ ฉะนั้น. ฆตบัณฑิตได้ถอนลูกศรที่เสียบแทงหทัยของเราออกแล้วได้บันเทาความโศก ถึงบุตรของเราผู้ถูกความเศร้าโศกครอบงำแล้วหนอ.

เราเป็นผู้ถอนลูกศรออกได้แล้ว ปราศจากความโศก ไม่ขุ่นมัวจะไม่เศร้าโศก จะไม่ร้องไห้ เพราะได้ฟังคำของเจ้า นะน้องชาย.

บาลี (สยามรัฐ)

เอวํ กโรนฺติ สปฺปญฺญา เย โหนฺติ อนุกมฺปกา

นิวตฺตยนฺติ โสกมฺหา ฆโต เชฏฺฐํว ภาตรนฺติ ฯ

ฆตปณฺฑิตชาตกํ โสฬสมํ ฯ

____________

ตสฺสุทฺทานํ

ทฬฺห กณฺห ธนญฺชย สงฺขวโร

ราชา สตฺตาห สสาข ๑ ตกฺกลินา

ธมฺมํ กุกฺกุฏ กุณฺฑลิ โภชนทา

จกฺกวาก สุภูริ สโสตฺถิ ฆโต ฯ

ทสกนิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ

___________

๑ ม. รช สตฺตห กสฺส จ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้มีปัญญา มีใจกรุณา ย่อมทำผู้ที่เศร้าโศก ให้หลุดพ้นจากความเศร้าโศกได้ เหมือนฆตบัณฑิตทำพระเชฏฐาผู้เศร้าโศก ให้หลุดพ้นจากความเศร้าโศก ฉะนั้น.

จบ ฆตปัณฑิตชาดกที่ ๑๖.

_________________

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. จตุทวารชาดก ๒. กัณหชาดก

๓. จตุโปสถชาดก ๔. สังขชาดก

๕. จุลลโพธิชาดก ๖. มัณฑัพยชาดก

๗. นิโครธชาดก ๘. ตักกลชาดก

๙. มหาธรรมปาลชาดก ๑๐. กุกกุฏชาดก

๑๑. มัฏฐกุณฑลิชาดก ๑๒. พิลารโกสิยชาดก

๑๓. จักกวากชาดก ๑๔. ภูริปัญหาชาดก

๑๕. มหามังคลชาดก ๑๖. ฆตปัณฑิตชาดก

จบ ทสกนิบาตชาดก.

จบ ทสกนิบาต