ปโรสตวรรค
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๑–๑๑๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๕ ในเอกกนิบาตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๑๑ ปโรสตวคฺโค
๑ ปโรสตชาตกํ
๑๑. ปโรสตวรรค
๑. ปโรสตชาดก
คนมีปัญญาคนเดียวดีกว่าคนโง่เขลาตั้งร้อย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เอกกนิบาต ปโรสตวรรค ปโรสตชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ปโรสตํ เวปิ ๑ สมาคตานํ
ฌาเยยฺยุ เต วสฺสสตํ อปญฺญา
เอโกว เสยฺโย ปุริโส สปญฺโญ
โย ภาสิตสฺส วิชานาติ อตฺถนฺติ ฯ
ปโรสตชาตกํ ปฐมํ ฯ
คนโง่เขลามาประชุมกัน แม้ตั้งร้อยคนขึ้นไป พวกเขาไม่มีปัญญา พึงเพ่งดูอยู่ตั้งร้อยปี ผู้ใดรู้แจ้งเนื้อความแห่งภาษิต ผู้นั้นเป็นบุรุษมีปัญญาคนเดียวเท่านั้น ประเสริฐกว่า.
จบ ปโรสตชาดกที่ ๑.
๒ ปณฺณิกชาตกํ
๒. ปัณณิกชาดก
ว่าด้วยที่พึงให้โทษ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เอกกนิบาต ปโรสตวรรค ปัณณิกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
โย ทุกฺขผุฏฺฐาย ภเวยฺย ตาณํ
โส เม ปิตา ทุพฺภิ ๒ วเน กโรติ
สา กสฺส กนฺทามิ วนสฺส มชฺเฌ
โย ตายิตา โส สหสา ๓ กโรตีติ ฯ
ปณฺณิกชาตกํ ทุติยํ ฯ
๑ ม. ปโรสตญฺเจปิ ฯ ๒ สี. ยุ. ทูภิ ฯ ๓ ม. สหสํ ฯ
ผู้ใดเมื่อดิฉันได้รับทุกข์พึงเป็นที่พึ่งได้ ผู้นั้นคือบิดาของดิฉันกลับมาทำความประทุษร้ายแก่ดิฉันในป่า ดิฉันจะคร่ำครวญถึงใครในกลางป่า ผู้ใดควรจะเป็นที่พึ่งของดิฉัน ผู้นั้นกลับมาทำกรรมอย่างสาหัส.
จบ ปัณณิกชาดกที่ ๒.
๓ เวริชาตกํ
๓. เวริชาดก
การอยู่ร่วมกับมีเวรกัน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เอกกนิบาต ปโรสตวรรค เวริชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ยตฺถ เวรึ นิวึสติ ๑ น วเส ตตฺถ ปณฺฑิโต
เอกรตฺตํ ทฺวิรตฺตํ วา ทุกฺขํ วสติ เวริสูติ ฯ
เวริชาตกํ ตติยํ ฯ
คนมีเวรกันอยู่ในที่ใด บัณฑิตไม่ควรอยู่ในที่นั้น เพราะเมื่ออยู่ในพวกคนมีเวรกันคืนเดียว หรือสองคืน ก็อยู่เป็นทุกข์.
จบ เวริชาดกที่ ๓.
๔ มิตฺตวินฺทชาตกํ ๒
๔. มิตตวินทชาดก
โทษผู้ลุอำนาจความปรารถนา
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เอกกนิบาต ปโรสตวรรค มิตตวินทชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
จตุพฺภิ อฏฺฐชฺฌคมา อฏฺฐาภิปิ จ โสฬส
โสฬสาภิ จ พตฺตึส อตฺริจฺฉํ จกฺกมาสโท
อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส จกฺกํ ภมติ มตฺถเกติ ฯ
มิตฺตวินฺทชาตกํ จตุตฺถํ ฯ
ผู้มีความปรารถนาจัด มี ๔ ก็ต้องการ ๘ มี ๘ ก็ต้องนั้น ๑๖ มี ๑๖ ก็ต้องการ ๓๒ บัดนี้ มาได้รับกงจักรกรด กงจักรกรดพัดอยู่เหนือศีรษะของคนผู้ลุอำนาจความปรารถนา.
จบ มิตตวินทชาดกที่ ๔.
๕ ทุพฺพลกฏฺฐชาตกํ
๕. ทุพพลกัฏฐชาดก
ว่าด้วยช้างกลัวไม้แห้ง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เอกกนิบาต ปโรสตวรรค ทุพพลกัฏฐชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
พหุมฺเปตํ วเน กฏฺฐํ วาโต ภญฺชติ ทุพฺพลํ
ตสฺส เจ ภายสิ นาค กีโส นูน ภวิสฺสสีติ ฯ
ทุพฺพลกฏฺฐชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
ลมย่อมพัดไม้แห้งที่ทุรพลในป่านี้ แม้มีจำนวนมากมายให้หักลง ดูกรช้างตัวประเสริฐ ถ้าท่านมากลัวต่อไม้แห้งนั้น ท่านจักซูบผอมเป็นแน่.
จบ ทุพพลกัฏฐชาดกที่ ๕.
๖ อุทญฺจนีชาตกํ
๖. อุทัญจนีชาดก
ว่าด้วยหญิงโจร
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เอกกนิบาต ปโรสตวรรค อุทัญจนีชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
สุขํ วต มํ ชีวนฺตํ ปจมานา อุทญฺจนี
โจรี ชายปฺปวาเทน เตลํ โลณญฺจ ยาจตีติ ฯ
อุทญฺจนีชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
๑ ม. นิวิสติ ฯ ๒ ม. มิตฺตวินฺทกชาตกํ ฯ
หญิงโจรผู้นำของไปด้วยหม้อน้ำ เบียดเบียนฉัน ผู้เคยมีชีวิตอยู่เป็นสุขจะขอน้ำมัน หรือเกลือ ก็ด้วยการกล่าวคำอ่อนหวานฐานเป็นภรรยา.
จบ อุทัญจนีชาดกที่ ๖.
๗ สาลิตฺตกชาตกํ
๗. สาลิตตกชาดก
ว่าด้วยคนมีศิลปะ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เอกกนิบาต ปโรสตวรรค สาลิตตกชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
สาธุ โข สิปฺปกนฺนาม อปิ ยาทิสกีทิสํ
ปสฺส ขญฺชปฺปหาเรน ลทฺธา คามา จตุทฺทิสาติ
สาลิตฺตกชาตกํ สตฺตมํ ฯ
ขึ้นชื่อว่าศิลปะแม้อย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จโดยแท้ขอเชิญพระองค์ ทรงทอดพระเนตร บุรุษเปลี้ยได้บ้านส่วยทั้ง ๔ ทิศก็เพราะการดีดมูลแพะ.
จบ สาลิตตกชาดกที่ ๗.
๘ พาหิยชาตกํ
๘. พาหิยชาดก
เป็นคนควรศึกษาศิลปะ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เอกกนิบาต ปโรสตวรรค พาหิยชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
สิกฺเขยฺย สิกฺขิตพฺพานิ สนฺติ ตจฺฉนฺทิโน ๑ ชนา
พาหิยาปิ ๒ สุหนฺเนน ราชานํ อภิราธยีติ ฯ
พาหิยชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
บุคคลควรศึกษาศิลปะทั้งหลาย ชนทั้งหลายที่พอใจในศิลปะนั้นก็มีอยู่แม้แต่หญิงที่เกิดในจังหวัดชั้นนอก ก็ยังทำให้พระราชาทรงโปรดปรานได้ด้วยความกระมิดกระเมี้ยนของเธอ.
จบ พาหิยชาดกที่ ๘.
๙ กุณฺฑกปูวชาตกํ
๙. กุณฑกปูวชาดก
ว่าด้วยมีอย่างไรกินอย่างนั้น
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เอกกนิบาต ปโรสตวรรค กุณฑกปูวชาดก (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
ยถนฺโน ปุริโส โหติ ตถนฺนา ตสฺส เทวตา
อาหเรตํ กุณฺฑปูวํ ๓ มา เม ภาคํ วินาสยาติ ฯ
กุณฺฑปูวชาตกํ นวมํ ฯ
บุรุษกินอย่างไร เทวดาของบุรุษนั้นก็กินอย่างนั้น ท่านจงนำเอาขนมรำนั้นมา อย่าให้ส่วนของเราเสียไปเลย.
จบ กุณฑกปูวชาดกที่ ๙.
๑๐ สพฺพสํหารกปโญฺห
๑๐. สัพพสังหารกปัญหา
ว่าด้วยการพูดของหญิง ๒ ประเภท
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เอกกนิบาต ปโรสตวรรค สัพพสังหารกปัญหา (ฉบับหลวง เล่ม ๒๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๗)
สพฺพสํหารโก นตฺถิ สุทฺธํ กงฺคุ ปวายติ
อลิกํ ภาสติยํ ๔ ธุตฺตี สจฺจมาหุ มหลฺลิกาติ ฯ
สพฺพสํหารกปโญฺห ทสโม ฯ
ปโรสตวคฺโค เอกาทสโม ฯ
ตสฺสุทฺทานํ
สปโรสตตายิตเวรี ปุน
ภมจกฺกถนาคสิริวฺหยโน
สุขกญฺจ วต สิปฺปกพาหิยา
กุณฺฑปูวมหลฺลิกกา จ ทส ฯ
๑ สี. ยุ. พจฺฉนฺทิโน ฯ ๒ ม. ... หิ ฯ ๓ สี. ยุ. กณํ ปูวํ ฯ ๔ ม. ภายติยํ ฯ
กลิ่นเครื่องอบทั้งปวงไม่มี มีแต่กลิ่นดอกประยงล้วนฟุ้งไป หญิงนักเลงคนนี้ ย่อมกล่าวคำเหลาะแหละ หญิงผู้ใหญ่กล่าวคำจริง.
จบ สัพสังหารกปัญหาที่ ๑๐.
จบ ปโรสตวรรคที่ ๑๑.
_________________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปโรสตชาดก ๒. ปัณณิกชาดก
๓. เวริชาดก ๔. มิตตวินทชาดก
๕. ทุพพลกัฏฐชาดก ๖. อุทัญจนีชาดก
๗. สาลิตตกชาดก ๘. พาหิยชาดก
๙. กุณฑกปูวชาดก ๑๐. สัพพสังหารกปัญหา.
จบ ปโรสตวรรค