พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกกนิบาต · ปโรสตวรรค
๘. พาหิยชาดก เล่ม ๒๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในปโรสตวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เอกกนิบาต ปโรสตวรรค พาหิยชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๗ หน้า ๕๔–๕๕
๖. อุทัญจนีชาดก (๑๐๖)
ว่าด้วยนางอุทัญจนียั่วดาบสหนุ่มไปอยู่กินด้วยกัน
(ดาบสหนุ่มถูกนางอุทัญจนีเคี่ยวเข็ญให้ทำโน่นทำนี่ ทนไม่ไหว จึง กลับไปหาดาบสโพธิสัตว์ผู้เป็นบิดาแล้วกล่าวว่า)
{๑๐๖} [๑๐๖] นางโจรผู้เป็นเหมือนหม้อตักนํ้า ทำลูกผู้เคยมีชีวิตอยู่เป็นสุข ให้เดือดร้อน ขอนํ้ามันหรือเกลือด้วยการเอ่ยอ้างว่าเป็นภรรยา
๗. สาลิตตกชาดก (๑๐๗)
ว่าด้วยคนมีศิลปะ
(อำมาตย์โพธิสัตว์กราบทูลพระราชาถึงคุณค่าของศิลปะว่า)
{๑๐๗} [๑๐๗] ขึ้นชื่อว่าศิลปะแม้อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ยังประโยชน์ให้สำเร็จได้ โดยแท้ ขอพระองค์ทรงทอดพระเนตรเถิดบุรุษเปลี้ยได้ บ้านส่วยทั้ง ๔ ทิศก็เพราะการดีดมูลแพะ
๘. พาหิยชาดก (๑๐๘)
ว่าด้วยเป็นคนควรศึกษาศิลปะ
(อำมาตย์โพธิสัตว์กราบทูลพระราชาถึงประโยชน์ของศิลปะว่า)
{๑๐๘} [๑๐๘]บุคคลควรศึกษาศิลปะที่ควรศึกษา คนทั้งหลายที่พอใจในศิลปะนั้นก็มีอยู่ แม้แต่หญิงที่เกิดบ้านนอกก็ยังทำให้พระราชาทรงโปรดปรานได้ ด้วยการกระมิดกระเมี้ยนของเธอ
๙. กุณฑกปูวชาดก (๑๐๙)
ว่าด้วยมีอย่างไรก็กินอย่างนั้น
(เทวดาโพธิสัตว์พูดกับคนจนผู้มาทำพลีกรรมซึ่งเกรงว่าเทวดาจะ ไม่รับว่า)
{๑๐๙} [๑๐๙] คนกินอย่างไร เทวดาของคนนั้นก็กินอย่างนั้น ท่านจงนำขนมรำนั้นมา อย่าให้ส่วนของเราเสียไปเลย
๑๐. สัพพสังหารกปัญหชาดก (๑๑๐)
ว่าด้วยการพูดของหญิง ๒ ประเภท
(พระโพธิสัตว์รู้ว่าดอกประยงค์บานแล้ว จึงกล่าวว่า)
{๑๑๐} [๑๑๐] กลิ่นเครื่องอบทั้งปวงไม่มี มีแต่กลิ่นดอกประยงล้วน ๆ ฟุ้งไป หญิงนักเลงคนนี้พูดจาคำเหลาะแหละ แต่หญิงผู้ใหญ่พูดจริง
จบ ปโรสตวรรที่ ๑๑
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปโรสตชาดก ๒. ปัณณิกชาดก
๓. เวริชาดก ๔. มิตตวินทชาดก
๕. ทุพพลกัฏฐชาดก ๖. อุทัญจนีชาดก
๗. สาลิตตกชาดก ๘. พาหิยชาดก
๙. กุณฑกปูวชาดก ๑๐. สัพพสังหารกปัญหชาดก
จบ ๘. พาหิยชาดก