arnon.worldเข้าสู่ระบบ

เตรสนิบาต

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๒๕–๑๘๗๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๓/๒๒ ในชาดกมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เตรสนิปาตชาตกํ

๑ อมฺพชาตกํ

เตรสนิบาตชาดก

๑. อัมพชาดก

มนต์เสื่อมเพราะลบหลู่ครูอาจารย์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เตรสนิบาต อัมพชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อหาสิ เม อมฺพผลานิ ปุพฺเพ

อณูนิ ถูลานิ จ พฺรหฺมจารี

เตเหว มนฺเตหิ นทานิ ตุยฺหํ

ทุมปฺผลา ปาตุภวนฺติ พฺรเหฺม ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ แต่ก่อน ท่านได้นำเอาผลมะม่วงทั้งเล็กทั้งใหญ่มาให้เรา ดูกรพราหมณ์ บัดนี้ ผลไม้ทั้งหลายย่อมไม่ปรากฏด้วยมนต์เหล่านั้นของท่านเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

นกฺขตฺตโยคํ ปฏิมานยามิ$

ขณํ มุหุตฺตญฺจ มนฺเตน ปสฺสํ ๑

นกฺขตฺตโยคญฺจ ขณญฺจ ลทฺธา

อทฺธา หริสฺสมฺพผลํ พหุกํ ๒ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าพระบาทกำลังคำนวณคลองแห่งนักขัตฤกษ์ จนเห็นขณะและครู่ด้วยมนต์ก่อน ครั้นได้ฤกษ์และยามดีแล้ว จักนำผลมะม่วงเป็นอันมากมาถวายพระองค์เป็นแน่.

บาลี (สยามรัฐ)

นกฺขตฺตโยคํ น ปุเร อภาณิ

ขณํ มุหุตฺตํ น ปุเร อสํสิ

อถาหริ อมฺพผลํ ปหุตํ ๓

วณฺเณน คนฺเธน รเสนุเปตํ ฯ

ฉบับหลวง

แต่ก่อน ท่านไม่ได้พูดถึงคลองแห่งนักขัตฤกษ์ ไม่ได้เอ่ยถึงขณะและครู่ ทันใดนั้น ท่านก็นำเอาผลมะม่วงเป็นอันมาก อันประกอบด้วยสีกลิ่น และรสมาให้เราได้.

บาลี (สยามรัฐ)

มนฺตาภิชปฺเปน ปุเรปิ ๔ ตุยฺหํ

ทุมปฺผลา ปาตุภวนฺติ พฺรเหฺม

สฺวาชฺช น วาเทสิ ๕ ชปฺปมฺปิ มนฺตํ ๖

อยํ โส โก นาม ตวชฺช ธมฺโม ฯ

๑ สี. ยุ. ขณํ มุหุตฺตํ น มํ โตสยนฺติ ฯ ๒ สี. ยุ. อถาหริสฺสมฺพผลํ ปหูตํ ฯ

๓ ม. สยํ หรี อมฺพผลํ ปหูตํ ฯ ๔ ม. ปุเร หิ ฯ สี. ยุ. ปุรสฺส ฯ

๕ สี. ม. ปาเรสิ ฯ ๖ สี. ยุ. ชปมฺปิ มนฺเต ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพราหมณ์ แม้เมื่อก่อน ผลไม้ทั้งหลายย่อมปรากฏด้วยการร่ายมนต์ของท่าน วันนี้ แม้ท่านจะร่ายมนต์ก็ไม่อาจให้สำเร็จได้ วันนี้ สภาพของท่านเป็นอย่างไร?

บาลี (สยามรัฐ)

จณฺฑาลปุตฺโต มม สมฺปทาสิ

ธมฺเมน มนฺเต ปกติญฺจ สํสิ

มา จสฺสุ เม ปุจฺฉิโต นามโคตฺตํ

คุยฺหิตฺโถ มา ตํ วิชเหยฺยุ มนฺตา ๑ ฯ

ฉบับหลวง

บุตรแห่งคนจัณฑาล ได้บอกมนต์ให้แก่ข้าพระบาทโดยธรรม และได้สั่งกำชับข้าพระบาทว่า ถ้ามีใครมาถามถึงชื่อ และโคตรของเราแล้วเจ้าอย่าปกปิด มนต์ทั้งหลายก็จะไม่ละเจ้า.

บาลี (สยามรัฐ)

โสหํ ชนินฺเทน ชนมฺหิ ปุฏฺโฐ

มกฺขาภิภูโต อลิกํ อภาณึ

มนฺตา อิเม พฺราหฺมณสฺสาติ มิจฺฉา

ปหีนมนฺโต กปโณ รุทามิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าพระบาทนั้น ครั้นพระองค์ผู้เป็นจอมแห่งประชาชนถามถึงอาจารย์อันความลบหลู่ครอบงำแล้ว ได้กราบทูลเท็จว่า มนต์เหล่านี้เป็นของพราหมณ์ ข้าพระบาทจึงเป็นผู้เสื่อมมนต์ เป็นเหมือนคนกำพร้า ร้องไห้อยู่.

บาลี (สยามรัฐ)

เอรณฺฑา ปุจิมนฺทา วา อถ วา ปาลิภทฺทกา

มธธ มธุตฺถิโก วินฺเท โส หิ ตสฺส ทุมุตฺตโม ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษต้องการน้ำหวาน จะพึงได้น้ำหวานจากต้นไม้ใด จะเป็นต้นละหุ่งก็ตาม ต้นสะเดาก็ตาม ต้นทองหลางก็ตาม ต้นไม้นั้นแล เป็นต้นไม้สูงสุดของบุรุษนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ขตฺติยา พฺราหฺมณา เวสฺสา สุทฺทา จณฺฑาลปุกฺกุสา

ยมฺหา ธมฺมํ วิชาเนยฺย โส หิ ตสฺส นรุตฺตโม ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษพึงรู้แจ้งธรรมจากผู้ใด เป็นกษัตริย์ก็ตาม เป็นพราหมณ์ก็ตาม เป็นแพศย์ก็ตาม เป็นศูทรก็ตาม เป็นคนจัณฑาลก็ตาม คนเทหยากเยื่อก็ตาม ผู้นั้นก็จัดเป็นคนสูงสุดของบุรุษนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อิมสฺส ทณฺฑญฺจ วธญฺจ ทตฺวา

คเล คเหตฺวา พลยาถ ๒ ชมฺมํ

โย อุตฺตมตฺถํ กสิเรน ลทฺธํ

มานาติมาเนน วินาสยิตฺถ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านทั้งหลายจงลงอาชญา และเฆี่ยนตีมาณพผู้นี้ แล้วจับมาณพลามกผู้นี้ไสคอออกไปเสีย มาณพใด ได้ประโยชน์อย่างสูงสุดด้วยความยากเข็ญท่านทั้งหลายจงยังมาณพนั้นให้พินาศเพราะความเย่อหยิ่งจองหอง.

บาลี (สยามรัฐ)

ยถา สมํ มญฺญมาโน ปเตยฺย

โสพฺภํ คุหํ นรกํ ปูติปาทํ

รชฺชูติ วา อกฺกเม กณฺหสปฺปํ

อนฺโธ ยถา โชติมธิฏฺฐเหยฺย

เอวมฺปิ ตฺวํ มํ ขลิตํ สปญฺญ

ปหีนมนฺตสฺส ปุน สมฺปทาหิ ๑ ฯ

๑ ม. อตฺถํ วิชเหยฺย มนฺโต ฯ ๒ ม. ขลยาถ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลผู้สำคัญว่า ที่เสมอ พึงตกบ่อ ถ้ำ เหว หรือหลุมที่มีรากไม้ผุฉันใด อนึ่ง บุคคลตาบอด เมื่อสำคัญว่า เชือก พึงเหยียบงูเห่า พึงเหยียบไฟ ฉันใด ข้าแต่ท่านผู้มีปัญญา ท่านทราบว่า ข้าพเจ้าพลาดไปแล้ว ก็ฉันนั้น ขอจงให้มนต์แก่ข้าพเจ้าผู้มีมนต์อันเสื่อมแล้วอีกสักครั้งหนึ่งเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

ธมฺเมน มนฺเต ๒ ตว สมฺปทาสึ

ตฺวมฺปิ ธมฺเมน ปริคฺคเหสิ

ปกติมฺปิ เต อตฺตมโน อสํสิ ๓

ธมฺเม ฐิตํ ตํ น ชเหยฺย มนฺโต ฯ

ฉบับหลวง

เราได้ให้มนต์แก่ท่านโดยธรรม ฝ่ายท่านก็ได้เรียนมนต์โดยธรรม หากว่าท่านมีใจดีรักษาปกติไว้ มนต์ก็จะไม่พึงละทิ้งท่านผู้ตั้งอยู่ในธรรม.

บาลี (สยามรัฐ)

โส ๔ พาล มนฺตํ กสิเรน ลทฺธํ

ยํ ทุลฺลภํ อชฺช มนุสฺสโลเก

กิจฺฉา ลทฺธํ ชีวิตํ อปฺปปญฺโญ ๕

วินาสยี อลิกํ ภาสมาโน ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรคนพาล มนต์อันใด ที่จะพึงได้ในมนุษยโลก มนต์อันนั้น ท่านก็จะได้ในวันนี้โดยลำบาก ท่านผู้ไม่มีปัญญากล่าวคำเท็จ ทำมนต์อันมีค่าเสมอด้วยชีวิต ที่ได้กันโดยยากให้เสื่อมเสียแล้ว.

บาลี (สยามรัฐ)

พาลสฺส มุฬฺหสฺส อกตญฺญุโน จ

มุสา ภณนฺตสฺส อสญฺญตสฺส

มนฺเต มยํ ตาทิสเก น เทม

กุโต มนฺตา คจฺฉ น มยฺหํ รุจฺจสีติ ฯ

อมฺพชาตกํ ปฐมํ ฯ

___________

๑ ม. ปุนปฺปทาหิ ฯ สี. ยุ. ปุนปฺปสีท ฯ ๒ ม. มนฺตํ ฯ ๓ ม. อสํสึ ฯ

๔ ม. โย ฯ ๕ สี. กิจฺฉา ลทฺธํ ชิวิกํ อปฺปญฺโญ ฯ ม กิญฺจาปิ ลทฺธา ชีวิตต.

อปฺปญฺโญ ฯ ยุ. กจฺฉาปิ ลทฺธา ชีวิกํ อปฺปญฺญ ฯ

ฉบับหลวง

เราจะไม่ให้มนต์เช่นนั้นแก่เจ้าผู้เป็นพาล หลงงมงาย อกตัญญู พูดเท็จไม่มีความสำรวม มนต์ที่ไหน ไปเสียเถิด เราไม่พอใจ.

จบ อัมพชาดกที่ ๑.

๒ ผนฺทนชาตกํ

๒. ผันทนชาดก

การผูกเวรของหมีและไม้ตะคร้อ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เตรสนิบาต ผันทนชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

กุฐาริหตฺโถ ปุริโส วนโมคฺคยฺห ติฏฺฐสิ

ปุฏฺโฐ เม สมฺม อกฺขาหิ กึ ทารุํ เฉตุมิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านเป็นบุรุษถือขวานมาสู่ป่า ยืนอยู่ ดูกรสหาย เราถามท่าน ท่านจงบอกแก่เรา ท่านต้องการจะตัดไม้หรือ.

บาลี (สยามรัฐ)

อีโส ๑ วนานิ จรสิ สมานิ วิสมานิ จ

ปุฏฺโฐ เม สมฺม อกฺขาหิ กึ ทารุํ เนมิยา ทฬฺหํ ฯ

ฉบับหลวง

เจ้าเป็นหมี เที่ยวอยู่ทั่วไปทั้งที่ทึบ และที่โปร่ง ดูกรสหาย เราถามเจ้าขอเจ้าจงบอกแก่เรา ไม้อะไรที่จะทำเป็นกงรถได้มั่นคงดี?

บาลี (สยามรัฐ)

เนว สาโล น ขทิโร นาสฺสกณฺโณ กุโต ธโว

รุกฺโข จ ๒ ผนฺทโน นาม ตํ ทารุํ เนมิยา ทฬฺหํ ฯ

ฉบับหลวง

ไม้รังก็ไม่มั่นคง ไม้ตะเคียนก็ไม่มั่นคง ไม้หูกวางจะมั่นคงที่ไหนเล่าแต่ว่า ต้นไม้ชื่อว่าต้นตะคร้อนั่นแหละ ทำเป็นกงรถมั่นคงดีนัก.

บาลี (สยามรัฐ)

กีทิสานิสฺส ปตฺตานิ ขนฺโธ วา ปน กีทิโส

ปุฏฺโฐ เม สมฺม อกฺขาหิ ยถา ชาเนมุ ผนฺทนํ ฯ

ฉบับหลวง

ต้นตะคร้อนั้นใบเป็นอย่างไร อนึ่ง ลำต้นเป็นอย่างไร ดูกรสหาย เราถามเจ้า ขอเจ้าจงบอกแก่เรา เราจะรู้จักไม้ตะคร้อได้อย่างไร?

บาลี (สยามรัฐ)

ยสฺส สาขา ปลมฺพนฺติ นมนฺติ น จ ภญฺชเร

โส รุกฺโข ผนฺทโน นาม ยสฺส มูเล อหํ ฐิโต ฯ

ฉบับหลวง

กิ่งทั้งหลายแห่งต้นไม้ใด ย่อมห้อยลงด้วย ย่อมน้อมลงด้วย แต่ไม่หักต้นไม้นั้นชื่อว่าต้นตะคร้อ ที่เรายืนอยู่ใกล้โคนต้นนี่.

บาลี (สยามรัฐ)

อรานํ จกฺกนาภีนํ อีสาเนมิรถสฺส จ

สพฺพสฺส เต กมฺมนิโย อยํ เหสฺสติ ผนฺทโน ฯ

ฉบับหลวง

ต้นไม้นี้แหละชื่อว่าต้นตะคร้อ เป็นต้นไม้ควรแก่การงานของท่านทุกอย่าง คือ ควรแก่กำ ล้อ ดุม งอน และกงรถ.

บาลี (สยามรัฐ)

อิติ ผนฺทนรุกฺโขปิ เทวตา ๓ อชฺฌภาสถ

มยฺหมฺปิ วจนํ อตฺถิ ภารทฺวาช สุโณหิ เม ฯ

ฉบับหลวง

เทวดาผู้สิงอยู่ที่ต้นตะคร้อได้กล่าวดังนี้ว่า ดูกรภารทวาชะ แม้ถ้อยคำของเรามีอยู่ เชิญท่านฟังถ้อยคำของเราบ้าง.

บาลี (สยามรัฐ)

อิมสฺส ๔ อุปกฺขนฺธมฺหา อุกฺกจฺจ จตุรงฺคุลํ

เตน เนมึ ปริหเรสิ ๕ เอวํ ทฬฺหตรํ สิยา ฯ

ฉบับหลวง

ท่านจงลอกหนังประมาณ ๔ นิ้ว จากคอแห่งหมีตัวนี้ แล้วจงเอาหนังหุ้มกงรถ เมื่อทำได้อย่างนั้น กงรถของท่านก็จะพึงเป็นของมั่นคง.

บาลี (สยามรัฐ)

อิติ ผนฺทนรุกฺโขปิ เวรํ กปฺเปสิ เทวตา ๖

ชาตานญฺจ อชาตานํ อีสานํ ทุกฺขมาวหิ ฯ

ฉบับหลวง

เทวดาผู้สิงอยู่ต้นตะคร้อ จองเวรได้สำเร็จ นำความทุกข์มาให้แก่หมีทั้งหลาย ที่เกิดแล้ว และยังไม่เกิด ด้วยประการฉะนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

อิจฺเจวํ ๗ ผนฺทโน อีสํ อีโส จ ปน ผนฺทนํ

อญฺญมญฺญํ วิวาเทน อญฺญมญฺญมฆาตยุํ ฯ

๑ ม. สพฺพตฺถ อิสฺโส ฯ สี. อิโส ฯ ๒ สี. ยุ. รุกฺโขว ฯ ๓ ม. ตาวเท ฯ

๔ ม. อิสฺสสฺส ฯ ๕ ม. ปสาเรสิ ฯ ๖ ม. อปฺเปสิ ตาวเท ฯ ๗ สี. ยุ. อิจฺเจว ฯ

ฉบับหลวง

ไม้ตะคร้อฆ่าหมี และหมีก็ฆ่าไม้ตะคร้อ ต่างก็ฆ่ากันและกัน ด้วยการวิวาทกัน ด้วยประการฉะนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

เอวเมว มนุสฺเสสุ ๑ วิวาโท ยตฺถ ชายติ

มยูรนจฺจํ นจฺจนฺติ ยถา เต อีสผนฺทนา ฯ

ฉบับหลวง

ในหมู่มนุษย์ ความวิวาทเกิดขึ้น ณ ที่ใด มนุษย์ทั้งหลายในที่นั้น ย่อมฟ้อนรำดังนกยูงรำแพนหาง เหมือนหมีและไม้ตะคร้อ ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ตํ โว วทามิ ภทฺทํ โว ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา

สมฺโมทถ มา วิวทิตฺถ ๒ มา โหถ อีสผนฺทนา ฯ

ฉบับหลวง

เพราะเหตุนั้น อาตมภาพขอถวายพระพรแก่บพิตรทั้งหลาย ขอความเจริญจงมีแก่บพิตรทั้งหลาย เท่าที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นี้ ขอบพิตรทั้งหลายจงร่วมบันเทิงใจ อย่าวิวาทกัน อย่าเป็นดังหมีและไม้ตะคร้อเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

สามคฺยเมว ๓ สิกฺเขถ พุทฺเธเหตํ ปสํสิตํ

สามคฺยรโต ๔ ธมฺมฏฺโฐ โยคกฺเขมา น ธํสตีติ ฯ

ผนฺทนชาตกํ ทุติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ขอบพิตรทั้งหลายจงศึกษาความสามัคคี ความสามัคคีนั้นแหละ พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงสรรเสริญแล้ว บุคคลผู้ยินดีในสามัคคีธรรม ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรม อันเป็นแดนเกษมจากโยคะ.

จบ ผันทนชาดกที่ ๒.

๓ ชวนหํสชาตกํ

๓. ชวนหังสชาดก

รักกันอยู่ไกลก็เหมือนอยู่ใกล้

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เตรสนิบาต ชวนหังสชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อิเธว หํส นิปต ปิยํ เม ตว ทสฺสนํ

อิสฺสโรสิ อนุปฺปตฺโต ยํ อิธตฺถิ ปเวทย ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรหงส์ เชิญเกาะที่ตั่งทองนี้เถิด การได้เห็นท่านชื่นใจฉันจริง ท่านเป็นอิสระในสถานที่นี้ ท่านมาถึงแล้ว รังเกียจสิ่งใดที่มีอยู่ในนิเวศน์นี้จงบอกสิ่งนั้นให้ทราบเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

สวเนน เอกสฺส ปิยา ภวนฺติ

ทิสฺวา ปเนกสฺส วิเนติ ๕ ฉนฺโท

ทิสฺวา จ สุตฺวา จ ปิยา ภวนฺติ

กจฺจิ นุ โข เม ปิยสิ ทสฺสเนน ฯ

ฉบับหลวง

คนบางพวก ย่อมเป็นที่รักของบุคคลบางพวกเพราะได้ฟัง อนึ่ง ความรักของบุคคลบางพวก ย่อมหมดสิ้นไปเพราะได้เห็น คนบางพวกย่อมเป็นที่รักเพราะได้เห็น และเพราะได้ฟัง ท่านรักใคร่ฉันเพราะได้เห็นบ้างไหม?

บาลี (สยามรัฐ)

สวเนน ปิโย เมสิ ภิยฺโย จาคมฺม ทสฺสนํ

เอวํ ปิยทสฺสโน สมาโน ๖ วส หํส มม สนฺติเก ๗ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านเป็นที่รักของฉันเพราะได้ฟัง และเป็นที่รักของฉันยิ่งนัก เพราะอาศัยการเห็น ดูกรพญาหงส์ ท่านน่ารักน่าดูอย่างนี้ เชิญอยู่ในสำนักของฉันเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

วเสยฺยาม ตวาคาเร นิจฺจํ สกฺกตปูชิตา

มตฺโต จ เอกทา มชฺชํ ๘ หํสราชํ ปจนฺตุ เม ฯ

๑ ม. มนุสฺสานํ ฯ ๒ ม. วิวทถ ฯ ๓ ม. สามคฺคิเมว ๔ ม. สามคฺคิรโต ฯ

๕ ม. วิเยติ ฯ ยุ. วิเหติ ฯ ๖ ม. เม ฯ ๗ ม - มมนฺติเก ฯ ๘ ม. วชฺเช ฯ

สี. ยุ. วชฺชา ฯ

ฉบับหลวง

ข้าพระองค์ทั้งหลายได้รับการสักการบูชาแล้วเป็นนิตย์ พึงอยู่ในพระราชนิเวศน์ของพระองค์ แต่บางครั้ง พระองค์ทรงเมาน้ำจัณฑ์แล้ว จะพึงตรัสสั่งว่า จงย่างพญาหงส์ให้ฉันที.

บาลี (สยามรัฐ)

ธิรตฺถุ ตํ มชฺชปานํ ยํ เม ปิยตรํ ตยา

น จาปิ มชฺชํ ปิวิสฺสามิ ๑ ยาว เม วจฺฉสี ฆเร ฯ

ฉบับหลวง

การดื่มน้ำเมา ซึ่งเป็นที่รักของฉันยิ่งกว่าท่าน ฉันติเตียนการดื่มน้ำเมานั้นเอาเถอะ ตลอดเวลาที่ท่านยังอยู่ในนิเวศน์ของฉัน ฉันจักไม่ดื่มน้ำเมาเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

สุวิชานํ สิคาลานํ สกุณานญฺจ ๒ วสฺสิตํ ฯ

มนุสฺสวสฺสิตํ ราช ทุพฺพิชานตรํ ตโต ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระราชา เสียงของสุนัขจิ้งจอกทั้งหลายก็ดี ของนกทั้งหลายก็ดีรู้ได้ง่าย แต่เสียงของมนุษย์รู้ได้ยากกว่านั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อปิ เจ มญฺญตี โปโส ญาติ มิตฺโต สขาติ วา

โย ปุพฺเพ สุมโน หุตฺวา ปจฺฉา สมฺปชฺชเต ทิโส ฯ

ฉบับหลวง

อนึ่ง ผู้ใด เมื่อก่อน เป็นผู้ใจดี คนทั้งหลายนับถือว่า เป็นญาติเป็นมิตรหรือเป็นสหาย ภายหลัง ผู้นั้นกลับกลายเป็นศัตรูไปก็ได้ ใจของมนุษย์รู้ได้ยากอย่างนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

ยสฺมึ มโน นิวิสติ อวิทูเร สหาปิ โส

สนฺติเกปิ หิ โส ทูเร ยสฺมา วิวสเต ๓ มโน ฯ

ฉบับหลวง

ใจจดจ่ออยู่ในบุคคลใด แม้บุคคลนั้นจะอยู่ไกลก็เหมือนกับอยู่ใกล้ ใจเหินห่างจากบุคคลใด แม้บุคคลนั้นจะอยู่ใกล้ก็เหมือนกับอยู่ไกล.

บาลี (สยามรัฐ)

อนฺโตปิ เจ ๔ โหติ ปสนฺนจิตฺโต

ปารํ สมุทฺทสฺส ปสนฺนจิตฺโต

อนฺโตปิ โส โหติ ปทุฏฺฐจิตฺโต

ปารํ สมุทฺทสฺส ปทุฏฺฐจิตฺโต ฯ

ฉบับหลวง

ถ้ามีจิตเลื่อมใสรักใคร่กัน ถึงแม้จะอยู่คนละฝั่งสมุทร ก็เหมือนอยู่ใกล้ชิดกัน ถ้ามีจิตคิดประทุษร้ายกัน ถึงแม้จะอยู่ใกล้ชิดกัน ก็เหมือนกับอยู่กันคนละฝั่งสมุทร.

บาลี (สยามรัฐ)

สํวสนฺตา วิวสนฺติ เย ทิสา เต รเถสภ

อารา สนฺโต สํวสนฺติ มนสา รฏฺฐวฑฺฒน ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ คนที่เป็นศัตรูกันถึงจะอยู่ร่วมกัน ก็เหมือนกับอยู่ห่างไกลกัน ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นมิ่งขวัญแห่งรัฐ คนที่รักกันถึงแม้จะอยู่ห่างไกลกัน ก็เหมือนกับอยู่ร่วมกันด้วยหัวใจ.

บาลี (สยามรัฐ)

อติจิรํ นิวาเสน ปิโย ภวติ อปฺปิโย

อามนฺต โข ตํ คจฺฉามิ ๕ ปุรา เต โหมิ อปฺปิโย ๖ ฯ

ฉบับหลวง

ด้วยการอยู่ร่วมกันนานเกินควร คนรักกันย่อมกลายเป็นคนไม่รักกันก็ได้ข้าพระองค์ขอทูลลาพระองค์ไป ก่อนที่ข้าพระองค์จะกลายเป็นผู้ไม่เป็นที่รักของพระองค์.

บาลี (สยามรัฐ)

เอวํ เจ ยาจมานานํ อญฺชลึ นาวพุชฺฌสิ

ปริจารกานํ สนฺตานํ ๗ วจนํ น กโรสิ โน

เอวนฺตํ อภิยาจาม ปุน กยิราสิ ปริยายํ ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อเราวิงวอนอยู่อย่างนี้ ถ้าท่านมิได้รู้ถึงความนับถือของเรา ท่านก็มิได้ทำตามคำวิงวอนของเรา ซึ่งจะเป็นผู้ปรนนิบัติท่าน เมื่อเป็นอย่างนี้ เราขอวิงวอนท่านว่า ท่านพึงหมั่นมาที่นี่บ่อยๆ นะ.

บาลี (สยามรัฐ)

เอวํ เจ โน วิหรตํ อนฺตราโย น เหสฺสติ

ตุยฺหํ วาปิ ๑ มหาราช มยฺหํ วา ๒ รฏฺฐวฑฺฒน

อปฺเปวนาม ปสฺเสม อโหรตฺตานมจฺจเยติ ฯ

ชวนหํสชาตกํ ตติยํ ฯ

๑ ม. ปิสฺสามิ ฯ สี. ยุ. ปายามิ ฯ ๒ สี. ยุ. สกุนฺตานญฺจ ฯ ๓ ม. ยสฺมึ

นาวิสเต ฯ ๔ ม. โส ฯ ๕ ม. คจฺฉาม. ๖ ม. โหม อปฺปิยา ฯ

๗ ม. สตํ ฯ ยุ. สตฺตานํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราชผู้เป็นมิ่งขวัญแห่งรัฐ ถ้าเรายังอยู่กันเป็นปกติอย่างนี้อันตรายจักยังไม่มีทั้งแก่พระองค์และแก่ข้าพระองค์ เป็นอันแน่นอนว่าเราทั้งสองคงได้พบเห็นกัน ในเมื่อวันคืนผ่านไปเป็นแน่.

จบ ชวนหังสชาดกที่ ๓.

๔ จุลฺลนารทกสฺสปชาตกํ ๓

๔. จุลลนารทกัสสปชาดก

ว่าด้วยพิษเหวเปือกตมและอสรพิษ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เตรสนิบาต จุลลนารทกัสสปชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

น เต กฏฺฐานิ ภินฺนานิ น เต อุทกมาภตํ

อคฺคิปิ เต น หาสิโต ๔ กินฺนุ มนฺโทว ฌายสิ ฯ

ฉบับหลวง

ฟืนเจ้าก็มิได้หัก น้ำเจ้าก็มิได้ตักเอามา แม้กองไฟเจ้าก็มิได้ก่อให้ลุกโพลง เหตุไรหนอเจ้าจึงเป็นเหมือนคนโง่เขลานอนซบเซาอยู่?

บาลี (สยามรัฐ)

น อุสฺสเห วเน วตฺถุํ กสฺสปามนฺตยามิ ตํ

ทุกฺโข วาโส อรญฺญสฺมึ รฏฺฐํ อิจฺฉามิ คนฺตเว ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่คุณพ่อกัสสปะ ผมอดทนอยู่ในป่าลำบาก ผมจะขอลาคุณพ่อไปการอยู่ในป่าลำบาก ผมปรารถนาจะไปสู่บ้านเมือง.

บาลี (สยามรัฐ)

ยถา อหํ อิโต คนฺตฺวา ยสฺมึ ชนปเท วสํ

อาจารํ พฺรเหฺม สิกฺเขยฺย ตํ ธมฺมํ อนุสาส มํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่คุณพ่อผู้เป็นดุจพรหม ผู้ออกจากป่านี้ไปอยู่ ณ ชนบทใดๆจะพึงศึกษาขนบธรรมเนียมที่ชาวชนบทเขาประพฤติกันอย่างไร ขอคุณพ่อจงพร่ำสอนขนบธรรมเนียมนั้นแก่ผมด้วยเถิด?

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ อรญฺญํ หิตฺวาน วนมูลผลานิ จ

รฏฺเฐ โรจยเส วาสํ ตํ ธมฺมํ นิสาเมหิ เม ฯ

ฉบับหลวง

ถ้าเจ้าละป่า เหง้ามันและผลไม้ในป่า พึงพอใจอยู่ในบ้านเมือง เจ้าจงสำเหนียกจารีตของชนบทนั้นของเราไว้.

บาลี (สยามรัฐ)

วิสํ มา ปฏิเสวิตฺถ ๕ ปปาตํ ปริวชฺชย

ปงฺเก จ มา วิสีทิตฺโถ ยตฺโต อาสีวิเส ๖ จเร ฯ

ฉบับหลวง

เจ้าจงอย่าเสพของมีพิษ จงเว้นเหวโดยเด็ดขาด อย่าจมอยู่ในเปือกตมในที่ใกล้อสรพิษ จงเตรียมตัวให้พร้อม.

บาลี (สยามรัฐ)

กินฺนุ วิสํ ปปาโต วา ปงฺโก วา พฺรหฺมจารินํ

กํ ตฺวํ อาสีวิสํ พฺรูหิ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ

ฉบับหลวง

ผมขอถาม คุณพ่อกล่าวอะไรว่าเป็นพิษ เป็นเหว เป็นเปือกตมเป็นอสรพิษของพรหมจรรย์ ผมถามแล้ว ขอคุณพ่อโปรดบอกความข้อนั้นแก่ผมเถิด?

บาลี (สยามรัฐ)

อาสโว ตาต โลกสฺมึ สุรา นาม ปวุจฺจติ

มนุญฺญา ๗ สุรภี วคฺคู มธุขุทฺทรสูปมา ๘

วิสํ ตทาหุ อริยา [๙] พฺรหฺมจริยสฺส นารท ฯ

๑ ม. จาปิ ฯ ๒ ม. จ ฯ ๓ ม. จูฬนารทชาตกํ ฯ ๔ ม. หาปิโต ฯ

๕ ม. ปฏิเสวิตฺโถ ฯ ๖ ม. จาสีวิเส ฯ ๗ ม. มนุญฺโญ ฯ ๘ ม. สาทุ -- ฯ

๙ ม. เส ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพ่อนารทะ น้ำดองในโลกเขาเรียกชื่อว่าสุรา สุรานั้นทำใจให้ฮึกเหิมมีกลิ่นหอม ทำให้พูดมาก มีรสหวานแหลมปานน้ำผึ้ง พระอริยะทั้งหลายกล่าวสุรานั้นว่า เป็นพิษของพรหมจรรย์.

บาลี (สยามรัฐ)

อิตฺถิโย ตาต โลกสฺมึ ปมตฺตํ ปมเถนฺติ ตา

ผรนฺติ มุนิโน ๑ จิตฺตํ ตูลํ ภฏฺฐํว มาลุโต

ปปาโต เอส อกฺขาโต พฺรหฺมจริยสฺส นารท ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพ่อนารทะ หญิงในโลกย่อมย่ำยีบุรุษผู้ประมาทแล้ว หญิงเหล่านั้นย่อมจูงจิตของบุรุษไป เหมือนลมพัดปุยนุ่นที่หล่นจากต้นไป ฉะนั้นนี่บัณฑิตกล่าวว่า เป็นเหวของพรหมจรรย์.

บาลี (สยามรัฐ)

ลาโภ สิโลโก สกฺกาโร ปูชา ปรกุเลสุ จ

ปงฺโก เอโสว ๒ อกฺขาโต พฺรหฺมจริยสฺส นารท ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพ่อนารทะ ลาภ สรรเสริญ สักการะ และการบูชาในตระกูลอื่นๆ นี่บัณฑิตกล่าวว่า เป็นเปือกตมของพรหมจรรย์.

บาลี (สยามรัฐ)

มหนฺตา ๓ ตาต ราชาโน อาวสนฺติ มหึ อิมํ

เต ตาทิเส มนุสฺสินฺเท มหนฺเต ตาต นารท ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพ่อนารทะ พระราชาผู้เป็นใหญ่ครอบครองแผ่นดินนี้ เจ้าอย่าเข้าไปใกล้พระราชาผู้เป็นใหญ่ เป็นจอมมนุษย์เช่นนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อิสฺสรานํ อธิปตีนํ น เตสํ ปาทโต จเร

อาสีวิโสติ ๔ อกฺขาโต พฺรหฺมจริยสฺส นารท ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพ่อนารทะ เจ้าอย่าเที่ยวไปใกล้บาทมูลแห่งพระราชาทั้งหลาย ผู้เป็นอิสระและเป็นอธิบดีเหล่านั้น พระราชนั้น บัณฑิตกล่าวว่า เป็นอสรพิษของพรหมจรรย์.

บาลี (สยามรัฐ)

ภตฺตตฺโถ ภตฺตกาเล จ ยํ เคหํ อุปสงฺกเม

ยเทตฺถ กุสลํ ชญฺญา ตตฺถ ฆาเสสนํ จเร ฯ

ปวิสิตฺวา ปรกุลํ ปานตฺโถ ๕ โภชนาย วา

มิตํ ขาเท มิตํ ภุญฺเช น จ รูเป มนํ กเร ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลผู้ต้องการอาหารในเวลาอาหาร พึงเข้าไปใกล้เรือนใด พึงรู้กุศลคือ อโคจร ๕ ที่ควรเว้นในสกุลนั้น แล้วพึงเที่ยวแสวงหาอาหารในเรือนนั้น. บุคคลเข้าไปสู่ตระกูลอื่นเพื่อปานะ หรือโภชนะแล้ว พึงรู้จักประมาณบริโภคแต่พอควร และไม่พึงใส่ใจในรูปหญิง.

บาลี (สยามรัฐ)

คุฏฺฐํ มชฺชํ กิราสญฺจ ๖ สภานิกิรณานิ ๗ จ

อารกา ปริวชฺเชหิ ยานีว วิสมํ ปถนฺติ ฯ

จุลฺลนารทกสฺสปชาตกํ จตุตฺถํ ฯ

____________

๑ ม. หรนฺติ ยุวิโน ฯ ๒ ม. เอโส จ ฯ ๓ ม. มหตฺตา ฯ ๔ สี. ยุ.

อาสีวิโส โส ฯ ๕ ม. ปานตฺถํ ฯ ๖ ม. โคฏฺฐํ มชฺชํ กิราฏญฺจ ฯ

๗ สภาธิ. กรณานีติปิ ฯ

ฉบับหลวง

เจ้าจงเว้นให้ห่างไกลซึ่งการตั้งคอกโค ร้านขายสุรา คนเกเร ที่ประชุมและขุมทรัพย์ทั้งหลาย เหมือนบุคคลผู้ไปด้วยยาน เว้นหนทางอันไม่ราบเรียบ ฉะนั้น.

จบ จุลลนารทกัสสปชาดกที่ ๔.

๕ ทูตชาตกํ

๕. ทูตชาดก

ว่าด้วยการบอกความทุกข์แก่ผู้ที่ควรบอก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เตรสนิบาต ทูตชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ทูเต เต พฺรเหฺม ปาเหสึ คงฺคาตีรสฺมิ ฌายโต

เตสํ ปุฏฺโฐ น พฺยากาสิ ทุกฺขํ ตุยฺหํ มตํ ๑ นุ เต ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพราหมณ์ เราส่งทูตทั้งหลายเพื่อท่านผู้เพ่งอยู่ ณ ฝั่งแม่น้ำคงคาทูตเหล่านั้นถามท่าน ท่านก็มิได้บอกให้แจ่มแจ้ง ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแก่ท่านนั้น เป็นความตายของท่านมิใช่หรือ?

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ เต ทุกฺขมุปฺปชฺเช กาสีนํ รฏฺฐวฑฺฒน

มา โข นํ ตสฺส อกฺขาหิ โย ตํ ทุกฺขา น โมจเย ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงบำรุงรัฐกาสีให้เจริญ ถ้าความทุกข์เกิดขึ้นแก่พระองค์ผู้ใดไม่พึงเปลื้องพระองค์จากทุกข์ได้ พระองค์อย่าได้ตรัสบอกความทุกข์นั้นแก่ผู้นั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

โย ตสฺส ๒ ทุกฺขชาตสฺส เอกงฺคมปิ ภาคโส ๓

วิปฺปโมเจยฺย ธมฺเมน กามํ ตสฺส ปเวทย ๔ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใดพึงเปลื้องทุกข์ของบุคคลผู้เกิดทุกข์ได้ส่วนเดียวโดยธรรม พึงบอกเล่าแก่ผู้นั้นได้โดยแท้.

บาลี (สยามรัฐ)

สุวิชานํ สิคาลานํ สกุนฺตานญฺจ ๕ วสฺสิตํ ฯ

มนุสฺสวสฺสิตํ ราช ทุพฺพิชานตรํ ตโต ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระราชา เสียงของสุนัขจิ้งจอกก็ดี ของนกก็ดี รู้ได้ง่ายเสียงของมนุษย์รู้ได้ยากยิ่งกว่านั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อปิ เจ มญฺญตี โปโส ญาติ มิตฺโต สขาติ วา

โย ปุพฺเพ สุมโน หุตฺวา ปจฺฉา สมฺปชฺชเต ทิโส ฯ

ฉบับหลวง

อนึ่ง ผู้ใด เมื่อก่อน เป็นผู้ใจดี คนทั้งหลายนับถือว่า เป็นญาติเป็นมิตรหรือเป็นสหาย ภายหลัง ผู้นั้นกลับกลายเป็ฯศัตรูไปก็ได้ ใจของมนุษย์รู้ได้ยากอย่างนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

โย อตฺตโน ทุกฺขมนานุปุฏฺโฐ

ปเวทเย ชนฺตุ อกาลรูเป

อนนฺทิโน ๖ ตสฺส ภวนฺติ มิตฺตา ๗

หิเตสิโน ตสฺส ทุกฺขี ภวนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ผู้ใดถูกถามเนืองๆ ถึงทุกข์ของตน ย่อมบอกในกาลอันไม่ควร ผู้นั้นย่อมมีแต่มิตรผู้แสวงหาประโยชน์ แต่ไม่ยินดีร่วมทุกข์ด้วย.

บาลี (สยามรัฐ)

กาลญฺจ ญตฺวาน ตถาวิธสฺส

เมธาวินํ เอกมนํ วิทิตฺวา

อกฺเขยฺย ติปฺปานิ ๘ ปรสฺส ธีโร

สณฺหํ คิรํ อตฺถวตึ ปมุญฺเจ ฯ

๑ ม. คุยฺหมตํ ฯ สี. คุยฺหํ มตํ ฯ ๒ ยุ. โย จ ตถา ฯ ๓ สี. ยุ. เอกนฺตมปิ

ภาสโต ฯ ๔ สี. ปเวทเย ฯ ๕ ม. สกุณานญฺจ ฯ ๖ ม. อานนฺทิโน ฯ ๗ สี. ยุ.

ภวนฺตมิตฺตา ฯ ๘ ม. ติพฺพานิ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลรู้กาลอันควร และรู้จักบิณฑิต ผู้มีปัญญาว่า มีใจร่วมกันแล้วพึงบอกความทุกข์ทั้งหลายแก่บุคคลผู้เช่นนั้น นักปราชญ์พึงบอกความทุกข์ร้อนแก่ผู้อื่น พึงเปล่งวาจาอ่อนหวานมีประโยชน์.

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ จ ชญฺญา อวิสยฺหมตฺตโน

น เตหิ มยฺหํ สุขาคมาย ๑

เอโกว ติปฺปานิ สเหยฺย ธีโร

สจฺจํ หิโรตฺตปฺปมเปกฺขมาโน ฯ

ฉบับหลวง

อนึ่ง ถ้าบุคคลอดกลั้นความทุกข์ของตนไม่ได้ก็พึงรู้ว่า ประเพณีของโลกนี้ จะมีเพื่อถึงความสุขสำหรับเราผู้เดียวไม่ได้ นักปราชญ์เมื่อเพ่งเล็งหิริและโอตตัปปะอันเป็นของจริง พึงอดกลั้นความทุกข์ร้อนไว้ผู้เดียวเท่านั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อหํ รฏฺฐานิ วิจรนฺโต นิคเม ราชธานิโย

ภิกฺขมาโน มหาราช อาจริยสฺส ธนตฺถิโก ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์ต้องการจะหาทรัพย์ให้อาจารย์ จึงเที่ยวไปทั่วแว่นแคว้น นิคม และราชธานีทั้งหลาย.

บาลี (สยามรัฐ)

คหปตี ราชปุริเส มหาสาเล จ พฺราหฺมเณ

อลตฺถํ สตฺต นิกฺขานิ สุวณฺณสฺส ชนาธิป

เต เม นฏฺฐา มหาราช ตสฺมา โสจามหํ ภุสํ ฯ

ฉบับหลวง

ขอกะคฤหบดี ราชบุรุษ และพราหมณ์มหาศาลได้ทองคำ ๗ ลิ่ม ทองคำ ๗ลิ่มของข้าพระองค์นั้นหายเสียแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์จึงเศร้าโศกมาก.

บาลี (สยามรัฐ)

ปุริสา เต มหาราช มนสานุวิจินฺติตา

นาลํ ทุกฺขา ปโมเจตุํ ตสฺมา เตสํ น พฺยาหรึ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราชา บุรุษผู้เป็นทูตของพระองค์เหล่านั้น ข้าพระองค์คิดรู้ด้วยใจว่า ไม่สามารถจะปลดเปลื้อง ข้าพระองค์จากทุกข์ได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์จึงไม่บอกแก่บุรุษเหล่านั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ตฺวญฺจ โข เม มหาราช มนสานุวิจินฺติโต

อลํ ทุกฺขา ปโมเจตุํ ตสฺมา ตุยฺหํ ปเวทยึ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราชา ส่วนพระองค์ ข้าพระองค์คิดรู้ด้วยใจว่า พระองค์สามารถจะปลดเปลื้องข้าพระองค์จากทุกข์ได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์จึงกราบทูลให้พระองค์ทรงทราบ.

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺสาทาสิ ปสนฺนจิตฺโต กาสีนํ รฏฺฐวฑฺฒโน

ชาตรูปมเย นิกฺเข สุวณฺณสฺส จตุทฺทสาติ ฯ

ทูตชาตกํ ปญฺจมํ ฯ

__________

๑ สี. ยุ. นายํ นีติ มยฺห สุขาคมาย ฯ

ฉบับหลวง

พระราชาผู้บำรุงรัฐกาสีให้เจริญ มีพระฤหทัยเลื่อมใส ได้พระราชทานทองคำ ๑๔ แท่ง แก่พระโพธิสัตว์นั้น.

จบ ทูตชาดกที่ ๕.

๖ กาลิงฺคโพธิชาตกํ

๖. กาลิงคโพธิชาดก

ว่าด้วยการพยากรณ์ที่อันเป็นชัยภูมิ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เตรสนิบาต กาลิงคโพธิชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ราชา กาลิงฺโค จกฺกวตฺติ ธมฺเมน ปฐวิมนุสาสิ ๑

อคมาสิ ๒ โพธิสมีปํ นาเคน มหานุภาเวน ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้าจักพรรดิทรงพระนามว่ากาลิงคะ ได้ทรงสั่งสอนมนุษย์ทั่วแผ่นดินโดยธรรม ได้เสด็จไปสู่ที่ใกล้ต้นโพธิ์ด้วยช้าง ทรงมีอานุภาพมาก.

บาลี (สยามรัฐ)

กาลิงฺโค ภารทฺวาโช จ ราชานํ กาลิงฺคํ สมณโกลญฺญํ

จกฺกวตฺตยโต ปริคฺคเหตฺวา ๓ ปญฺชลี อิทมโวจ ฯ

ฉบับหลวง

ภารทวาชปุโรหิตชาวกาลิงครัฐ พิจารณา ดูภูมิภาคแล้ว จึงประคองอัญชลีกราบทูลพระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นบุตรแห่งดาบส ชื่อกาลิงคะว่า.

บาลี (สยามรัฐ)

ปจฺโจโรห มหาราช ภูมิภาโค ยถา สมณุคีโต ๔

อิธ อนธิวรา พุทฺธา อภิสมฺพุทฺธา วิโรจนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราชา ขอเชิญพระองค์เสด็จลงเถิด ภูมิภาคนี้อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นสมณะทรงสรรเสริญแล้ว พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ตรัสรู้โดยยิ่งมีพระคุณหาประมาณมิได้ ย่อมไพโรจน์ ณ ภูมิภาคนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

ปทกฺขิณโต อาวฏฺฏา ติณลตา อสฺมึ ภูมิภาคสฺมึ

ปฐวิยา อยํ ๕ มณฺโฑ อิติ โน สุตํ [๖] มหาราช ฯ

ฉบับหลวง

หญ้าและเครือเถาทั้งหลายในภูมิภาคส่วนนี้ ม้วนเวียนโดยทักษิณาวัตรภูมิภาคส่วนนี้ เป็นที่ไม่หวั่นไหวแห่งแผ่นดิน (เมื่อกัลป์จะตั้งขึ้นก็ตั้งขึ้นก่อน เมื่อกัลป์พินาศก็พินาศภายหลัง) ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์ได้สดับมาอย่างนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

สาครปริยนฺตาย (เมทนิยา) สพฺพภูตธรณิยา

ปฐวิยา อยํ มณฺโฑ โอโรหิตฺวา นโม กโรหิ ฯ

ฉบับหลวง

ภูมิภาคส่วนนี้ เป็นมณฑลแห่งแผ่นดินอันทรงไว้ซึ่งภูตทั้งปวง มีสาครเป็นขอบเขต ขอเชิญพระองค์เสด็จลง แล้วทรงกระทำการนอบน้อมเถิดพระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

เย เต ภวนฺติ นาคา จ อภิชาตา จ กุญฺชรา ๗

เอตฺตาวตา ปเทสํ เต นาคา เนวมุปยนฺติ ๘ ฯ

ฉบับหลวง

ช้างกุญชรตัวประเสริฐ เกิดในตระกูลอุโบสถ ย่อมไม่เข้าไปใกล้ประเทศนั้นเลย ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้.

บาลี (สยามรัฐ)

อภิชาโต [๙] นาโค กามํ เปเสหิ กุญฺชรํ ทนฺตึ

เอตฺตาวตา ปเทโส จ ๑๐ น สกฺกา นาเคน อุปคนฺตุํ ๑๑ ฯ

ฉบับหลวง

ช้างตัวประเสริฐนี้ เป็นช้างเกิดแล้วในตระกูลอุโบสถโดยแท้ ถึงกระนั้นก็ไม่อาจจะเข้าไปใกล้ประเทศมีประมาณเท่านี้ได้ ถ้าพระองค์ยังทรงสงสัยอยู่ ก็จงทรงไสช้างพระที่นั่งไปเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

ตํ สุตฺวา ราชา กาลิงฺโค เวยฺยญฺชนิกวโจ นิสาเมตฺวา

สมฺเปเสสิ นาคํ อุยฺยาม ๑๒ มยํ ยถา ๑๓ อิทํ วจนํ ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้ากาลิงคะทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงทรงใคร่ครวญถ้อยคำของปุโรหิตผู้ชำนาญการพยากรณ์ว่า เราจักรู้ถ้อยคำของปุโรหิตนี้ว่า จริงหรือไม่จริงนี้แล้ว ทรงไสช้างพระที่นั่งไป.

บาลี (สยามรัฐ)

สมฺเปสิโต จ รญฺญา นาโค โกญฺโจว อภินทิตฺวาน

ปฏิสกฺกิตฺวา นิสีทิ ครุภารํ อสหมาโน ฯ

๑ ม. ปถวิมนุสาสํ ฯ ๒ ม. อคมา ฯ ๓ ยุ. ปริเณตฺวา ฯ ๔ ม. สมณุคฺคโต ฯ

๕ ม. นาภิยํ ฯ ๖ ม. มนฺเต ฯ ๗ อภิชาตา มาติโต จ ปิติโต จาติปิ ปาโฐ ฯ

๘ เนวมุสฺสหนฺตีติปิ ฯ ๙ สี. ยุ. เต ฯ ๑๐ ม. จสทฺโท นตฺถิ ฯ ๑๑ ม. สกฺกา

นาเคน มุปคนฺตุํ ฯ ๑๒ สี. ม. อุสฺสาม ฯ ๑๓ ม. ยถิมสฺสิทํ ฯ

ฉบับหลวง

ฝ่ายช้างพระที่นั่งนั้น ถูกพระราชาทรงไสไปแล้ว ก็เปล่งเสียงดุจนกกระเรียนแล้วถอยหลังทรุดคุกลง ดังอดทนภาระหนักไม่ได้.

บาลี (สยามรัฐ)

กาลิงฺโค ภารทฺวาโช นาคํ ขีณายุกํ

วิทิตฺวาน ราชานํ กาลิงฺคํ ตรมาโน

อชฺฌภาสิตฺถ อญฺญํ สงฺกม นาคํ

นาโค ขีณายุโก มหาราช ฯ

ฉบับหลวง

ปุโรหิตภารทราชะชาวกาลิงครัฐ รู้ว่า ช้างพระที่นั่งสิ้นอายุแล้ว จึงรีบกราบทูลพระเจ้ากาลิงคะว่า ข้าแต่พระมหาราชา ขอเชิญเสด็จไปทรงช้างพระที่นั่งเชือกอื่นเถิด ช้างพระที่นั่งเชือกนี้สิ้นอายุแล้ว พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

ตํ สุตฺวา กาลิงฺโค ตรมาโน

สงฺกมิ นาคํ สงฺกนฺเตว รญฺเญ

นาโค ตตฺเถว ปติ ภูมฺยา

เวยฺยญฺชนิกวโจ ยถา ตถา อหุ นาโค ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้ากาลิงคะทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงรีบเสด็จไปทรงช้างพระที่นั่งเชือกใหม่ เมื่อพระราชาเสด็จก้าวไปพ้นแล้ว ช้างพระที่นั่งที่ตายแล้วก็ล้มลง ณ พื้นดินที่นั้นเอง ถ้อยคำของปุโรหิต ผู้ชำนาญการพยากรณ์เป็นอย่างใด ช้างพระที่นั่งเป็นอย่างนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

กาลิงฺคภารทฺวาชํ กาลิงฺโค ๑ พฺราหฺมณํ อิทมโวจ

ตฺวเมวาสิ สมฺพุทฺโธ สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวี ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้ากาลิงคะได้ตรัสกะพราหมณ์ภารทวาชะชาวกาลิงครัฐอย่างนี้ว่าท่านเป็นสัมพุทธะ รู้เห็นเหตุทั้งปวงโดยแท้.

บาลี (สยามรัฐ)

ตํ อนธิวาเสนฺโต กาลิงฺโค ๒ พฺราหฺมโณ อิทมโวจ

เวยฺยญฺชนิกา หิ มยํ พุทฺธา สพฺพญฺญุโน มหาราช ฯ

ฉบับหลวง

กาลิงคพราหมณ์ เมื่อไม่รับคำสรรเสริญนั้นจึงได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์เป็นผู้ชำนาญการพยากรณ์ ชื่อว่าพุทธะ ผู้รู้เหตุทั้งปวงก็จริง.

บาลี (สยามรัฐ)

สพฺพญฺญู สพฺพวิทู จ พุทฺธา [๓] ลกฺขเณน ชานนฺติ

อาคมพลสา ๔ หิ มยํ พุทฺธา สพฺพํ ปชานนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

แต่พระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นพระสัพพัญญูด้วย เป็นพระสัพพวิทูด้วยย่อมรู้เหตุทั้งปวงด้วยพระญาณเป็นเครื่องกำหนด ข้าพระองค์รู้เหตุทั้งปวงได้ เพราะกำลังแห่งอาคม พระพุทธเจ้าทั้งหลาย รู้เหตุทั้งปวงได้ด้วยพระสัพพัญญุตญาณ.

บาลี (สยามรัฐ)

ปหํสิตฺวาน ๕ สมฺโพธึ นานาตุริเยหิ วิชฺชมาเนหิ

มาลาวิเลปนํ อภิหริตฺวา ๖ ปาการปริกฺเขปํ กาเรสิ

อถ ราชา ปายาสิ ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้ากาลิงคะ ทรงนำเอามาลาและเครื่องลูบไล้พร้อมด้วยดนตรีต่างๆไปบูชาพระมหาโพธิ์แล้ว รับสั่งให้กระทำกำแพงแวดล้อม.

บาลี (สยามรัฐ)

สฏฺฐิวาหสหสฺสานิ ปุปฺผานิ สนฺนิปาตยิ

ปูเชสิ ราชา กาลิงฺโค โพธิมณฺฑมนุตฺตรนฺติ ฯ

กาลิงฺคโพธิชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ

๑ ม. กาลิงฺโค ราชา กาลิงฺคํ ฯ ๒ กาลิงฺคํ ฯ ๓ ม. น ฯ ๔ ยุ. อาคมปุริสา ฯ

๕ ม. มหยิตฺวา ฯ สี. ยุ. มหายิตฺวาน ฯ ๖ สี. ยุ. มาลาคนฺธวิเลปนํ อาหริตฺรา ฯ

ฉบับหลวง

รับสั่งให้เก็บดอกไม้ประมาณหกหมื่นเล่มเกวียนมาบูชาโพธิมณฑลอันเป็นอนุตริยะ แล้วเสด็จกลับ.

จบ กาลิงคโพธิชาดกที่ ๖.

๗ อกิตฺติชาตกํ

๗. อกิตติชาดก

อกิตติดาบสขอพรท้าวสักกะ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เตรสนิบาต อกิตติชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อกิตฺตึ ทิสฺวาน สมฺมนฺตํ สกฺโก ภูตปตี พฺรวิ

กึ ปตฺถยํ มหาพฺรหฺเม เอโก สมฺมสิ ฆมฺมนิ ฯ

ฉบับหลวง

ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูต ทรงเห็นอกิตติดาบสผู้ยับยั้งอยู่ จึงได้ตรัสถามว่า ดูกรพราหมณ์ ท่านปรารถนาสมบัติอะไร ถึงยับยั้งอยู่ผู้เดียวในถิ่นอันแห้งแล้ง?

บาลี (สยามรัฐ)

ทุกฺโข ปุนพฺภโว สกฺก สรีรสฺส จ เภทนํ

สมฺโมหมรณํ ทุกฺขํ ตสฺมา สมฺมามิ วาสว ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท้าวสักกะ การเกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์ อนึ่ง ความแตกทำลายแห่งร่างกาย และความตายอย่างหลงใหล ก็เป็นทุกข์ เพราะเหตุนั้นอาตมภาพจึงยับยั้งอยู่ ณ ที่นี้.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควรเป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

เยน ปุตฺเต จ ทาเร จ ธนธญฺญํ ปิยานิ จ

ลทฺธา นรา น ตปฺปนฺติ โส โลโภ น มยี วเส ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพรแก่อาตมภาพ ชนทั้งหลายได้บุตร ภรรยา ทรัพย์ ข้าวเปลือก และสิ่งของอันเป็นที่รักทั้งหลาย แล้วยังไม่อิ่มด้วยความโลภใด ความโลภนั้นอย่าพึงมีในอาตมภาพเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควรเป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

เขตฺตํ วตฺถุํ หิรญฺญญฺจ ควาสฺสํ ทาสโปริสํ

เยน ชาเตน ชียนฺติ โส โทโส น มยี วเส ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพรแก่อาตมภาพ นา ที่ดิน เงิน โค ม้า ทาส กรรมกร ย่อมเสื่อมสิ้นไปด้วยโทสะใด โทสะนั้นอย่าพึงมีในอาตมภาพเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควรเป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

พาลํ น ปสฺเส น สุเณ น จ พาเลน สํวเส

พาเลนลฺลาปสลฺลาปํ น กเร น จ โรจเย ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพรแก่อาตมภาพ อาตมภาพไม่พึงเห็น ไม่พึงได้ฟังคนพาล ไม่พึงอยู่ร่วมกับคนพาล ไม่ขอกระทำ และไม่ขอชอบใจการเจรจาปราศรัยกับคนพาล.

บาลี (สยามรัฐ)

กินฺนุ เต อกรํ พาโล วท กสฺสป การณํ

เกน กสฺสป พาลสฺส ทสฺสนํ นาภิกงฺขสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ คนพาลได้กระทำอะไรให้แก่ท่านหรือ ขอท่านจงบอกเหตุนั้นแก่โยม เพราะเหตุไร ท่านจึงไม่ปรารถนาเห็นคนพาล?

บาลี (สยามรัฐ)

อนยํ นยติ ทุมฺเมโธ อธุรายํ นิยุญฺชติ

ทุนฺนโย เสยฺยโส โหติ สมฺมา วุตฺโต ปกุปฺปติ

วินยํ โส น ชานาติ สาธุ ตสฺส อทสฺสนํ ฯ

ฉบับหลวง

คนพาลผู้มีปัญญาทราม ย่อมแนะนำสิ่งที่ไม่ควรจะแนะนำ ย่อมชักชวนในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ การแนะนำชั่วเป็นความดีของเขา คนพาลนั้นถึงจะพูดดีก็โกรธ เขามิได้รู้วินัย การไม่เห็นคนพาลนั้นเป็นความดี.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควรเป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

ธีรํ ปสฺเส สุเณ ธีรํ ธีเรน สห สํวเส

ธีเรนลฺลาปสลฺลาปํ ตํ กเร ตญฺจ โรจเย ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพรแก่อาตมภาพ อาตมภาพพึงขอเห็น ขอฟังนักปราชญ์ ขออยู่ร่วมกันกับนักปราชญ์ ขอกระทำ และขอชอบใจการเจรจาปราศรัยกับนักปราชญ์.

บาลี (สยามรัฐ)

กินฺนุ เต อกรํ ธีโร วท กสฺสป การณํ

เกน กสฺสป ธีรสฺส ทสฺสนํ อภิกงฺขสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ นักปราชญ์ได้กระทำอะไรให้แก่ท่านหรือ ขอท่านจงบอกเหตุนั้นแก่โยม เพราะเหตุไร ท่านจึงปรารถนาเห็นนักปราชญ์?

บาลี (สยามรัฐ)

นยํ นยติ เมธาวี อธุรายํ น ยุญฺชติ

สุนโย เสยฺยโส โหติ สมฺมา วุตฺโต น กุปฺปติ

วินยํ โส ปชานาติ สาธุ เตน สมาคโม ฯ

ฉบับหลวง

นักปราชญ์ย่อมแนะนำสิ่งที่ควรแนะนำ ย่อมไม่ชักชวนในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระการแนะนำดีเป็นความดีของนักปราชญ์นั้น นักปราชญ์นั้น ผู้อื่นกล่าวชอบก็ไม่โกรธ ย่อมรู้จักวินัย การสมาคมคบหากันกับนักปราชญ์นั้นเป็นความดี.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควรเป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺเจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

ตโต รตฺยา วิวสเน ๑ สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ

ทิพฺพา ภกฺขา ปาตุภเวยฺยุํ สีลวนฺโต จ ยาจกา

ททโต เม น ขีเยถ ทตฺวา นานุตเปยฺยหํ

ททํ จิตฺตํ ปสาเทยฺยํ เอตํ สกฺก วรํ วเร ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพรแก่อาตมภาพ เมื่อราตรีสว่างแจ้ง พระอาทิตย์อุทัยขึ้นแล้ว ขออาหารอันเป็นทิพย์ และยาจกผู้มีศีล พึงปรากฏขึ้น เมื่ออาตมภาพให้ทานอยู่ขอให้ศรัทธาของอาตมภาพไม่พึงเสื่อมสิ้นไป ครั้นให้ทานแล้วขอให้อาตมภาพไม่พึงเดือดร้อนในภายหลัง เมื่อกำลังให้อยู่ ก็ขอให้อาตมภาพพึงยังจิตให้เลื่อมใส ดูกรท้าวสักกะ ขอมหาบพิตรทรงประทานพรนี้แก่อาตมภาพเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ เต สุลปิเต ปฏิรูเป สุภาสิเต

วรํ กสฺสป เต ทมฺมิ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่ท่านกัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้ากล่าวนี้ เป็นถ้อยคำสมควรเป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่ท่านตามที่ท่านมีใจปรารถนา.

บาลี (สยามรัฐ)

วรญฺจ เม อโท สกฺก สพฺพภูตานมิสฺสร

น มํ ปุน อุเปยฺยาสิ เอตํ สกฺก วรํ วเร ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง ถ้ามหาบพิตรจะทรงประทานพรแก่อาตมภาพ มหาบพิตรอย่าพึงเข้ามาใกล้อาตมภาพอีกเลย ดูกรท้าวสักกะ ขอมหาบพิตรทรงประทานพรนี้แก่อาตมภาพเถิด.

บาลี (สยามรัฐ)

พหูหิ วตฺตจริยาหิ นรา จ อถ นาริโย

ทสฺสนํ อภิกงฺขนฺติ กินฺนุ เม ทสฺสเน ภยํ ฯ

ฉบับหลวง

นรชาติหญิงชายทั้งหลาย ย่อมปรารถนาจะเห็นโยมด้วยวัตรจริยาเป็นอันมาก เพราะเหตุไรหนอ การเห็นโยมจึงเป็นภัยแก่ท่าน?

บาลี (สยามรัฐ)

ตํ ตาทิสํ เทววณฺณํ ๒ สพฺพกามสมิทฺธินํ

ทิสฺวา ตโป ปมชฺเชยฺยํ ๓ เอตํ เต ทสฺสเน ภยนฺติ ฯ

อกิตฺติชาตกํ สตฺตมํ ฯ

ฉบับหลวง

อาตมภาพเห็นเพศเทวดาเช่นพระองค์ ผู้สำเร็จด้วยสิ่งที่ต้องประสงค์ทุกอย่างแล้ว ก็จะพึงประมาท ทำความเพียรปรารถนาตำแหน่งท้าวสักกะการเห็นมหาบพิตรจึงเป็นภัยแก่อาตมภาพ.

จบ อกิตติชาดกที่ ๗.

๘ ตกฺการิยชาตกํ

๘. ตักการิยชาดก

การพูดดีเป็นศรีแก่ตัว

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เตรสนิบาต ตักการิยชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อหเมว ทุพฺภาสิตํ ภาสิ พาโล

เภโกวรญฺเญ อหิมวฺหายมาโน

ตกฺการิเย โสพฺภมิมํ ปตามิ

น กิเรว สาธุ อติเวลภาณี ฯ

๑ ม. วิวสาเน ฯ ๒ ยุ. เทววณฺณึ ฯ ๓ ม. ปมชฺเชยฺย ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพ่อตักการิยะ ฉันเองเป็นคนโง่เขลา กล่าวคำชั่วช้าเหมือนกบในป่าร้องเรียกงูมาให้กินตน ฉะนั้น ฉันน่าจะตกลงไปในหลุมนี้ ได้ยินมาว่าบุคคลที่พูดล่วงเลยขอบเขตไม่ดีเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

ปปฺโปติ มจฺโจ อติเวลภาณี

พนฺธํ วธํ โสกปริทฺทวญฺจ

อตฺตานเมว ครหาสิ เอตฺถ ๑

อาจริย ตํ นิกฺขณนฺติ ๒ โสพฺเภ ฯ

ฉบับหลวง

บุคคลที่พูดล่วงเลยขอบเขต ย่อมได้ประสบการจองจำ การถูกฆ่าความเศร้าโศกและความร่ำไห้ ข้าแต่ท่านอาจารย์ ชนทั้งหลายจะฝังท่านลงในหลุม เพราะเหตุใด ท่านต้องติเตียนตัวท่านเอง เพราะเหตุนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

กิเมวาหํ ตุณฺฑิลํ อนุปุจฺฉึ

กเรยฺยาสํ ๓ ภาตรํ กาลิกาย

นคฺโควหํ วตฺถยุคญฺจ ชิโน

อยมฺปิ อตฺโถ พหุ ตาทิโสว ฯ

ฉบับหลวง

เราจะซักถามตุณฑิละ เพื่อประโยชน์อะไรเล่า นางกาลีซิควรทำกะน้องชายของเขาเอง เราถูกแย่งผ้าจนเป็นคนเปลือยกาย แม้เรื่องนี้ก็เหมือนกับเรื่องของท่านเป็นอันมาก?

บาลี (สยามรัฐ)

โย ยุชฺฌมานานํ อยุชฺฌมาโน

เมณฺฑนฺตรํ อจฺจุปตี กุลิงฺโค

โส ปึสิโต เมณฺฑสิเรหิ ตตฺถ

อยมฺปิ อตฺโถ พหุ ตาทิโสว ฯ

ฉบับหลวง

นกกะลิงตัวใด มิได้ชนกับเขาด้วย เข้าไปจับอยู่ในระหว่างศีรษะแพะทั้งสองผู้กำลังชนกันอยู่ นกกะลิงตัวนั้น ก็ถูกศีรษะแพะบดขยี้แล้วณ ที่นั้นเอง แม้เรื่องนี้ ก็เหมือนกับเรื่องของท่านเป็นอันมาก.

บาลี (สยามรัฐ)

จตุโร ชนา โปตฺถกมคฺคเหสุํ

เอกญฺจ โปสํ อนุรกฺขมานา

สพฺเพว เต ภินฺนสิรา สยึสุ

อยมฺปิ อตฺโถ พหุ ตาทิโสว ฯ

ฉบับหลวง

คน ๔ คนจะป้องกันคนคนเดียว ช่วยกันจับชายผ้าไว้คนละชาย คนทั้งหมดนั้นก็พากันหัวแตกนอนตายแล้ว แม้เรื่องนี้ ก็เหมือนกับเรื่องของท่านเป็นอันมาก.

บาลี (สยามรัฐ)

อชา ยถา เวฬุคุมฺพสฺมึ พนฺธา

อเวกฺขิปนฺตี ๔ อสิมชฺฌคจฺฉิ

เตเนว ตสฺสา คลกํ วิกนฺตา ๑

อยมฺปิ อตฺโถ พหุ ตาทิโสว ฯ

๑ สี. เอตฺโต ฯ ๒ ม. อาเจร ยํ ตํ นิกฺขณนฺติ ฯ ๓ กเรยฺย สงฺคหนฺติปิ ฯ

ม. กเรยฺย สํ ฯ ๔ ม. อวกฺขิปนฺตี ฯ

ฉบับหลวง

นางแพะที่ถูกโจรทั้งหลายผูกไว้ในพุ่มกอไผ่ คึกคะนอง เอาเท้าหลังดีดไปกระทบมีดตกลงมา พวกโจรก็เอามีดนั้นเองเชือดคอนางแพะฉันใดแม้เรื่องนี้ ก็เหมือนกับเรื่องของท่านเป็นอันมาก.

บาลี (สยามรัฐ)

นยิเม เทวา นาปิ ๒ คนฺธพฺพปุตฺตา

มิคา อิเม อตฺถวสาภตา อิเม ๓

เอกญฺจ นํ สายมาเส ปจนฺตุ

เอกํ ๔ ปุนปฺปาตราเส ปจนฺตุ ฯ

ฉบับหลวง

พวกนี้มิใช่เทวดา มิใช่บุตรคนธรรพ์ พวกนี้เป็นเนื้อ พวกนี้ถูกนำมาด้วยอำนาจประโยชน์ เจ้าทั้งหลายจงย่างมันตัวหนึ่ง สำหรับอาหารมื้อเย็นอีกตัวหนึ่งสำหรับอาหารมื้อเช้า.

บาลี (สยามรัฐ)

สตํ สหสฺสาน ทุพฺภาสิตานํ ๕

กลมฺปิ นาคฺฆติ สุภาสิตสฺส

ทุพฺภาสิตํ สงฺกมาโน กิเลโส

ตสฺมา ตุณฺหี กึปุริโส ๖ น พาลฺยา ฯ

ฉบับหลวง

คำทุพภาษิตตั้งแสนคำ ก็ไม่ถึงแม้ส่วนเสี้ยวของคำสุภาษิต กินนรรังเกียจคำทุพภาษิตจึงเศร้าหมอง เพราะเหตุนั้น กินนรจึงนิ่งเฉยเสีย ไม่ใช่นิ่งเฉยเพราะความโง่เขลา.

บาลี (สยามรัฐ)

ยา เมสา พฺยากาสิ ๗ ปมุญฺจเถตํ

คิริญฺจ นํ หิมวนฺตํ นยนฺตุ

อิมญฺจ โข เทนฺตุ มหานสาย

ปาโตว นํ ปาตราเส ปจนฺตุ ฯ

ฉบับหลวง

กินนรีตัวนี้กล่าวแก้เราได้แล้ว เจ้าทั้งหลาย จงปล่อยกินนรีตัวนั้นไปอนึ่ง จงนำไปส่งให้ถึงเขาหิมพานต์ ส่วนกินนรตัวนี้ เจ้าทั้งหลายจงส่งไปให้โรงครัวใหญ่ จงย่างมันสำหรับอาหารเช้า แต่เช้าทีเดียว.

บาลี (สยามรัฐ)

ปชฺชุนฺนนาถา ปสโว ปสุนาถา อยํ ปชา

ตฺวํนาโถสฺมิ ๘ มหาราช อมฺหนาถา มม ภริยา ๙

ทฺวินฺนมญฺญตรํ ญตฺวา มุตฺโต คจฺเฉยฺย ปพฺพตํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราชา ปศุสัตว์ทั้งหลายพึ่งฝน ประชาชนนี้ก็พึ่งปศุสัตว์พระองค์เป็นที่พึ่งของข้าพระบาท ภรรยาของข้าพระบาท ก็พึ่งข้าพระบาทในระหว่างข้าพระบาททั้งสอง ตัวหนึ่งรู้ว่าอีกตัวหนึ่งตายแล้ว ตนเองพ้นแล้วจากความตาย จึงจะไปสู่บรรพต.

บาลี (สยามรัฐ)

น เว นินฺทา สุปริวชฺชยาถ ๑๐

นานาชนา เสวิตพฺพา ชนินฺท

เยเนว เอโก ลภเต ปสํสํ

เตเนว อญฺโญ ลภเต นินฺทิตารํ ฯ

๑ ม. คลกาวกนฺตํ ฯ ๒ ม. อิเม น เทวา น ฯ ๓ ม. อตฺถวสํ คตา เม ฯ

๔ สี. ยุ. เอกญฺจ นํ ปาตราเส ฯ ๕ ม. สหสฺสานิ ทุภาสิตานิ ฯ ๖ ม. กิมฺปุริสา ฯ

๗ ม. พฺยาหาสิ ฯ ๘ ม. ตฺวํ นาโถสิ ฯ ๙ ม. นาโถหํ ฯ ๑๐ ม. สุปริวชฺชเยถ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชน ความนินทาทั้งหลายมิใช่จะหลีกเลี่ยงให้พ้นไปโดยง่ายเลย ชนทั้งหลายมีฉันทะต่างๆ กัน ซึ่งควรจะซ่องเสพ คนหนึ่งได้รับการสรรเสริญด้วยคุณธรรมข้อใด คนอื่นได้คนนินทา ด้วยคุณธรรมข้อนั้นเอง.

บาลี (สยามรัฐ)

สพฺโพ โลโก ปรจิตฺเตน ๑ อติจิตฺโต

สพฺโพ โลโก จิตฺตวา สมฺหิ จิตฺเต

ปจฺเจกจิตฺตา ปุถุ สพฺพสตฺตา

กสฺสีธ จิตฺตสฺส วเส น วตฺเต ฯ

ฉบับหลวง

โลกทั้งปวงมีจิตยิ่งด้วยจิตของคนอื่น โลกทั้งปวงชื่อว่ามีจิตในจิตของตนสัตว์ทั้งปวง ที่เป็นปุถุชน ต่างก็มีจิตใจต่างกัน สัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ไม่พึงเป็นไปในอำนาจแห่งจิตของใคร.

บาลี (สยามรัฐ)

ตุณฺหี อหุ กึปุริโส สภริโย ๒-๔

โยทานิ พฺยากาสิ ภยสฺส ภีโต

โสทานิ มุตฺโต สุขิโต อโรโค

วาจา กิเรวตฺถวตี นรานนฺติ ฯ

ตกฺการิยชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ

ฉบับหลวง

กินนรพร้อมด้วยกินนรีผู้ภรรยา เป็นผู้นิ่งไม่พูด เป็นผู้กลัวภัย ได้กล่าวแก้แล้วในบัดนี้ กินนรนั้นชื่อว่า พ้นแล้วในบัดนี้ เป็นผู้มีความสุขหาโรคมิได้ เพราะว่าการเปล่งวาจาดี นำมาซึ่งประโยชน์แก่นรชนทั้งหลาย.

จบ ตักการิยชาดกที่ ๘.

๙ รุรุมิคชาตกํ ๓

๙. รุรุมิคชาดก

ว่าด้วยน้ำใจของพญาเนื้อรุรุ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เตรสนิบาต รุรุมิคชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺส ๔ คามวรํ ทมฺมิ นาริโย จ อลงฺกตา

โก ๕ เม ตํ มิคมกฺขาสิ มิคานํ มิคมุตฺตมํ ฯ

ฉบับหลวง

ใครบอกมฤค ผู้สูงสุดกว่ามฤคทั้งหลายนั้นแก่เราได้ เราจะให้บ้านส่วยและหญิงที่ประดับประดาแล้วแก่ผู้นั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

มยฺหํ คามวรํ เทหิ นาริโย จ อลงฺกตา

อหํ เต มิคมกฺขิสฺสํ มิคานํ มิคมุตฺตมํ ฯ

ฉบับหลวง

ขอได้โปรดพระราชทานบ้านส่วย และหญิงที่ประดับประดาแล้วแก่ข้าพระองค์เถิด ข้าพระองค์ จะกราบทูลมฤคผู้สูงสุดกว่ามฤคทั้งหลายแก่พระองค์.

บาลี (สยามรัฐ)

เอตสฺมึ วนสณฺฑสฺมึ อมฺพา สาลา จ ปุปฺผิตา

อินฺทโคปกสญฺฉนฺนา เอตฺเถโส ติฏฺฐติ มิโค ฯ

๑ ม. ปริจิตฺโต ฯ ๒ อภาณิโสติปิ ฯ ๓ ม. รุรุมิคราชชาตกํ ฯ ๔ สี. ยุ. กสฺส ฯ

๕ ม. โย ฯ ตํ ยุตฺตตรํ ฯ

ฉบับหลวง

ณ ไพรสณฑ์นั้น มีต้นมะม่วง และต้นรังทั้งหลาย ดอกบานสะพรั่งพื้นที่แห่งไพรสณฑ์นั้น ดารดาษไปด้วยติณชาติ มีสีเหมือนแมลงค่อมทอง มฤคตัวนั้นอยู่ที่ไพรสณฑ์นั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

ธนน อเทฺวชฺฌํ กตฺวาน อุสุํ สนฺนยฺหุปาคมิ ๑

มิโค จ ทิสฺวา ราชานํ ทูรโต อชฺฌภาสถ

อาคเมหิ มหาราช มา มํ วิชฺฌิ รเถสภ

โก นุ เต อิทมกฺขาสิ เอตฺเถโส ติฏฺฐติ มิโค ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้าพาราณสี ทรงโก่งธนูสอดใส่ลูกศรไว้ เสด็จเข้าไปแล้ว ส่วนมฤคเห็นพระราชาแล้ว ได้ร้องกราบทูลไปแต่ไกลว่า ข้าแต่พระมหาราชาผู้ประเสริฐ โปรดทรงรอก่อน อย่าเพิ่งทรงยิงข้าพระบาทเสียเลย ใครหนอได้กราบทูลความเรื่องแก่พระองค์ว่า มฤคตัวนี้อยู่ณ ไพรสณฑ์นี้.

บาลี (สยามรัฐ)

เอส ปาปจโร โปโส สมฺม ติฏฺฐติ อารกา

โส หิ ๒ เม อิทมกฺขาสิ เอตฺเถโส ติฏฺฐติ มิโค ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสหาย บุรุษผู้มีมารยาทอันเลวทราม ยืนอยู่ห่างๆ นั่น บุรุษคนนั้นแหละ ได้บอกความเรื่องนี้แก่เราว่า มฤคตัวนี้อยู่ ณ ไพรสณฑ์นี้.

บาลี (สยามรัฐ)

สจฺจํ กิเรวมาหํสุ นรา เอกจฺจิยา อิธ

กฏฺฐํ นิปาวตํ ๓ เสยฺโย น เตฺวเวกจฺจิโย นโร ฯ

ฉบับหลวง

ได้ยินว่า คนบางพวกในโลกนี้ กล่าวความจริงไว้อย่างนี้ว่า ไม้ลอยน้ำยังดีกว่า คนบางคนไม่ดีเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

กินฺนุ รุรุ ครหสิ มิคานํ

กึ ปกฺขินํ กึ ปน มานุสานํ

ภยํ หิ มํ วินฺทตินปฺปรูปํ

สุตฺวาน ตํ มานุสิ ๔ ภาสมานํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพญามฤค เธอติเตียนพวกไหนแน่ ติเตียนพวกมฤค พวกนกหรือพวกมนุษย์ เรามีความกลัวไม่น้อย เพราะได้ฟังเจ้าพูดภาษามนุษย์ได้.

บาลี (สยามรัฐ)

ยมุทฺธรึ วาหเน วุยฺหมานํ

มโหทเก สลิเล สีฆโสเต

ตโตนิทานํ ภยมาคตํ มม

ทุกฺโข หเว ราช อสพฺภิ สงฺคโม ฯ

ฉบับหลวง

ข้าพระองค์ช่วยยกขึ้นซึ่งบุรุษคนใด ผู้ลอยไปในห้วงน้ำคงคา มีน้ำมากไหลเชี่ยว ภัยมาถึงข้าพระองค์แล้ว เพราะบุรุษผู้นั้นเป็นเหตุ ข้าแต่พระมหาราชา การสมาคมกับอสัตบุรุษทั้งหลาย นำทุกข์มาให้โดยแท้.

บาลี (สยามรัฐ)

โสหํ จตุปฺปตฺตมิมํ วิหงฺคมํ

ตนุจฺฉิทํ หทเย โอสชฺชามิ

หนามิ ตํ มิตฺตทุพฺภึ อกิจฺจการึ

โย ตาทิสํ กมฺมกตํ น ชาเน ฯ

๑ สี. ยุ. สนฺธายุปาคมิ ฯ ๒ ม. โส ยํ ฯ ๓ สี. วิปลาวิตํ ฯ ม. นิปฺลวิตํ ฯ

๔ ม. มานุสี ฯ

ฉบับหลวง

เรานั้นจะปล่อยลูกศร ๔ ปีกนี้แหวกไปในอากาศ ให้ไปตัดตรงหัวใจเราจักฆ่ามันผู้ประทุษร้ายมิตร ผู้ไม่ทำกิจที่ควรทำ ไม่รู้จักผู้กระทำคุณให้เช่นท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

ธีรสฺส พาลสฺส หเว ชนินฺท

สนฺโต วธํ นปฺปสํสนฺติ ชาตุ

กามํ ฆรํ คจฺฉตุ ปาปธมฺโม

ยญฺจสฺส ภตฺตํ ตเทตสฺส เทหิ

อหญฺจ เต กามกโร ภวามิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งประชาชน สัตบุรุษทั้งหลายไม่สรรเสริญการฆ่าบัณฑิต และคนพาลเลย คนผู้มีธรรมอันลามก จงกลับไปสู่เรือนของเขาตามปรารถนาเถิด อนึ่ง ขอได้โปรดพระราชทานค่าจ้าง ตามที่พระองค์ตรัสไว้แก่เขาด้วยเถิด อนึ่ง ข้าพระองค์ ขอทำความปรารถนาของพระองค์.

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธา รุรุ อญฺญตโร สตํ โส

โย ทุพฺภิโน ๑ มานุสสฺส น ทุพฺภี

กามํ ฆรํ คจฺฉตุ ปาปธมฺโม

ยญฺจสฺส ภตฺตํ ตเทตสฺส ทมฺมิ

อหญฺจ เต คามวรํ ททามิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพญามฤค ท่านผู้ไม่ประทุษร้ายต่อมนุษย์ผู้ประทุษร้าย นับเป็นผู้หนึ่งในจำนวนสัตบุรุษทั้งหลายเป็นแน่ คนผู้มีธรรมอันลามก จงกลับไปสู่เรือนของตนตามความปรารถนา อนึ่ง เราจะให้ค่าจ้างที่เราพูดไว้แก่เขาและเราขอให้บ้านส่วยแก่ท่าน.

บาลี (สยามรัฐ)

สุวิชานํ สิคาลานํ สกุนฺตานญฺจ วสฺสิตํ

มนุสฺสวสฺสิตํ ราช ทุพฺพิชานตรํ ตโต

อปิ เจ มญฺญตี โปโส ญาติ มิตฺโต สขาติ วา

โย ปุพฺเพ สุมโน หุตฺวา ปจฺฉา สมฺปชฺชเต ทิโส ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระราชา เสียงของสุนัขจิ้งจอกก็ดี ของนกก็ดี รู้ได้ง่าย เสียงของมนุษย์รู้ได้ยาก ยิ่งกว่านั้น อนึ่ง ผู้ใดเมื่อก่อน เป็นคนใจดี คนทั้งหลายนับถือว่า เป็นญาติเป็นมิตร หรือเป็นสหาย ภายหลัง ผู้นั้นกลับกลายเป็นศัตรูไปก็ได้ ใจของมนุษย์รู้ได้ยากอย่างนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา

มิคา ธญฺญานิ ๒ ขาทนฺติ ตํ เทโว ปฏิเสธตุ ฯ

ฉบับหลวง

ชาวชนบท และชาวนิคมทั้งหลายมาประชุมพร้อมกันร้องทุกข์ว่า ฝูงเนื้อพากันมากินข้าว ขอพระองค์จงตรัสห้ามฝูงเนื้อนั้นเสียบ้าง พระเจ้าข้า.

บาลี (สยามรัฐ)

กามํ ชนปโท มาสิ รฏฺฐญฺจาปิ วินสฺสตุ

น เตฺววาหํ รุรุํ ทุพฺเภ ทตฺวา อภย ปกฺขินํ ฯ

๑ ม. ทุพฺภโต ฯ ยุ. ทูภโต ฯ ๒ ม. สสฺสานิ ฯ

ฉบับหลวง

ชนบทอย่าได้มี แม้แว่นแคว้นจะพินาศไป ก็ตามทีเถิด เราให้อภัยแก่ฝูงเนื้อและนกยูงแล้ว ไม่ขอประทุษร้ายพญาเนื้อรุรุเป็นอันขาด.

บาลี (สยามรัฐ)

มา เม ชนปโท อาสิ มา มํ ชนปโท อหุ ๑

น เตฺววาหํ มิคราชสฺส วรํ ทตฺวา มุสา ภเณติ ฯ

รุรุมิคชาตกํ นวมํ ฯ

ฉบับหลวง

ชาวชนบทของเราจะไม่มีก็ตาม ชาวชนบทจะไม่พูดกะเราก็ตาม เราได้ให้พรแก่พญาเนื้อไว้แล้ว จะไม่พูดเท็จเป็นอันขาด.

จบ รุรุมิคชาดกที่ ๙.

๑๐ สรภชาตกํ ๒

๑๐. สรภชาดก

ว่าด้วยละมั่งทำคุณแก่พระราชา

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เตรสนิบาต สรภชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๖๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)

บาลี (สยามรัฐ)

อาสึเสเถว ๓ ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต

ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ ยถา อิจฺฉึ ตถา อหุ ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษพึงหวังไว้ทีเดียว บัณฑิตไม่พึงเบื่อหน่าย เราเห็นตนอยู่ว่า ปรารถนาอย่างใด ได้เป็นอย่างนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อาสึเสเถว ๓ ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต

ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ อุทกา ถลมุพฺภตํ ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษพึงหวังไว้ทีเดียว บัณฑิตไม่พึงเบื่อหน่าย เราเห็นตนอยู่ว่า ได้รับความช่วยเหลือให้ขึ้นจากน้ำสู่บกได้.

บาลี (สยามรัฐ)

วายเมเถว ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต

ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ ยถา อิจฺฉึ ตถา อหุ ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษพึงพยายามไว้ทีเดียว บัณฑิตไม่พึงเบื่อหน่าย เราเห็นตนอยู่ว่าปรารถนาอย่างใด ได้เป็นอย่างนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

วายเมเถว ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต

ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ อุทกา ถลมุพฺภตํ ฯ

ฉบับหลวง

บุรุษพึงพยายามร่ำไป บัณฑิตไม่พึงเบื่อหน่าย เราเห็นตนอยู่ว่า ได้รับความช่วยเหลือให้ขึ้นจากน้ำสู่บกได้.

บาลี (สยามรัฐ)

ทุกฺขูปนีโตปิ นโร สปญฺโญ

อาสํ น ฉินฺเทยฺย สุขาคมาย

พหู หิ ผสฺสา อหิตา หิตา จ

อวิตกฺกิตาโร มจฺจุมุปปชฺชนฺติ ๔ ฯ

ฉบับหลวง

นรชนผู้มีปัญญา แม้ตกอยู่ในกองทุกข์ ก็ไม่ควรตัดความหวังในอันจะมาสู่ความสุข เพราะว่าผัสสะอันไม่เกื้อกูลและเกื้อกูลมีมาก คนที่ไม่ใฝ่ฝันถึงเลยก็ต้องเข้าถึงความตาย.

บาลี (สยามรัฐ)

อจินฺติตมฺปิ ภวติ จินฺติตมฺปิ วินสฺสติ

น หิ จินฺตามยา โภคา อิตฺถิยา ปุริสสฺส วา ฯ

๑ ม. รฏฺฐญฺจาปิ วินสฺสตุ ฯ ๒ ม. สรภมิคชาตกํ ฯ ๓ ม. อาสีเสเถว ฯ

๔ ม. อวิตกฺกิตา มจฺจมุปพฺพชนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

สิ่งที่ไม่ได้คิดไว้ย่อมมีได้บ้าง สิ่งที่คิดไว้ย่อมพินาศไปบ้าง โภคะทั้งหลายของสตรี หรือบุรุษ จะสำเร็จได้ด้วยความคิดนึกไม่มีเลย.

บาลี (สยามรัฐ)

สรภํ คิริทุคฺคสฺมึ ยํ ตฺวํ อนุสฺสรี ปุเร

อลีนจิตฺตสฺส ตุวํ วิกฺกนฺตมนุชีวสิ ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อก่อนพระองค์เสด็จติดตามละมั่งตัวใดไปตกเหวที่ซอกเขา พระองค์ทรงพระชนม์สืบมาได้ ด้วยความบากบั่นของละมั่งตัวนั้น ผู้มีจิตไม่ท้อแท้.

บาลี (สยามรัฐ)

โย ตํ วิทุคฺคา นรกา สมุทฺธริ

สีลาย โยคฺคํ สรโภ กริตฺวา

ทุกฺขูปนีตํ มจฺจุมุขา ปโมจยิ

อลีนจิตฺตํ ตเมว ๑ วเทสิ ฯ

ฉบับหลวง

ละมั่งตัวใดพยายามเอาก้อนหินถมเหว ช่วยพระองค์ขึ้นจากเหวลึกยากที่จะขึ้น ปลดเปลื้องพระองค์ ผู้เข้าถึงกองทุกข์เสียจากปากมฤตยูพระองค์กำลังตรัสถึงละมั่งตัวนั้น ผู้มีจิตไม่ท้อแท้.

บาลี (สยามรัฐ)

กึ ตฺวํ นุ ตตฺเถว ตทา อโหสิ

อุทาหุ เต โกจิ ตํ เอตทกฺขา

วิวฏจฺฉโท นุสิ สพฺพทสฺสี

ญาณํ นุ เต พฺราหฺมณ ภึสรูปํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพราหมณ์ เมื่อคราวนั้น ท่านได้อยู่ในที่นั้นด้วยหรือ หรือว่าใครได้บอกเรื่องนี้แก่ท่าน ท่านเป็นผู้เปิดเผยข้อที่เคลือบคลุม เห็นเรื่องได้ทั้งปวงละสิหนอ ความรู้ของท่านมีกำลัง เห็นปรุโปร่งหรืออย่างไร?

บาลี (สยามรัฐ)

น เจวาหํ ตตฺถ ตทา อโหสึ

น จาปิ เม โกจิ นํ เอตทกฺขา

คาถาปทานญฺจ สุภาสิตานํ

อตฺถํ ตทาเนนฺติ ชนินฺท ธีรา ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน เมื่อคราวนั้น ข้าพระองค์หาได้อยู่ในที่นั้นไม่ และใครก็มิได้บอกเรื่องนั้นแก่ข้าพระองค์เลย แต่ว่านักปราชญ์ทั้งหลาย ย่อมนำเนื้อความแห่งบทคาถาที่พระองค์ทรงภาษิตแล้วมาใคร่ครวญดู.

บาลี (สยามรัฐ)

อาทาย ปตฺตํ ๒ ปรวีริยฆาตึ

จาเป สรํ กึ วิจิกิจฺฉเส ตุวํ

นุณฺโณ สโร สรภํ หนฺตุ ขิปฺปํ

อนฺนํ หิ เอตํ วรปญฺญ รญฺโญ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระปรีชาอันประเสริฐ พระองค์ทรงสอดลูกศรอันมีปีก อันจะกำจัดความแกล้วกล้าของปรปักษ์ได้เข้าในแล่งแล้ว จะทรงลังเลอะไรอยู่อีกเล่า ลูกศรที่ทรงยิงไปแล้วต้องฆ่าละมั่งได้ทันที ละมั่งนี้คงเป็นพระกระยาหารของพระราชาได้โดยแท้.

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธา ปชานามิ อหํปิ เอตํ

อนฺนํ มิโค พฺราหฺมณ ขตฺติยสฺส

ปุพฺเพ กตญฺจ อปจายมาโน

ตสฺมา มิคํ สรภํ โน หนามิ ฯ

๑ ม. ต มิคํ ฯ ๒ ม. ปตฺตึ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพราหมณ์ แม้เราจะรู้แจ้งชัดความข้อนี้ว่า เนื้อเป็นอาหารของกษัตริย์ ก็แต่ว่า เราจะบูชาคุณที่ละมั่งนี้ได้ทำไว้แก่เรา ในครั้งก่อนเพราะเหตุนั้น เราจึงไม่ฆ่าละมั่งนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

เนโส มิโค มหาราช อสุเรโส ทิสมฺปติ

เอตํ หนฺตฺวา มนุสฺสินฺท ภวสฺสุ อมราธิโป ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระมหาราชาผู้เป็นใหญ่แห่งทิศ นั่นมิใช่เนื้อ นั่นคือท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าอสูร ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมมนุษย์ พระองค์จงทรงฆ่าท้าวสักกะเทวราชนั้นเสีย แล้วจะได้เป็นใหญ่ในหมู่อมรเทพ.

บาลี (สยามรัฐ)

สเจ จ ราช วิจิกิจฺฉเส ตุวํ

หนฺตุํ มิคํ สรภํ สหายกํ ๑

สปุตฺตทาโร นรวีรเสฏฺฐ ๒

คนฺตฺวา ๓ ตุวํ เวตรณึ ยมสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระราชาผู้องอาจ ประเสริฐกว่านรชน ถ้าว่าพระองค์ยังทรงลังเลที่จะฆ่าละมั่งผู้เป็นพระสหาย พระองค์พร้อมด้วยพระราชโอรส และพระราชชายา จักต้องไปยังเวตรณีนรกของพญายม.

บาลี (สยามรัฐ)

กามํ อหํ ชานปทา จ สพฺเพ

ปุตฺตา จ ทารา จ สหายสงฺฆา

คจฺเฉมุ ตํ เวตรณึ ยมสฺส

น เตฺวว หญฺเญ มม ปาณทสฺส ๔ ฯ

ฉบับหลวง

เรา ชาวชนบททั้งหมด ลูก เมียและหมู่สหาย จะพากันไปยังเวตรณีนรกของพญายมนั้นก็ตาม ถึงกระนั้น เราจะไม่ฆ่าผู้ที่ให้ชีวิตเรา เป็นอันขาด.

บาลี (สยามรัฐ)

อยํ มิโค กิจฺฉคตสฺส มยฺหํ

เอกสฺส กตฺตา วิวนสฺมึ โฆเร

ตํ ตาทิสํ ปุพฺพกิจฺจํ สรนฺโต

ชานํ มหาพฺรหฺเม กถํ หเนยฺยํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรมหาพราหมณ์ ละมั่งตัวนี้ ทำคุณแก่เราเมื่อคราวถึงความยาก ตัวคนเดียวในป่าเปลี่ยวแสนร้าย เราระลึกได้อยู่ถึงบุรพกิจเช่นนั้น ที่ละมั่งตัวนี้กระทำแก่เรา รู้คุณอยู่จะพึงฆ่าอย่างไรได้เล่า.

บาลี (สยามรัฐ)

มิตฺตาภิราธี จิรเมว ชีว

รชฺชํ อิมํ ธมฺมคุเณ ปสาส

นารีคเณหิ ปริจารยนฺโต ๕

โมทสฺสุ รฏฺเฐ ติทิเวว วาสโว ฯ

๑ สี. ยุ. สหายกํ เม ฯ ๒ สี. ยุ. นรวิริยเสฏฺฐ ฯ ๓ สี. ยุ. คนฺตา ฯ

๔ ม. ปาโท โย ฯ ๕ ม. ปริจาริยนฺโต ฯ

ฉบับหลวง

ขอพระองค์ผู้ทรงโปรดปรานมิตรยิ่งนัก จงทรงพระชนม์ชีพอยู่ยืนนานเถิด พระองค์จงทรงปกครองราชสมบัติในคุณธรรมเถิด จงทรงมีหมู่นารีบำรุงบำเรอ จงทรงบันเทิงพระหฤทัยในแว่นแคว้น เหมือนท้าววาสวะบันเทิงอยู่ในไตรทิพย์ ฉะนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อกฺโกธโน นิจฺจปสนฺนจิตฺโต

สพฺพาติถี ปาหุนเก กริตฺวา ๑

ทตฺวา จ ภุตฺวา จ ยถานุภาวํ

อนินฺทิโต สคฺคมุเปหิ ฐานนฺติ ฯ

สรภชาตกํ ทสมํ ฯ

___________

ตสฺสุทฺทานํ

วรมมฺพ ๒ กุฐาริ สหํสวโร

อถรญฺญสฺมึ ทูตกปญฺจมโก

อถ โพธิ อกิตฺติ สุตกฺกรินา

อถ รุรุมิเคน ปโร สรโภ ฯ

เตรสนิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ

___________

๑ ม. สพฺพาติถี ยาจโยโค ภวิตฺวา ฯ ๒ ม. วรอมฺพ ฯ

ฉบับหลวง

ขอพระองค์ไม่ทรงพระพิโรธ จงมีพระหฤทัยผ่องใสอยู่เป็นนิตย์ ทรงกระทำสมณพราหมณ์ ผู้ตั้งอยู่ในธรรมทั้งปวง ให้เป็นแขกควรต้อนรับครั้นทรงบำเพ็ญทาน และเสวยบ้างตามอานุภาพแล้ว ชาวโลกไม่ติเตียนพระองค์ได้ จงเสด็จเข้าถึงสัคคสถานเถิด.

จบ สรภชาดกที่ ๑๐.

_________________

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อัมพชาดก ๒. ผันทนชาดก

๓. ชวนหังสชาดก ๔. จุลลนารทกัสสปชาดก

๕. ทูตชาดก ๖. กาลิงคโพธิชาดก

๗. อกิตติชาดก ๘. ตักการิยชาดก

๙. รุรุมิคชาดก ๑๐. สรภชาดก.

จบ เตรสนิบาตชาดก

จบ เตรสนิบาต